โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

บลจ.อเบอร์ดีน มองเอเชียดาวรุ่งตลาดเกิดใหม่ คาดกำไรต่อหุ้นปี 69 โต 18 %

การเงินธนาคาร

อัพเดต 24 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 0.32 น. • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

บลจ.อเบอร์ดีน มองหุ้นเอเชียดาวรุ่งตลาดเกิดใหม่ จ่อทำผลงานโดดเด่นปี 69 มูลค่าหุ้นถูกกว่าตลาดสหรัฐฯ รับแรงหนุนวัฏจักรลงทุนทั่วโลกเพิ่มสูงขึ้น คาดกำไรต่อหุ้น หรือ EPS ปีนี้โต 18%

นางสาวพฤกษา เอี่ยมธงทอง, Head of Equities Asia Pacific, Aberdeen Investment หรือ บลจ.อเบอร์ดีน เปิดเผยว่า ตลาดเกิดใหม่ (EM) เปิดปี 2569 ด้วยโมเมนตัมการเติบโตของกำไรที่เร่งตัวสูงขึ้น อีกทั้งแรงหนุนจากวัฏจักรการลงทุนทั่วโลก (capex cycle) ที่กลับเข้ามาในตลาดเกิดใหม่ ทั้งในด้านโครงสร้างพื้นฐานปัญญาประดิษฐ์ (AI) การผลิตอุตสาหกรรมยุคใหม่ และการปรับโครงสร้างซัพพลายเชน ซึ่งทั้งหมดนี้กำลังกระจายเม็ดเงินและผลกำไรเข้าสู่อุตสาหกรรมที่เป็นจุดแข็งของตลาดเกิดใหม่ ไม่ว่าจะเป็นอุตสาหกรรมฮาร์ดแวร์ การผลิตเชิงอุตสาหกรรม ทรัพยากรธรรมชาติ (resources) และเทคโนโลยีเพื่อการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน (energy‑transition)

ขณะเดียวกัน ความคิดเห็นส่วนใหญ่ของนักวิเคราะห์คาดว่า อัตราการเติบโตของกำไรต่อหุ้น (EPS Growth) ของ MSCI EM โตประมาณ 18% ในปี 2569 สูงกว่าเมื่อเทียบกับ S&P 500 ที่ 14.8% และ MSCI World ที่ 12% ซึ่งตอกย้ำความเชื่อมั่นต่อทิศทางกำไรของตลาดเกิดใหม่ในปีนี้ ด้านมูลค่าหุ้น (Valuation) ก็ยังอยู่ในระดับที่น่าสนใจ โดย Forward P/E ของตลาดเกิดใหม่อยู่ที่ประมาณ 15 เท่า เมื่อเทียบกับ 26 เท่า ของ S&P 500 และ 24 เท่า ของ MSCI World [2] ความแตกต่างด้านมูลค่านี้สะท้อนโอกาสการเติบโตที่โดดเด่นกว่า ในช่วงที่ตลาดพัฒนาแล้วกำลังเผชิญระดับราคาหุ้นที่สูงและความเสี่ยงจากการกระจุกตัวในหุ้นขนาดใหญ่เพียงไม่กี่บริษัท ทำให้ตลาดเกิดใหม่กลายเป็นตลาดที่มีโอกาสสร้างความคุ้มค่าของผลตอบแทนต่อความเสี่ยง (risk‑reward opportunity) ได้ดีกว่าในจังหวะเวลานี้

นางสาวพฤกษา กล่าวว่า วันนี้ตลาดให้น้ำหนักกับปัจจัยพื้นฐานของตลาดเกิดใหม่มากกว่าความผันผวนระยะสั้น ทั้งกำไรที่เติบโตเหนือกว่า และมูลค่ายังถูกกว่าตลาดหุ้นสหรัฐฯ อย่างชัดเจน ผนวกกับเงินลงทุนทั่วโลกกำลังไหลเข้าสู่จุดแข็งของภูมิภาคนี้ ทั้งเซมิคอนดักเตอร์ เทรนด์การใช้พลังงานไฟฟ้าและอุตสาหกรรมฮาร์ดแวร์ ทำให้เส้นทางการเติบโตปีนี้ชัดและมั่นคงขึ้นมาก

"เมื่อเทียบกับ 10 ปีก่อน พบว่าตลาดเกิดใหม่แข็งแกร่งขึ้น มีงบดุลแข็งแรงขึ้น สกุลเงินเสถียรขึ้น และแนวโน้มโอกาสการเติบโตของกำไรที่ชัดเจนขึ้นกว่าเดิม ตอกย้ำว่าเฟสถัดไปของการเติบโตเศรษฐกิจโลกกำลังก่อตัวขึ้นในตลาดเกิดใหม่"

อเบอร์ดีนมองว่า เอเชียยังคงเป็นหัวใจสำคัญของการเติบโตในตลาดเกิดใหม่ จากความแข็งแกร่งของระบบนิเวศด้านเทคโนโลยีและบทบาทที่ยาวนานในซัพพลายเชนโลก เกาหลีและไต้หวันยังคงตอกย้ำความเป็นผู้นำ โดยได้แรงหนุนจากความต้องการที่ขยายตัวในสินค้าเทคโนโลยีหลายกลุ่ม ทั้งเมมโมรี อุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีพลังงานสมัยใหม่ ไปจนถึงโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล ส่งผลให้ทั้งสองตลาดมีฐานรายได้ที่หลากหลายและยืดหยุ่น รองรับการเติบโตของวัฏจักรเทคโนโลยีโลกได้อย่างแข็งแรง

สำหรับจีน แม้การบริโภคและตลาดอสังหาริมทรัพย์ภายในประเทศยังเผชิญแรงกดดัน แต่จีนยังคงโดดเด่นในอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า แบตเตอรี่ อุปกรณ์ไฟฟ้ากำลัง และระบบ AI ที่มีความสามารถแข่งขันสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง แม้การฟื้นตัวของผู้บริโภคอาจต้องใช้เวลา แต่ความได้เปรียบด้านเทคโนโลยีของจีนยังคงสะสมการเติบโตอย่างต่อเนื่อง และเป็นแรงหนุนสำคัญต่อความแข็งแกร่งของภาคอุตสาหกรรมในตลาดเกิดใหม่

ส่วนตลาดหุ้นอินเดีย คาดว่าปี 2569 อัตราการเติบโตของกำไรต่อหุ้นอินเดียจะเร่งตัวขึ้นแตะที่ 16% โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจที่เติบโตรวดเร็วและแข็งแรง เป็นหนึ่งในประเทศที่มีการเติบโตโดดเด่นของโลก ทั้งสองปัจจัยนี้สร้างความสมดุลให้กับอินเดียมากขึ้น รวมถึงข้อตกลงการค้าล่าสุดระหว่างสหรัฐฯ และอินเดียที่เพิ่งประกาศ ได้ช่วยขจัดปัจจัยกดดันสำคัญต่อหุ้นอินเดีย เนื่องจากความเสี่ยงด้านภาษีศุลกากรจากสหรัฐฯ เคยเป็นแรงกดดันสำคัญต่อตลาดหุ้นอินเดียในปีที่ผ่านมา

ขณะที่ละตินอเมริกายังคงมีโอกาสลงทุน แต่จะเน้นเลือกลงทุนเฉพาะกลุ่มอุตสาหกรรมที่ยังมีศักยภาพเติบโต สอดคล้องกับเทรนด์การใช้พลังงานไฟฟ้า และการย้ายฐานการผลิตของภาคอุตสาหกรรม แม้ภูมิภาคจะยังเผชิญความผันผวนทางการเมืองในประเทศสำคัญอย่างบราซิล โคลอมเบีย เปรู คอสตาริกา และอาร์เจนตินา แต่ละตินอเมริกายังคงโดดเด่นด้วยทรัพยากรเชิงยุทธศาสตร์ ทั้งทองแดงและยูเรเนียม ซึ่งตอบโจทย์ความต้องการแร่สำคัญสำหรับการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานที่เพิ่มขึ้น ขณะที่เม็กซิโกได้รับแรงหนุนจากการเชื่อมโยงซัพพลายเชนกับสหรัฐฯ ที่ลึกขึ้น และมีโอกาสที่ประเทศอื่นจะตามมาเมื่อการปรับโครงสร้างซัพพลายเชนเดินหน้าต่อไป

เมื่อผสานความชัดเจนด้านกำไรของเอเชียเข้ากับข้อได้เปรียบด้านทรัพยากรของละตินอเมริกา ภาพเชิงกลยุทธ์ก็ชัดเจนมากขึ้น อเบอร์ดีนจึงยังคงให้น้ำหนักลงทุนในเอเชียที่สูงกว่า และเสริมด้วยการคัดเลือกหุ้นรายตัวที่ได้รับอานิสงส์จากทรัพยากรและแร่สำคัญ ซึ่งยังคงให้ผลตอบแทนคุ้มค่าต่อความเสี่ยงในช่วงนี้

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกับ กองทุน - การลงทุน ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...