โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

จับเข่าคุย ไชยวัฒน์ เหลืองอมรเลิศ เคล็ดลับบริหาร‘สวนน้ำสวนสนุก’ให้ยั่งยืน

MATICHON ONLINE

อัพเดต 16 มิ.ย. 2567 เวลา 16.36 น. • เผยแพร่ 16 มิ.ย. 2567 เวลา 06.50 น.
ไชยวัฒน์ เหลืองอมรเลิศ

ปลายเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา ประเทศไทยกลับมาเป็นเจ้าภาพจัดประชุมเกี่ยวกับอุตสาหกรรมสวนสนุกและสถานที่ท่องเที่ยวระดับโลก ของ The International Association of Amusement Parks and Attractions หรือ IAAPA อีกครั้งในรอบ 17 ปี ซึ่งงานประชุม IAAPA Expo Asia 2024 ได้มีสมาชิกกว่า 6,000 รายในกว่า 100 ประเทศ มาพบปะ พร้อมชมโลกแห่งนวัตกรรมและเทคโนโลยีการท่องเที่ยวเพื่อความบันเทิงครั้งยิ่งใหญ่

โดยที่สมาชิกที่มาเยือนไทยครั้งนี้ จะได้เข้าชมสวนน้ำสวนสนุกในเมืองด้วย หนึ่งในนั้นคือ สยามอะเมซิ่งพาร์ค แต่ส่วนใหญ่มักคุ้นในชื่อ “สวนสยาม” ต้นกำเนิดทะเลกรุงเทพฯ ตั้งอยู่บนถนนสวนสยาม แขวงคันนายาว เขตคันนายาว กทม.

เอ่ยถึงชื่อสวนสยาม ก็ต้องนึกถึงผู้ก่อตั้ง ไชยวัฒน์ เหลืองอมรเลิศ ประธานที่ปรึกษา กลุ่มบริษัทสยามพาร์คซิตี้ ที่ปัจจุบันอายุย่างเข้า 87 ปี โดยผู้เขียนได้มีโอกาสพูดคุยถึงสถานการณ์อุตสาหกรรมสวนสนุกสวนน้ำและธุรกิจให้ความบันเทิงกลางแจ้ง รวมถึงมุมมองอนาคตของอุตสาหกรรมนี้จะเป็นอย่างไร!!

“อุตสาหกรรมสวนน้ำสวนสนุก รวมถึงเครื่องเล่นต่างๆ เปลี่ยนไปเยอะ เทคโนโลยีมาเร็ว การตลาดก็เปลี่ยนไปมาก พฤติกรรมคนท่องเที่ยวเปลี่ยนไปมาก ความเจริญของการดำรงชีวิต ตัวเร่งให้เทคโนโลยีเปลี่ยนเร็ว ความต้องการสิ่งอำนวยความสะดวกมากขึ้น ธุรกิจการให้ความบันเทิงก็มีอย่างอื่นมาแทน หรือชิงลูกค้ามากขึ้นๆ อย่างโรงหนัง แหล่งท่องเที่ยวรูปแบบใหม่ๆ มาตัดทอน เพิ่มความลำบากกับผู้สร้างสวนน้ำสวนสนุก ยิ่งตอนนี้ความไวของการตลาดที่ใช้เทคโนโลยีมาแย่งชิงกัน มีหลากหลายช่องทาง เมื่อก่อนจะโฆษณาให้รู้ว่าเราจะทำอะไร ก็ต้องผ่านสื่อทีวี สื่อสิ่งพิมพ์วันนี้แค่มือถือเครื่องเดียว รู้หมด”

คุณไชยวัฒน์เล่าย้อนถึงที่มาแนวคิดผุดสวนสยาม ทะเลกรุงเทพฯ ที่เปิดให้บริการมาแล้ว 43 ปี และสร้างความสนุกสนานบันเทิงให้คนไทยและนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกมาแล้วกว่า 52 ล้านคน

จุดเริ่มเป็นการผสมผสานทั้งความอยากให้ครอบครัวไทย โดยเฉพาะในเมืองหลวงอย่างกรุงเทพมหานครได้มีแหล่งผ่อนคลายเสมือนการไปพักผ่อนตากอากาศ ที่สมัยก่อนต้องเตรียมตัวและมีค่าใช้จ่ายสูงต่อการไปท่องเที่ยวต่างเมือง ทั้งค่ารถ ค่าที่พัก ค่าอาหาร กับการต่อยอดธุรกิจใหม่ๆ

“หลังจากประสบความสำเร็จกับธุรกิจสร้างบ้านพัก ราคาที่ให้คนรายได้ปานกลางผ่อนส่งได้ และประสบการณ์จากการจัดสรรที่ดิน ภายใต้ ช. อมรพันธุ์อีกทั้งดูวิถีชีวิตเด็กสมัยนั้น จะเล่นน้ำที ต้องเอาไม้มาทำไม้กระดก แล้วกระโดดน้ำ หรือสไลด์ลื่นไหลลงไปในน้ำ หรือไม่ก็ควักดินเป็นร่องเพื่อไหลลงน้ำ ประกอบกับเมื่อ 60 ปีก่อนหน้า ได้ไปเที่ยวชม ดิสนีย์แลนด์ ที่สหรัฐ และดูถึงประวัติวอลท์ ดิสนีย์ ที่ต่อสู้และฝ่าฟันมาอย่างไรเพื่อให้บรรลุฝันที่ได้ตั้งไว้ จากเป็นนักวาดการ์ตูนบ้านนอก วาดไว้ก็ขายไม่ออก เรียกได้ว่าเป็นนักวาดไส้แห้ง วันหนึ่งตัดสินใจเข้าเมืองใหญ่ โดยแอบนั่งในตู้เก็บอาหารรถไฟ กินนอนในนั้น ที่มีหนูเป็นเพื่อน เห็นถึงความน่ารักของหนู จินตนาการออกมาเป็นภาพ ที่ใช้เป็นโลโก้แบรนด์เขาถึงวันนี้ เมื่อเข้าเมืองหลวงและสถานีโทรทัศน์หนึ่งนำออกเผยแพร่จนการ์ตูนที่เขาวาดเป็นที่แพร่หลายประสบความสำเร็จ เขาก็ต่อยอดสร้างดิสนีย์แลนด์ นำตัวละครที่ได้สร้างสรรค์ขึ้น ที่จินตนาการจากสารพัดชนิดสัตว์ มาทำเป็นธุรกิจเชิงพาณิชย์ในอีกหลายรูปแบบ แม้ระหว่างทางก็เห็นเขาล้มลุกคลุกคลาน ประสบปัญหาหลายครั้ง ก็ไม่ทิ้งความพยายาม จนเป็นเจ้าของคนแรกและเปิดดำเนินการมาถึงทุกวันนี้ กลายเป็นแรงบันดาลใจ

อีกทั้งได้มีการคุยกันในวงรับประทานข้าวกับผู้ใหญ่ที่นับถือ อยากทำ ก็ติดต่อไปที่ดิสนีย์ อยากร่วมมือกัน มาเปิดที่ไทย แต่ติดหลายเงื่อนไข ทั้งทำเลต้องมีพื้นที่เป็นพันไร่ เงินลงทุนไม่น้อยกว่าพันล้าน และการเดินทางเข้าถึงเป็นจุดต่อกับการโดยสารระบบสาธารณะ ถนน 8 เลน เป็นเรื่องยากในสมัยนั้น ที่เคยคุยไว้ก็ถอย แต่ด้วยตอนนั้น ผมคิดแบบเด็กๆ เราเคยทำธุรกิจสร้างเงินเป็นหมื่นๆ ล้านมาแล้ว อวดตัวว่าอย่างไรก็ได้ ต้องทำให้ได้เพราะได้ออกข่าวไปแล้ว ขายแนวคิดกับลูกบ้านด้วยแล้ว เกรงว่าเป็นเด็กเลี้ยงแกะ สร้างหมู่บ้านก็ขายหมดแล้ว ต่อไปจะสร้างบ้านขายที่ใดก็เจ๊งหมด เพราะเขาไม่เชื่อถือ อย่างไรก็ต้องเดินหน้า”

เมื่อต้องเดินหน้า คุณไชยวัฒน์ได้เดินทางดูสวนสนุกในต่างประเทศ หนึ่งในนั้นคือ สวนสนุกโทชิมะเอ็น ที่ประเทศญี่ปุ่น ประกอบด้วยพื้นที่สวนสนุกและสวนน้ำตั้งอยู่ในเมือง ที่มีการสร้างสระใหญ่ สร้างเป็นทะเลเทียม โดยดึงน้ำทะเลนำมากรองและให้ประชาชนได้เล่น นำวิธีทำคลื่นเทียมทำให้ทะเลมีคลื่นได้ จึงเกิดความคิดว่า “คงจะดี” หากนำมาสร้างที่กรุงเทพฯ แม้จะมีผู้คัดค้านโดยถามคุณไชยวัฒน์ “การสร้างสวนน้ำครั้งนี้ คุณอยากได้เงินหรืออยากได้กล่อง ถ้าคุณอยากได้กล่องก็สร้างตามสบาย แต่ถ้าคุณอยากได้เงิน ต้องล้มเลิกและคิดโปรเจ็กต์อื่นมาทำแทน หรือปลูกบ้านขายพร้อมที่ดินให้เป็นเมือง สมกับชื่อบริษัท อมรพันธุ์นคร” จึงตั้งอมรพันธุ์นครสวนสยามขึ้นมาดูแล “สวนสยาม ทะเล-กรุงเทพฯ” และปรับแนวคิดสร้างสวนน้ำและสวนสนุกขนาดใหญ่ไม่แพ้ญี่ปุ่นและสหรัฐ

เปิดดำเนินไป ลงทุนเพิ่มเติมไปเรื่อยๆ ด้วยเงินลงทุนมหาศาล แต่การเก็บค่าตั๋วไม่ได้สูง เมื่อค่าใช้จ่ายสูงแต่รายได้ไม่เพียงพอ แบกรับไม่ไหว จึงปรับค่าตั๋ว ให้สอดคล้องกับต้นทุนและค่าใช้จ่าย เคยเก็บ 100 บาท เป็น 400 บาท แต่ก็มีเพิ่มความหลายหลากในการให้บริการ แต่ตลาดลูกค้าไม่ตอบรับ จำนวนผู้เข้าใช้บริการลดลงต่อเนื่อง

“ช่วงเปิด 5 ปีแรกดีสุด ประสบความสำเร็จอย่างมาก ด้วยคนตื่นใจกับการมีทะเลใหญ่ในกรุงเทพฯ คนเยอะทุกวัน จนใครๆ ก็อยากสร้าง จากนั้น 10 ปีต่อมา เกิดสวนน้ำในสถานที่ต่างๆ แต่ก็ไม่ติดเท่าสวนสยามและไม่ได้เตรียมพร้อมอย่างเรา ที่ได้ศึกษาด้านคุณภาพน้ำ เราคำนวณเรื่องที่มีคนฉี่ลงไปแล้ว กี่นาทีจะถูกกำจัดด้วยเครื่องกรอง ที่การใส่ยาฆ่าเชื้อและยาน้ำความสะอาดให้ปริมาณที่เหมาะสม ไม่เป็นอันตราย เป็นจุดแข็งของเรา ดังนั้น ส่วนใหญ่เปิดตาม ไม่นานก็เจ๊ง ช่วง 20 ปีหลังเปิดก็มีรายได้ รวย คนเยอะ คนรู้จัก สวนสนุกเราก็เพิ่มเครื่องเล่นต่อเนื่อง ตอนมีเครื่องเล่นรถไฟเหาะตีลังกา ‘บูมเมอแรง’ คนมาใช้เยอะมาก เมื่อเข้าไปเป็นสมาชิก IAAPA ได้ซื้อโรงหนัง 3 มิติ นักการเมือง นักธุรกิจ มาดูกันมากมาย ลือไปว่าสวนสยามรวยมาก แต่ด้วยภาระการลงทุนต่อเนื่อง ค่าใช้จ่ายสูง แต่รายได้ไม่สอดรับกันก็โดนฟ้องหลังจากทำมา 20 ปี ต้องสู้กันหลายปี ก็ต้องขายที่ดิน เร่งชำระหนี้และประคองกันมาถึงวันนี้ โดยเปลี่ยนชื่อใหม่จาก สวนสยาม เป็นสยามอะเมซิ่งพาร์ค ให้สอดคล้องกับภาพลักษณ์ความเป็นสากล ชูความโดดเด่นสวนน้ำทะเลเทียมใหญ่ที่สุดในโลก และเครื่องเล่นที่หลากหลายเหมาะสมกับทุกวัย เมื่อลูกๆ จบการศึกษาจากต่างประเทศ โดยให้ทายาทรุ่นที่สอง วุฒิชัย (เหลืองอมรเลิศ) ซึ่งตอนนี้เป็นประธาน IAAPA รับช่วงดูแลต่อไป”

และที่กำลังปลุกปั้น อีกชิ้นงานในวัย 80 ปีเศษ คือ โครงการบางกอกเวิลด์ ผุดอาคารด้านหน้าสวนน้ำสวนสนุก จุดประสงค์เพื่อเป็นแหล่งท่องเที่ยวและเรียนรู้ครบวงจรของคนไทยและต่างชาติ หวังเป็นมรดกธุรกิจส่งต่อรุ่นต่อๆ ไป ซึ่งการออกแบบอาคารทั้ง 13 อาคารที่เรียงกัน เป็นสถาปัตยกรรมย้อนในสิ่งที่รู้จักคุ้นเคย แม้บางแห่งไม่มีชมแล้ว แต่ก็ชมได้ที่นี่

“ย้อนไปเมื่อ 20 ปีก่อน ผมได้เก็บที่ดินบริเวณหน้าสวนสยามไว้ผืนหนึ่ง ขนาดประมาณ 70 ไร่ ตั้งใจจะใช้เพื่อประโยชน์แก่ประเทศชาติส่วนรวม โดยสร้างไว้เป็นอนุสรณ์สถานหลังผมไม่มีชีวิตอยู่แล้ว เรียกให้เข้าใจง่ายๆ คือ พระนคร หรือเมืองบางกอก ซึ่งจำลองตึกรามบ้านแบบตะวันตกที่งดงามทันสมัยในอดีตของกรุงเทพมหานคร ในยุคที่บ้านเมืองเจริญรุ่งเรือง เป็นภาพลักษณ์ใหม่ของสยามประเทศในสมัยที่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้ทรงพัฒนาและปรับปรุงประเทศทุกด้านให้เจริญทัดเทียมกับนานาอารยประเทศ สุดท้ายตั้งชื่อให้ทันสมัยว่า บางกอกเวิลด์ ที่นี่จะได้เห็นอาคารสถาปัตยกรรมอย่าง ศาลาเฉลิมไทยศาลาเฉลิมกรุง สำเพ็ง คลองถม พาหุรัด ไชน่าทาวน์ อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย เสาชิงช้า ป้อมพระสุเมรุ”

ถามว่าอุตสาหกรรมสวนน้ำสวนสนุกของไทยจะยั่งยืนไปได้อย่างไรเมื่อต้องเผชิญและถูกช่วงชิงด้วยเทคโนโลยี และพฤติกรรมวัยรุ่นยึดการใช้ชีวิตกับเกมบนมือถือมากขึ้น คุณไชยวัฒน์กล่าวด้วยรอยยิ้มว่า “ตอนทำสวนน้ำ เราก็คุยกัน ต้องมองระยะไกลอีก 20 ปีข้างหน้า การทำธุรกิจต้องอยู่ได้บนการเปลี่ยนแปลงของประเทศและทันโลก จากนี้ไม่ว่าอย่างไร ต้องเก็บทะเลกรุงเทพฯไว้ เราเตรียมไว้ก่อนแล้ว เพราะทะเลจะสร้างใหญ่อย่างนี้ ต้องมีที่ดินจำนวนมาก ซึ่งวันนี้ราคาแพงมาก ค่าแรงก็แพงขึ้นค่าก่อสร้างสูงมาก ตอนแรกๆ ยอมรับแบกรับขาดทุนและเหนื่อยมาก ส่วนเครื่องเล่นปรับเพิ่มลดได้ตลอด ยอมรับว่าเทคโนโลยีมาเร็ว สมัยผมจะซื้อเครื่องเล่น ต้องบินไปอเมริกาดู เตรียมการเป็นปี กว่าจะซื้อและติดตั้งใช้เวลา 2-3 ปี สมัยนี้ ส่งเมล์หรือเปิดมือถือ ดูสินค้าและต่อรอง ไม่นานก็ตกลงได้ว่าจะเอาหรือไม่เอา เมื่อก่อนผมดูทุกด้าน ทั้งการก่อสร้าง การซื้อการขาย การตลาด แต่รุ่นสองตอนนี้มีทีมที่เก่งด้านเทคโนโลยีช่วยกัน เครื่องเล่นเมื่อก่อนต้องมีทีมช่างของเราดูแล ตอนนี้จ้างภายนอกดูแลแทนเหมือนในหลายประเทศใช้กันหมดแล้ว ผมไม่ติดอะไร เชื่อว่ารุ่นต่อจากผม เขามีฝีมือ เหมือนม้าแข่ง แก่แล้วจะวิ่งแข่งก็แอบรั้งท้าย ต่อไปก็รั้งท้าย ไม่เหมือนม้าหนุ่ม สูสีกัน เทียบกับดูศิลปวัฒนธรรม อย่างมีเวทีเล่น ‘โขน’ กับดนตรีญี่ปุ่นแบบไฮเทค เชื่อว่าจำนวนคนดูดนตรีไฮเทคจะมากกว่า และคนดูโขนก็เหลือแต่ผู้สูงวัย ซึ่งสวนสยามจะไม่เป็นอย่างนั้น ดูจากเศรษฐกิจที่ผ่านมาหลังโควิดถึงวันนี้ ก็ยังไม่ดีขึ้น ผมมองว่าในปีหน้าจะมีกว่า 50 บริษัทขนาดใหญ่ในบ้านเราปิดตัว”

ด้วยคุณไชยวัฒน์เป็นผู้หนึ่งที่ไม่เคยหยุด เมื่อถามว่าสนใจ“เอ็นเตอร์เทนเมนต์ คอมเพล็กซ์” โครงการใหญ่ที่รัฐบาลสนับสนุนให้เปิดในไทย “สนใจ ให้คนไปดูรายละเอียดมาแล้ว ก็คิดว่าจะมาต่อยอดที่นี่ได้อย่างไร แต่ติดเงื่อนไขและกติกา ยังเป็นโครงการใช้เงินลงทุนสูงเป็นแสนล้านบาท ต้องมีที่ดินและเงินทุนมหาศาล ห่วงคนไทยลงทุนยาก ถ้าผมอายุน้อยกว่านี้ก็ไม่แน่ (หัวเราะ) อย่างชีวิตผมนี้ อาจไม่ค่อยได้เห็นบ่อยนัก ผมได้เตรียมทำหนังสือมรดกแห่งชีวิต รวบรวมทุกแนวคิดและเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับชีวิตผม เพื่อเผยแพร่ในโอกาสถัดไป”

ซึ่งไม่แค่สวนสนุกที่จะเปลี่ยนแปลงไปตามยุคสมัย โครงการบางกอกเวิลด์ ในวันข้างหน้า ก็จะเสมือนเป็นคอมเพล็กซ์ขนาดใหญ่ ที่ครบเครื่องทั้งการเปิดให้บริการ ห้องประชุม ห้องจัดเลี้ยง ที่พักสไตล์บูติกขนาด 30-40 ห้อง ที่ตั้งสำนักงานและจุดแสดงสินค้า จะเป็นภาพชัดเจนที่เกิดขึ้นใน 2-3 ปีจากนี้

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : จับเข่าคุย ไชยวัฒน์ เหลืองอมรเลิศ เคล็ดลับบริหาร‘สวนน้ำสวนสนุก’ให้ยั่งยืน

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...