โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

‘พิพัฒน์’ เบรกแก้สัญญา ‘รถไฟไฮสปีด 3 สนามบิน’ เรียก ผู้ว่าฯ รฟท. ถกด่วน

ฐานเศรษฐกิจ

อัพเดต 9 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา

นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า วันพรุ่งนี้ (25 ก.พ.) จะมีการประชุมคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (กพอ.) เพื่อติดตามความคืบหน้าของโครงการลงทุนในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) และโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน (ดอนเมือง-สุวรรณภูมิ-อู่ตะเภา) มูลค่า 2.24 แสนล้านบาท ระหว่างการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) และบริษัทเอเชีย เอราวัน จำกัด (ซีพี) ปัจจุบันยังติดปัญหาเรื่องการแก้ไขสัญญาและการส่งมอบพื้นที่ โดยยืนยันว่าจะไม่อนุมัติและไม่เห็นด้วยการแก้ไขสัญญาโครงการฯนี้แน่นอน

ที่ผ่านมาประเด็นปัญหาพื้นที่ทับซ้อนโครงสร้างร่วมโครงการรถไฟความเร็วสูงไทย-จีน สัญญา 4-1 ช่วงบางซื่อ-ดอนเมือง ยังไม่มีความชัดเจนเท่าที่ควร เบื้องต้นในวันพรุ่งนี้จะเรียกผู้ว่ารฟท.และทีมงานมาหารือร่วมกัน เพื่อให้เกิดความชัดเจนในรายละเอียดของสัญญามีความโปร่งใส

“ในฐานะผมเป็นประธานบอร์ดอีอีซี จะไม่ยอมให้เรื่องการแก้ไขสัญญาผ่านความเห็นชอบ เพราะผมเป็นคนที่มารับช่วงต่อผมยืนยันว่าจะไม่แก้ไขสัญญา หากรฟท. เห็นว่าจำเป็นต้องแก้ไขสัญญา ก็ต้องรับผิดชอบต่อความเสี่ยงทางกฎหมายด้วยตนเอง ผมไม่ยุ่ง” นายพิพัฒน์ กล่าว

ส่วนประเด็นที่เอกชนเสนอมาเพื่อแก้ไขสัญญาอ้างผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดเชื้อไวรัสโควิด-19 ทำให้จำนวนผู้โดยสารไม่เป็นไปตามประมาณการเดิมนั้น

นายพิพัฒน์ กล่าวต่อว่า ปัจจุบันภาคการท่องเที่ยวของไทยเริ่มฟื้นตัวต่อเนื่อง จึงไม่ควรใช้สถานการณ์โควิดเป็นเหตุผลในการเปลี่ยนเงื่อนไขสัญญา

“ผมมีแนวคิดถึงการแก้ไขปัญหาเรื่องนี้ที่ต้นเหตุ ซึ่งจะต้องหาวิธีเติมคนเข้ามาในพื้นที่อีอีซี เพื่อสร้างรายได้และความคุ้มค่าตามสมมติฐานเดิมของโครงการ โดยเฉพาะการผลักดันดิสนีย์แลนด์ จะช่วยจูงใจให้เอกชนสามารถเดินหน้าต่อได้” นายพิพัฒน์ กล่าว

สำหรับผลการศึกษาแผนพัฒนาเมืองใหม่น่าอยู่อัจฉริยะ (EECiti) ของอีอีซีบนพื้นที่ 15,000 ไร่ มีจุดเด่น ที่เชื่อมต่อโครงข่ายคมนาคมหลักของประเทศอย่างสมบูรณ์แบบ โดยพื้นที่ตั้งโครงการอยู่ห่างจาก สถานีรถไฟ (ความเร็วสูง) เพียง 10 กิโลเมตร และห่างจากสนามบินนานาชาติอู่ตะเภา เพียง 15 กิโลเมตร ทำให้สะดวกต่อการเดินทางและขนส่งทั้งในและต่างประเทศ

ขณะที่แนวคิดที่จะพัฒนาโครงการสวนสนุกระดับโลกในพื้นที่ใกล้สนามบินอู่ตะเภา ห่างประมาณ 15 กิโลเมตร สามารถเชื่อมต่อระบบขนส่งเข้าสู่โครงการรถไฟความเร็วสูงได้โดยสะดวก รวมถึงจะพัฒนาไปพร้อมกับโครงการศูนย์กีฬานานาชาติ ซึ่งตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของนักท่องเที่ยวหลายกลุ่ม

นายพิพัฒน์ กล่าวต่อว่า เรื่องนี้เป็นแนวคิดที่ทำได้แน่นอน เพราะปัจจุบันได้มีการหารือร่วมกับเอกชนแล้ว ยืนยันว่ามีนักลงทุนไทยและต่างชาติ โดยเฉพาะนักลงทุนกลุ่มตะวันออกกลางสนใจร่วมทุนโครงการสวนสนุกระดับโลก

“สวนสนุกระดับโลกจะเป็นกลไกสำคัญในการดึงผู้โดยสารให้เดินทางเข้ามาในอีอีซีสูงกว่าที่เคยประมาณการณ์ไว้ในสัญญาร่วมทุนรถไฟไฮสปีดเชื่อมสามสนามบิน ดังนั้นแก้ประเด็นข้อกังวลของเอกชนเรื่องปริมาณผู้โดยสารที่ลดลงจากผลกระทบโควิดไปได้” นายพิพัฒน์ กล่าว

อย่างไรก็ตามเป้าหมายของการดึงแบรนด์สวนสนุกระดับโลก โดยเฉพาะดิสนีย์แลนด์เข้ามาในอีอีซีนั้น มีหลากหลายรูปแบบที่ดำเนินการได้ อาทิ การซื้อลิขสิทธิ์หรือจับคู่ธุรกิจกับนักลงทุนไทย แทนการรอให้เจ้าของแบรนด์เข้ามาลงทุนเองทั้งหมด ซึ่งจะช่วยแก้ไขปัญหาเรื่องปริมาณนักท่องเที่ยวสามารถผลักดันจำนวนนักท่องเที่ยวทะลุ 40 ล้านคนต่อปี โดยไม่ต้องแก้ไขสัญญาร่วมลงทุนในโครงการไฮสปีดเชื่อม 3 สนามบิน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...