โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

EU ลั่นพร้อมปกป้องกรีนแลนด์ทุกวิถีทาง โต้”ทรัมป์”ขู่ยึดดินแดน

ฐานเศรษฐกิจ

อัพเดต 9 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา

ท่ามกลางคำขู่ของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่จะเข้ายึดครองกรีนแลนด์ นางเออร์ซูลา ฟอน เดอร์ เลเยน ประธานคณะกรรมาธิการยุโรป ยืนยันว่าสหภาพยุโรป (EU) จะยังคงร่วมมือกับสหรัฐฯ ต่อไปเพื่อเสริมสร้างความมั่นคงในภูมิภาคอาร์กติก ขณะเดียวกัน EU ได้ออกมายืนยันอย่างเป็นทางการว่า กรีนแลนด์ได้รับความคุ้มครองภายใต้ "ข้อตกลงช่วยเหลือซึ่งกันและกัน" (Mutual Assistance Clause) ของกลุ่ม

ประธานคณะกรรมาธิการยุโรปกล่าวระหว่างการเยือนไซปรัสอย่างเป็นทางการเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมาว่าEU จะทำงานอย่างใกล้ชิดกับพันธมิตร รวมถึงสหรัฐฯ เพื่อความมั่นคงในอาร์กติก แม้ว่าประธานาธิบดีทรัมป์จะยังคงเดินหน้ากดดันเดนมาร์กเพื่อขอครอบครองกรีนแลนด์ก็ตาม

"สหภาพยุโรปมีชื่อเสียงที่ดีมากในกรีนแลนด์ และเราให้ความสำคัญอย่างยิ่งต่อความร่วมมืออันดีเยี่ยมที่เรามีต่อกัน" นางฟอน เดอร์ เลเยน ระบุ

ทรัมป์ยกระดับคำขู่: "อาร์กติกต้องอยู่ในมือสหรัฐฯ"

ด้านประธานาธิบดีทรัมป์ได้ตอกย้ำวาระการขยายดินแดนโดยอ้างเหตุผลด้านความมั่นคงแห่งชาติ โดยระบุผ่านแพลตฟอร์ม Truth Social ว่า NATO จะมีความแข็งแกร่งและมีประสิทธิภาพมากขึ้นหากกรีนแลนด์อยู่ภายใต้การปกครองของสหรัฐฯ มิเช่นนั้น รัสเซียและจีนจะเป็นฝ่ายที่ได้รับผลประโยชน์ในภูมิภาคยุทธศาสตร์นี้ พร้อมย้ำว่า "สิ่งอื่นใดที่นอกเหนือจากนี้ถือเป็นเรื่องที่ยอมรับไม่ได้"

คำแถลงดังกล่าวมีขึ้นในช่วงเวลาเดียวกับการประชุมที่วอชิงตันระหว่างรัฐมนตรีต่างประเทศของเดนมาร์กและกรีนแลนด์ กับนายมาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ และนายเจดี แวนซ์ รองประธานาธิบดีสหรัฐฯ

นายลาร์ส เลิกเกอ รัสมุสเซิน รัฐมนตรีต่างประเทศเดนมาร์ก ยอมรับว่าทั้งสองฝ่ายยังคงมีความ "เห็นต่างอย่างรุนแรง" และไม่สามารถเปลี่ยนท่าทีของผู้นำสหรัฐฯ ที่มีความปรารถนาจะ "พิชิต" กรีนแลนด์ได้ อย่างไรก็ตาม ทั้งสองประเทศตกลงที่จะจัดตั้ง "คณะทำงานระดับสูง" เพื่อหาทางออกร่วมกัน

ยุโรปเคลื่อนไหว ส่งกำลังทหารสำรวจพื้นที่

ท่ามกลางความตึงเครียดที่พุ่งสูงขึ้น หลายประเทศในยุโรปเริ่มประกาศเจตจำนงในการส่งเจ้าหน้าที่ทหารเข้าร่วมภารกิจลาดตระเวนในกรีนแลนด์ ซึ่งเป็นดินแดนที่อุดมไปด้วยแร่ธาตุตามคำร้องขอของรัฐบาลเดนมาร์ก โดยประเทศที่ตอบรับแล้ว ได้แก่ ฝรั่งเศส เยอรมนี สวีเดน นอร์เวย์ และเนเธอร์แลนด์

นางฟอน เดอร์ เลเยน ให้คำมั่นว่าจะเพิ่มการลงทุนและความร่วมมือในกรีนแลนด์เป็นสองเท่า โดยเน้นย้ำว่า "กรีนแลนด์สามารถพึ่งพาเราได้ทั้งในด้านการเมือง เศรษฐกิจ และการเงิน"

กางข้อกฎหมาย: "มาตรา 42.7" เกราะคุ้มกันกรีนแลนด์

คณะกรรมาธิการยุโรปได้ชี้แจงสถานะทางกฎหมายว่า แม้กรีนแลนด์จะเป็นดินแดนกึ่งปกครองตนเองและไม่ได้เป็นสมาชิก EU โดยตรง แต่เนื่องจากกรีนแลนด์เป็นส่วนหนึ่งของราชอาณาจักรเดนมาร์ก จึงได้รับความคุ้มครองภายใต้ มาตรา 42.7 ของสนธิสัญญาสหภาพยุโรป

  • สาระสำคัญของมาตรา 42.7: หากรัฐสมาชิกตกเป็นเหยื่อของการรุกรานทางอาหารในดินแดนของตน รัฐสมาชิกอื่นๆ มีหน้าที่ต้องให้ความช่วยเหลือในทุกวิถีทางเท่าที่ทำได้
  • การบังคับใช้: โฆษกคณะกรรมาธิการระบุว่า ข้อตกลงนี้มีผลผูกพันทางกฎหมาย แต่ปัจจุบันยังไม่มีการประกาศใช้เนื่องจากคำขู่ของทรัมป์ยังไม่ได้กลายเป็นการกระทำที่ใช้กำลังทหาร

ความท้าทายที่สำคัญคือ หากเกิดการเผชิญหน้าทางทหารจริง NATO จะตกอยู่ในสภาวะกลืนไม่เข้าคายไม่ออก เนื่องจากทั้งสหรัฐฯ และเดนมาร์กต่างเป็นสมาชิก NATO ซึ่งตามมาตรา 5 ของ NATO ระบุให้สมาชิกปกป้องซึ่งกันและกัน แต่ยังไม่เคยมีบรรทัดฐานว่าต้องทำอย่างไรหากสมาชิกรายใหญ่อย่างสหรัฐฯ เป็นผู้ละเมิดอธิปไตยของสมาชิกอีกรายเสียเอง

ที่มาEuronews

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...