ชุมชนร่วมยินดี “สุรนาถ แป้นประเสริฐ” คว้าบุคคลเกียรติยศ แม้อยู่เรือนจำ ครอบครัวหวังได้ประกันตัว
เครือข่ายชุมชน ร่วมแสดงความยินดี กับตัน สุรนาถ แป้นประเสริฐ ในโอกาสได้รับรางวัลบุคคลเกียรติยศทุ่มเททำงานเพื่อสร้างสรรค์สังคม ด้านพี่ชายซึ่งเป็นตัวแทนรับมอบรางวัลกล่าวขอบคุณที่มอบรางวัลนี้ให้น้องชาย อย่างน้อยช่วยยืนยันได้ว่าความดีที่ทำมีคุณค่าและมีคนมองเห็น ช่วยเยียวยาสภาพจิตใจของคนในครอบครัว และยังเชื่อว่าน้องชายจะได้รับสิทธิประกันตัวเร็วๆนี้
วันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 13.00 น. ที่ห้องประชุมริมน้ำ คณะศิลปะศาสตร์ มหาวิทยาลัย ธรรมศาสตร์ (ท่าพระจันทร์) มูลนิธิโกมล คีมทอง ได้จัดงานแสดงปาฐกถาประจำปี 2569 ในหัวข้อ "อันอาจนำไปสู่การจัดการศึกษา สำหรับสังคมไทยในอนาคต“ โดย ดร.อุทัย ดุลยเกษม อดีตอธิการบดีมหาวิทยาลัยศิลปากร ส่วนผู้ได้รับการประกาศเกียรติคุณบุคคลเกียรติยศ ซึ่งเป็นการเชิดชูบุคคลที่ทุ่มเททำงานในภาคประชาสังคมเพื่อสร้างสรรค์สังคม ได้แก่ นายสุรนาถ แป้นประเสริฐ ร.ต.อ.ชนินทร์ ถนนกลาง และมูลนิธิสิทธิมนุษยชนไทใหญ่ ทั้งนี้ในงานได้มีเครือข่ายชุมชนที่เคยร่วมงานกับตัน สุรนาถ แป้นประเสริฐ มาร่วมแสดงความยินดี โดยมีพี่ชาย นายอำนาจ แป้นประเสริฐ เป็นตัวแทนครอบครัวมารับรางวัล แทนน้องชายที่ยังคงอยู่ที่เรือนจำกลางคลองเปรม
นายอำนาจ แป้นประเสริฐ พี่ชายของ ตัน สุรนาถ แป้นประเสริฐ ผู้มารับรางวัลแทนน้องชายที่ต้องคดีทางการเมือง อยู่ที่เรือนจำกลางคลองเปรม กล่าวว่า สืบเนื่องจากได้รับแจ้งจากมูลนิธิโกมล คีมทอง ว่าตันได้รับรางวัลจากมูลนิธิในตัวแทนของการรวมตัวรวมกลุ่มของคนในชุมชน ทำสาระประโยชน์ให้กับเยาวชนมากมายทางโดยมูลนิธิเล็งเห็นว่าอยากจะมอบวันนี้เพื่อให้เป็นเกียรติให้กับตัน นายสุรนาถ แป้น ประเสริฐ ทางครอบครัวแป้นประเสริฐมีความยินดีที่น้องชายตอนนี้ซึ่งยังถูกจองจำอยู่ในเรือนจำ ยังไม่รับอิสรภาพในการที่จะมาได้รับรางวัลของมูลนิธิโกมลคีมทอง ทางเราก็รู้สึกเสียใจที่น้องชายที่ยังถูกจองจำไม่ได้ออกมารับรางวัลด้วยตัวเองเพราะเป็นรางวัลที่สมควรจะต้องได้รับด้วยตัวเอง เป็นรางวัลที่ท่านได้ทำและสร้างเอาไว้ อย่างน้อยก็มีมูลนิธิโกมล คีมทองได้เล็งเห็นในการทำงานของตันมาโดยตลอด และมอบรางวัลอันทรงเกียรติให้กับตันเพื่อเป็นเกียรติประวัติให้กับครอบครัวตัน แล้วตัวน้องเอง
“เรายืนยันมาโดยตลอดว่าที่ผ่านมาน้องชายมีความมุ่งมั่นตั้งใจอย่างแรงกล้าในกันสร้างพื้นที่ สร้างการรวมกลุ่มของเด็ก เยาวชน ในการทำเรื่องดีๆ เปิดพื้นที่ให้พวกเขาได้แสดงออกอย่างสร้างสรรค์ คอยเป็นพี่เลี้ยงคอยเป็นมือที่ประคับประคองไม่ให้เด็กและเยาวชนเลี้ยว หลงทิศผิดทาง โดยเอาประสบการณ์ชีวิตของตันเองเป็นอุทธาหรณ์ให้น้องๆ ได้เรียนรู้ได้เป็นอย่างดี ทางครอบครัวมีความยินดีที่ตันได้รับเกียรติบัตรชิ้นนี้ เพราะว่าสิ่งที่ตันทำวันเกิดผลสำเร็จเป็นวงกว้างและเกิดเห็นผลผลิตจริงๆ จับต้องได้มีคนมองเห็นจริง อย่างน้อยรางวัลนี้ก็เป็นเครื่องยืนยันได้ทางหนึ่งถึงสิ่งที่ตันทำและควรจะได้รับความเมตตาจากศาลในการได้สิทธิประกันตัว ออกมาสู้คดีและทำประโยชน์เพื่อเด็ก เยาวชน ชุมชนและสังคม วันที่ 23 กุมภาพันธ์ เป็นวันเกิดของตันด้วย คงเป็นอีกปีหนึ่งที่เราไม่ได้ทานข้าวด้วยกันพร้อมหน้าพร้อมตา ซึ่งหวังว่าในเร็วๆนี้จะมีข่าวดีเรื่องการได้สิทธิประกันตัวของน้องชาย” นายอำนาจกล่าว
นายวีระพงษ์ เกรียงสินยศ กรรมการมูลนิธิโกมลคีมทอง กว่าวว่า การจัดงานปาฐกถาประจำปี มีมาต่อเนื่องกว่าครึ่งศตวรรษแล้ว การประกาศบุคคลเกียรติยศเริ่มตั้งแต่ปี 2544 ซึ่งความมุ่งหมายคือได้ยกย่องบุคคลที่หลายคนมองไม่เห็น ที่คอยทำประโยชน์อยู่ทั่วประเทศไทยในประเด็นต่างๆ สิ่งที่มูลนิธิโกมลฯ พยายามคัดเลือกบุคคลมาคล้ายๆเป็นคนตัวเล็กตัวน้อยแต่ทำเรื่องที่ยิ่งใหญ่ขึ้นมา สำหรับในปีนี้เราก็ได้มีการค้นหาบุคคลเกียรติยศ ในช่วงหลังๆจะมีอยู่ 2 ประเภท คือ ประเภทบุคคลและองค์กร ในปีนี้ก็มีคณะกรรมการคัดเลือกกันก็เห็นว่างานที่ตัน สุรนาถ แป้นประเสริฐ ทำมีความหมายมาก โดยเฉพาะเรื่องของเด็กและเยาวชน
“ในส่วนตัวคิดว่างานที่ตันทำคล้ายๆครูโกมลที่ทำเรื่องการศึกษา แต่ถ้าเปรียบกับปัจจุบันคือกระบวนการเรียนรู้ ซึ่งมันคือความหมายเดียวกัน เพราะการศึกษาทำให้มนุษย์เกิดการเรียนรู้ แยกแยะ ทำให้เกิดการพัฒนา หรือแก้ปัญหาเพื่อตอบโจทย์ทั้งชีวิตตัวเองและสังคม ก็คิดว่างานที่ตันทำนั้นเป็นกระบวนการเรียนรู้สำหรับเด็กและเยาวชน ซึ่งไม่ใช่เรียนรู้แค่การอ่านออกเขียนได้เท่านั้น แต่กระบวนการเรียนรู้ของตันทำให้เข้าใจโลก เข้าใจชีวิต เข้าใจสังคม นี่ก็เป็นที่มาที่ไปส่วนหนึ่งว่าทำไมรางวัลนี้ถึงต้องเป็นตัน จริงๆเราก็ไม่ได้มองว่าตอนนี้เขาจะอยู่ไหน อย่างไรในขณะนี้ แต่งานที่เขาทำมันเป็นประโยชน์และน่าจะเป็นแรงบันดาลใจ สร้างกำลังใจให้กับอีกหลายๆคน สิ่งเหล่านี้ก็เป็นสาระที่งานโกมลคีมทองมักจะคัดสรรคนเหล่านี้มาเพื่อให้เห็นว่าเรายังมีคนแบบนี้อยู่จริงๆ คนที่คอยทำงานเพื่อคนอื่น เหมือนกับอิฐก้อนเล็กๆที่ค่อยๆวางเป็นเส้นทางเอาไว้” นายวีระพงษ์ กล่าว