ช้ำรักรุ่นลูก! สาวใหญ่44 ถูกแฟน22 หลอกฮุบสมบัติ นอกใจเป็นร้อยครั้ง ขอหย่ากลับโดนขู่ฆ่า!?
ช้ำรักรุ่นลูก! สาวใหญ่ 44 ถูกแฟน 22 หลอกฮุบสมบัติ-นอกใจเป็นร้อยครั้ง ขอหย่ากลับโดนขู่ฆ่า!
20 พ.ย.68 รายการโหนกระแสวันนี้ เรื่องราวสุดช้ำของหญิงวัย 44 ปี ที่ถูก อดีตสามีรุ่นลูกวัย 22 ปี หลอกให้รักและหวังฮุบสมบัติ แถมยังนอกใจไม่หยุดหย่อน มีผู้หญิงแอบแซ่บเข้ามาพัวพันหลายคนนับไม่ถ้วน จนกระทั่งขอหย่า แต่เรื่องกลับไม่จบสิ้น ถูกญาติฝ่ายชายข่มขู่เอาชีวิตตนเองและลูกสาว
ในรายการ "โหนกระแส" ที่มี หนุ่ม กรรชัย กำเนิดพลอย เป็นพิธีกร ได้พูดคุยกับหญิงวัย 44 ปี (สงวนชื่อ) ที่เปิดเผยเรื่องราวความสัมพันธ์อันขมขื่นกับอดีตสามีรุ่นน้อง อายุห่างกันถึง 22 ปี โดยเธอเล่าว่า ตลอดระยะเวลาที่คบหากัน ฝ่ายชายได้ขอจดทะเบียนสมรสเอง แต่หลังจากนั้นไม่นาน พฤติกรรมของฝ่ายชายก็เริ่มเปลี่ยนไป นอกใจอย่างต่อเนื่องไม่หยุด มีผู้หญิงเข้ามาพัวพันหลายคน บางครั้งถึงขั้นมีผู้หญิงมาทวงเงินค่าที่สามีแอบไปมีความสัมพันธ์ด้วย
หญิงวัย 44 ปี เปิดเผยว่า ตนจับได้ว่าฝ่ายชายนอกใจบ่อยมาก นับได้เป็นร้อยครั้ง จับได้แทบทุกเดือน และเมื่อถูกจับได้ ฝ่ายชายจะสร้างบัญชีเฟซบุ๊กใหม่ขึ้นมานับร้อยบัญชี นอกจากนี้ ยังมีการใช้เฟซบุ๊กส่วนตัวของตนเองไปยืมเงินคนอื่น โชคดีที่เห็นทันจึงระงับได้ทันท่วงที
เนื่องจากทนพฤติกรรมการนอกใจไม่ไหว เธอจึงตัดสินใจไปตกลงขอหย่าขาดจากสามีที่โรงพัก แต่ปัญหากลับไม่จบลงง่าย ๆ เมื่อ ญาติของฝ่ายชายไม่พอใจอย่างมาก และได้มีการโทรศัพท์ข่มขู่จะเอาชีวิตตนเองและลูกสาว ด้วยความหวาดกลัว เธอจึงต้องเข้าแจ้งความเป็นหลักฐานกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ป่าแดด จ.เชียงราย
โดยในช่วงท้ายของรายการ ได้มีการโฟนอินเข้ามาพูดคุยกับทางญาติของฝ่ายชาย ซึ่งยืนยันว่า ไม่ได้มีการข่มขู่เอาชีวิตแต่อย่างใด และไม่เคยทราบเรื่องการจดทะเบียนสมรส โดยอ้างว่าฝ่ายชายเป็น "เด็กไม่ทันคน" และการข่มขู่ที่ฝ่ายหญิงกล่าวอ้างนั้น เป็นเพียงการ "สาปแช่ง" เท่านั้น นอกจากนี้ยังกล่าวหาว่าฝ่ายหญิงเป็นคนพาฝ่ายชายไปจดทะเบียนสมรสเอง
ต่อมา ฝ่ายชายได้โฟนอินเข้ามาเช่นกัน และยืนยันว่าสิ่งที่ฝ่ายหญิงกล่าวหาไม่เป็นความจริง ส่วนเรื่องเอกสารที่ฝ่ายชายเคยเขียนว่าจะใช้หนี้กว่า 30 ล้านบาท ให้ฝ่ายหญิงนั้น ฝ่ายชายอ้างว่าถูกฝ่ายหญิงบังคับให้เขียน ซึ่ง หนุ่ม กรรชัย ได้ตั้งข้อสงสัยถึงประเด็นที่ญาติฝ่ายชายเคยอ้างว่าเป็น "เด็กพิเศษ" แต่กลับสามารถเป็นทหารเกณฑ์ได้ ทางญาติจึงยอมรับในภายหลังว่าไม่ได้เป็นเด็กพิเศษ เพียงแต่เป็น "เด็กไม่ทันคน"