SANKO ลุยอีวี คุมต้นทุนเข้ม รายได้โตฉลุย
#SANKO #ทันหุ้น – SANKO ตั้งเป้ารายได้ปี 2569 ไม่ต่ำกว่าปี 2568 คุมต้นทุนเข้ม เชื่อจบตัวอย่างแม่พิมพ์ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์อีวี จาก DELTA ในกุมภาพันธ์นี้ ลุ้นไฟเขียวอนุมัติแบบก่อนเปิดไลน์ผลิตเชิงพาณิชย์ช่วงมีนาคม–เมษายน 2569
นายรัฐวัฒน์ ศุขสายชล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัท ซังโกะ ไดคาสติ้ง (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ SANKO ผู้ผลิตชิ้นส่วนอะลูมิเนียมฉีดขึ้นรูป และชิ้นส่วนสังกะสีฉีดขึ้นรูปสำหรับอุตสาหกรรมยานยนต์ เปิดเผยกับ “ทันหุ้น” ว่า ความคืบหน้างานชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์สำหรับรถยนต์ไฟฟ้า (EV) จาก DELTA ประเทศไทย ซึ่งบริษัทได้รับคำสั่งซื้อแล้วก่อนหน้านี้ ขณะนี้อยู่ระหว่างจัดทำชิ้นงานตัวอย่างเพื่อรอการอนุมัติแบบ (Approve) ก่อนเข้าสู่การผลิตจริง โดยคาดว่าหากเป็นไปตามแผน จะเริ่มการผลิตเชิงพาณิชย์ได้ช่วงเดือนมีนาคม–เมษายน 2569 ซึ่งงานดังกล่าวมีบทบาทสำคัญในการช่วยชดเชยคำสั่งซื้อจากลูกค้าเดิมที่ชะลอตัวลงตามภาวะเศรษฐกิจและสถานการณ์โลก
เดินหน้าผลิต
ขั้นตอนปัจจุบันยังมีการปรับแก้รายละเอียดแบบและสเปกตามความต้องการของลูกค้าอย่างต่อเนื่อง โดยอยู่ในช่วงทำแม่พิมพ์และทดลองประกอบ(Test Assembly) คาดแล้วเสร็จภายในเดือนกุมภาพันธ์ 2569 และหากได้รับการอนุมัติตามกำหนด จะเดินหน้าผลิตเชิงพาณิชย์ในลำดับถัดไป
แม้งานจาก DELTA ยังอยู่ระหว่างรออนุมัติ แต่เป็นออเดอร์ที่มีนัยสำคัญต่อบริษัท เนื่องจากเข้ามาหนุนการดำเนินงานท่ามกลางคำสั่งซื้อจากลูกค้าเดิมบางรายที่ปรับลดปริมาณการสั่งซื้อ ขณะที่อุตสาหกรรมยานยนต์ยังเผชิญความไม่แน่นอนจากปัจจัยเศรษฐกิจโลก
ด้านความพร้อมการผลิต บริษัทได้เตรียมเครื่องจักรและกำลังการผลิตไว้ล่วงหน้าแล้ว เนื่องจากมีระยะเวลาจัดหา (Lead Time) ราว 2 เดือน อย่างไรก็ตาม ปริมาณคำสั่งซื้อในระยะถัดไปยังขึ้นอยู่กับทิศทางเศรษฐกิจและปัจจัยภายนอกเป็นหลัก
สำหรับปัจจัยที่ต้องติดตาม ประเด็นกำแพงภาษี (Tariff) และสถานการณ์การค้าระหว่างประเทศยังเป็นตัวแปรสำคัญ โดยบริษัทอยู่ระหว่างรอความชัดเจนนโยบายภาษีในช่วงกลางเดือนนี้ ซึ่งหากมีทิศทางเชิงบวกจะช่วยหนุนบรรยากาศการลงทุนของภาคอุตสาหกรรม นอกจากนี้ยังต้องติดตามความผันผวนราคาพลังงาน รวมถึงต้นทุนวัตถุดิบที่เกี่ยวข้องกับโลหะและเงิน (Silver) ซึ่งอาจกระทบโครงสร้างต้นทุนในระยะถัดไป
รักษาระดับ
สำหรับแผนปี 2569 บริษัทจะยังเน้นกลยุทธ์ประคองตัว บริหารต้นทุนและบุคลากรอย่างรอบคอบ พร้อมใช้ความระมัดระวังในการลงทุนใหม่ ท่ามกลางเศรษฐกิจที่ยังไม่ฟื้นตัวชัดเจน แม้ยังมีสถานะกระแสเงินสดที่สามารถบริหารจัดการได้ โดยตั้งเป้ารักษาระดับรายได้ 2569 ไม่ต่ำกว่าปี 2568