“Pride House Tokyo Legacy” อีกหนึ่งพื้นที่ปลอดภัย โอบกอดใจผู้มีความหลากหลายทางเพศ
เป็นที่ทราบกันดีว่า “ชินจูกุ” นับเป็นหนึ่งในย่านที่เปี่ยมไปด้วยวัฒนธรรมอันหลากหลาย ทั้งยังเป็นเสมือนศูนย์กลางสำหรับกลุ่มผู้มีความหลากหลายทางเพศ (LGBT) ประจำเมืองโตเกียวมาอย่างยาวนาน ด้วยจำนวนบาร์และไนต์คลับมากมายที่ยินดีต้อนรับทุกความหลากหลาย และเปิดโอกาสให้ทุกคนได้เป็นตัวเองอย่างเต็มที่ จนอาจเรียกได้ว่านี่คือ “พื้นที่ปลอดภัย” ที่พร้อมจะโอบกอดใจทุกคน
ทว่า ในอดีตที่ผ่านมา เมื่อดวงอาทิตย์ทอแสงเริ่มวันใหม่ ค่ำคืนที่มีความสุขเหมือนฝันนั้นก็คล้ายว่าจะจบลง เพราะในเมืองแห่งนี้ไม่เคยมีสถานที่เฉพาะใดที่จะเกิดขึ้นเพื่อชาว LGBT สำหรับการแลกเปลี่ยนพูดคุย ขอความช่วยเหลือ หรือขอคำแนะนำในเรื่องต่าง ๆ มาก่อน กระทั่งปี 2020 ที่ผ่านมา ที่ “Pride House Tokyo Legacy” ได้เกิดขึ้นและตั้งอยู่อย่างถาวร สร้างเป็นพื้นที่ปลอดภัยเล็ก ๆ ให้ทุกคนได้พักพิงใจมาจนถึงปัจจุบัน
จุดเริ่มต้นของ “Pride House” เพื่อเราทุกคน
ประเด็นเกี่ยวกับการเลือกปฏิบัติและอคติต่อชนกลุ่มน้อยทางเพศ (Sexual Minorities) ที่ยังคงหยั่งรากลึกในแวดวงกีฬา ร่วมด้วยการขาดสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยสำหรับผู้ที่เกี่ยวข้อง จุดประกายให้ “Pride House” เกิดขึ้นเป็นครั้งแรกในช่วงโอลิมปิกฤดูหนาวที่แวนคูเวอร์ปี 2010 โดยพื้นที่ดังกล่าวนี้จะทำหน้าที่เป็นพื้นที่ปลอดภัยสำหรับนักกีฬา LGBT (รวมถึงญาติมิตรและแฟนคลับผู้เป็น LGBT) ให้ได้รู้สึกอุ่นใจเมื่อมารวมตัวกัน ณ บ้าน Pride House ทั้งยังกลายเป็นศูนย์ที่ช่วยส่งเสริมความเข้าใจ และสร้างความตระหนักรู้เกี่ยวกับประเด็น LGBT ในแวดวงกีฬาควบคู่ไปในช่วงฤดูกีฬานั้นด้วย โดยมีองค์กรไม่แสวงหาผลกำไรในท้องถิ่นเป็นผู้สนับสนุนหลัก
ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา บ้าน Pride House จึงมักเกิดขึ้นในลักษณะศูนย์ให้ข้อมูลแบบป็อปอัป ควบคู่ไปกับงานแข่งกีฬานานาชาติอย่างโอลิมปิกและพาราลิมปิกเสมอ ๆ เพื่อให้ข้อมูลและสร้างความตระหนักรู้ต่อฐานแฟนกีฬาจำนวนมหาศาลที่เดินทางมาร่วมเทศกาลกีฬานานาชาติแต่ละครั้ง สร้างประโยชน์ให้ทั้งกับตัวนักกีฬาเอง ครอบครัว และนักท่องเที่ยวที่มาเยี่ยมชม หากแต่เมื่อพูดถึง “Pride House Tokyo Legacy” ที่เปิดตัวในวันที่ 11 ตุลาคม ซึ่งตรงกับ “วันเปิดเผยอัตลักษณ์ทางเพศแห่งชาติ” (National Coming Out Day) แล้ว บ้านหลังนี้ก็นับได้ว่ามีความพิเศษเล็ก ๆ ที่ต่างจาก Pride House ก่อน ๆ ออกไป เพราะบ้านหลังนี้ที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของ Tokyo 2020 โดย Tokyo Organising Committee of the Olympic and Paralympic Games อย่างเป็นทางการ จนได้กลายมาเป็น Pride House ถาวร ด้วยการสนับสนุนที่ท้วมท้นจากสถานทูตหลายแห่งในกรุงโตเกียว องค์กรไม่แสวงหาผลกำไรต่าง ๆ รวมถึงบริษัทและบุคคล ก่อให้เกิดเป็นพื้นที่อเนกประสงค์สำหรับจัดกิจกรรมทั้งออนไลน์และออนไซต์ ทั้งยังมีพื้นที่สำหรับให้คำปรึกษา และรวบรวมจัดเก็บเรื่องราวของกลุ่ม LGBTQ+ ด้วย
ดังนี้ Pride House Tokyo Legacy จึงเป็นศูนย์ซัพพอร์ต LGBT ถาวรแห่งแรกในญี่ปุ่นที่ดำเนินการโดยสมาคม Pride House Tokyo ตั้งอยู่บนอาคารชั้น 2 บริเวณด้านหลังสวนชินจูกุเกียวเอ็น (Shinjuku Gyoen National Garden) ประดับตกแต่งด้วยธงสีรุ้งโดดเด่นสะดุดตา ศูนย์แห่งนี้ยังขยายขอบเขตไปไกลกว่าวงการกีฬา โดยมีบทบาทสำคัญอีกประการในการส่งเสริมความเข้าใจของคนในสังคม และให้ความรู้แก่สาธารณะเกี่ยวกับความหลากหลายทางเพศ ทั้งยังเป็นสัญลักษณ์ของก้าวสำคัญอีกก้าวหนึ่งที่สังคมญี่ปุ่นจะเปิดใจให้กับประเด็นของความหลากหลายทางเพศมากขึ้น ด้วยโลโก้ของสถานที่แห่งนี้ที่เป็นบ้านฉาบด้วยสีรุ้ง 6 สี ซึ่งเป็นที่รับรู้กันว่าเป็นสัญลักษณ์ของ LGBT ทั่วโลก ตัดกับพื้นสีฟ้าครามแบบดั้งเดิมซึ่งเป็นสัญลักษณ์แทนประเทศญี่ปุ่น สื่อความหวังใจว่า นี่จะเป็นมรดกที่ยั่งยืนของชาวโตเกียว
ส่องบ้านพักใจ “Pride House Tokyo Legacy”
แม้บ้านหลังนี้จะก่อตั้งขึ้นโดยมีจุดประสงค์สำคัญอันดับแรกอยู่ที่การสร้างพื้นที่ที่ LGBT แต่ละคนจะรู้สึกสบายใจได้ แต่ในภาพรวมแล้ว ที่แห่งนี้ก็ยินดีต้อนรับทุกคนให้ได้แวะเวียนมาสังสรรค์กัน และ Pride House Tokyo Legacy แห่งนี้ก็มีโซนต่าง ๆ มากมายที่พร้อมให้ความรู้ ให้คำปรึกษา หรือให้ที่นั่งพักผ่อนหย่อนใจสำหรับทุกคนฟรี
หนึ่งในจุดเด่นสำคัญของบ้านหลังนี้ก็คือ “ห้องสมุด” ที่มีคอลเล็กชันหนังสือเกี่ยวกับ LGBTQ มากที่สุดแห่งหนึ่ง จนกลายเป็นสถานที่ในฝันสำหรับคนที่อยากเข้าใจและรู้เรื่องราวของชุมชนนี้มากยิ่งขึ้น บทความในปี 2020 กล่าวว่าหนังสือเกี่ยวกับ LGBTQ+ ที่มีราว 600 เล่ม ส่วนใหญ่จะเป็นภาษาญี่ปุ่น แต่ก็มีบ้างที่เป็นภาษาต่างประเทศอื่น ๆ ด้วยความอนุเคราะห์จากสถานทูตต่าง ๆ ที่ส่งมาให้ สถานที่แห่งนี้ยังมีพื้นที่สำหรับการนั่งทำงาน พร้อมด้วยบริการเครื่องดื่ม และ Wi-Fi ฟรี เพื่อต้อนรับทุกคนให้ได้เข้ามาใช้บริการและพูดคุยกันได้ตามสะดวกใจ และยังมีบูธสำหรับให้คำปรึกษาที่พร้อมให้ใครก็ตามได้เข้ามาพูดคุยและแก้ปัญหาที่ต้องเผชิญไปด้วยกัน
“พนักงานของเราบางคนก็เป็นส่วนหนึ่งของชุมชน LGBTQ ดังนั้นเราจึงเชื่อว่าเราสามารถช่วยให้คนอื่นรู้สึกเหมือนเป็นส่วนหนึ่งและไม่ได้อยู่ลำพัง เราหวังจะทำให้ Pride House เป็นสถานที่ที่ทุกคนสามารถเชื่อมต่อกับผู้อื่นได้ และที่ซึ่ง LGBTQ แต่ละคนสามารถรู้สึกเหมือนอยู่บ้าน” คุนิฮิโระ มาเอดะ สมาชิกจากทีมบริหารที่มีบทบาทเกี่ยวกับการสร้างชุมชนที่ Pride House กล่าว ทั้งเสริมว่า พนักงานจะไม่ปรี่เข้าหาผู้เยี่ยมชมและพูดคุยกับพวกเขาอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย แต่จะเน้นที่การสร้างพื้นที่ที่ทำให้พวกเขารู้สึกสบายใจเพียงแค่ได้อยู่ ณ จุดนั้นอย่างที่กล่าวไป
เว็บไซต์ Japan Travel ระบุว่า Pride House Tokyo Legacy มี “Wraparound Support” ให้สำหรับบุคคลที่มีอายุไม่เกิน 24 ปีในการช่วยเหลือผู้ที่ต้องการพูดคุยเรื่องราวเกี่ยวกับตัวตนของตัวเอง เช่น วิธีการเปิดเผยอัตลักษณ์ทางเพศของตัวเอง หรือการพูดคุยกับผู้ปกครอง รวมไปถึงประเด็นปัญหาอื่น ๆ ที่ไม่จำเป็นต้องเป็นเรื่องเกี่ยวกับ LGBT ก็ได้ โดยบริการนี้ให้บริการทั้งในภาษาอังกฤษและภาษาญี่ปุ่น
Nesnad / Wikimedia Commons
นอกจากนี้ ในทุก ๆ เดือนทางบ้านยังจัดให้มีอีเวนต์เพื่อให้ LGBT ได้มารวมตัวพูดคุยกันเดือนละสองวัน และด้วยทัศนคติของผู้คน โดยเฉพาะกับคนรุ่นใหม่ที่ค่อนข้างเปิดกว้างและเปลี่ยนแปลงตามยุคสมัย สถานที่แห่งนี้จึงเป็นจุดหมายของหลาย ๆ โรงเรียนที่จะพาเด็กมาทัศนศึกษา พร้อมเรียนรู้เรื่องราวเกี่ยวกับความหลากหลายทางเพศ และช่วยกันพัฒนาโรงเรียนของตนให้มีความหลากหลายเพิ่มมากขึ้น
รู้จัก 7 ดรีมทีมผู้สร้างบ้าน
ฝ่ายบริหารของ Pride House Tokyo Legacy แบ่งออกเป็น 7 ทีมเพื่อดูแลงานต่าง ๆ อย่างครอบคลุม โดยมีรายละเอียดดังนี้
ฝ่ายวัฒนธรรม ประวัติศาสตร์ และหอจดหมายเหตุ: สร้างและเผยแพร่เนื้อหาที่เกี่ยวกับประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมของ LGBT โดยมีผลงานที่เกี่ยวข้องคือ “ห้องสมุดของศูนย์ฯ” ที่มีหนังสือเกี่ยวกับกลุ่มผู้มีความหลากหลายทางเพศมากมายให้ทุกคนเข้าถึงได้ฟรี
ฝ่ายการศึกษาและความหลากหลาย: จัดกิจกรรมให้ความรู้ต่าง ๆ ที่เหมาะสมสำหรับทุกคน กระทั่งเด็ก ๆ ก็สามารถเข้าร่วมได้ ยกตัวอย่างเช่น กิจกรรมเล่านิทานหนังสือภาพ เพื่อขยายความเข้าใจของสาธารณชนที่มีต่อความหลากหลายทางเพศและโครงสร้างครอบครัว
ฝ่ายสนับสนุนความเป็นอยู่ที่ดี (Wellness): เปิดตัวโปรแกรมอบรมในปี 2020 สำหรับผู้ที่ต้องการสนับสนุน LGBT แต่ละคน โดยมีเป้าหมายสูงสุดคือการเพิ่มบุคลากรผู้สนับสนุน LGBT ทั่วประเทศญี่ปุ่น ทั้งยังวางแผนที่จะจัดทำโต๊ะให้คำปรึกษาทางไกล เพื่อกลุ่ม LGBT ที่กำลังประสบปัญหาแต่ไม่มีใครให้ปรึกษาหรือขอความช่วยเหลือ
ฝ่ายสร้างชุมชน: มุ่งสร้างสภาพแวดล้อมที่ทำให้ Pride House เป็นสถานที่ปลอดภัยสำหรับผู้คน โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับเยาวชน LGBT ให้สามารถมารวมตัวกันและให้ความรู้สึกเหมือนอยู่บ้าน ร่วมด้วยอีกบทบาทคือการเผยแพร่ความรู้ความเข้าใจตามมหาวิทยาลัยและสถานที่อื่น ๆ
ฝ่ายเทศกาล งานกีฬา และอาสาสมัคร: จัดกิจกรรมต่าง ๆ เช่น งาน “Rainbow Marathon” ที่เปิดโอกาสให้ทุกคนที่สนใจเข้าร่วมได้ ไม่จำกัดอัตลักษณ์และรสนิยมทางเพศ
ฝ่ายประชาสัมพันธ์นักกีฬา: มุ่งเสริมสร้างความเข้าใจที่มากขึ้นเกี่ยวกับประเด็น LGBT ภายในเวทีกีฬา ส่งเสริมการส่งข้อความเชิงบวก และเพิ่มจำนวนพันธมิตรในแนวนี้
ฝ่ายวางแผนองค์กร: สร้างขอบข่ายองค์กรสำหรับการระดมทุนและความร่วมมือกับรัฐบาลท้องถิ่นและบริษัทต่าง ๆ ที่สามารถทำให้ Pride House Tokyo Legacy เป็นองค์กรที่ยั่งยืนได้
ขยายพื้นที่ปลอดภัยให้แบ่งบาน
มาจนถึงวันนี้ Pride House Tokyo Legacy อาจไม่ใช่ศูนย์ซัพพอร์ต LGBT เดียวในญี่ปุ่นอีกต่อไป เพราะที่โรงน้ำชาอายุร้อยกว่าปีในเมือง “คานาซาว่า” (Kanazawa) ก็มี “Kanazawa LGBTQI+ centre” ที่ก่อตั้งขึ้นตั้งแต่ปี 2022 เพื่อซัพพอร์ตกลุ่มผู้มีความหลากหลายทางเพศในพื้นที่ชนบทของญี่ปุ่น หลังจากมีการจัด Pride Parade ที่เมืองแห่งนี้ในปีก่อนหน้าและประสบความสำเร็จจนจุดประกายแนวคิดศูนย์ชุมชนนี้ขึ้น
ในฐานะหญิงข้ามเพศที่อาศัยอยู่ในเมืองเล็ก ๆ ที่ค่อนข้างมีความอนุรักษ์นิยม “มามิ” (Mami) รู้สึกโดดเดี่ยวและหางานใหม่อย่างยากลำบากหลังจากที่เธอถูกไล่ออกจากงานเดิม “เมื่อเพื่อนชวนฉันมาทำงานที่ศูนย์ชุมชน Kanazawa Rainbow Pride ฉันมีความสุขมากที่มีพื้นที่ที่ฉันได้รับการยอมรับ” เธอกล่าว
ขณะที่เพื่อนร่วมงานอีกคนของเธออย่างเคนโนสุเกะ โอคุมาระ (Kennosuke Okumara) ก็ได้แชร์เรื่องราวของเขาเช่นกันว่า เมื่อก่อน เขาก็ทำงานอยู่ที่โตเกียว และได้กลับมายังบ้านเกิด ทว่าปัญหาสำคัญก็คือไม่มีทางเลือกอะไรสำหรับเกย์ที่นี่เลย ทั้งยังเสริมว่าเรื่องของ HIV และ LGBTQI+ ยังคงเป็นเรื่องต้องห้ามสำหรับพื้นที่แห่งนี้ “มีข้อมูลน้อยมาก มันน่าเสียดายจริง ๆ และฉันมาที่นี่เพื่อแบ่งปันประสบการณ์ และแบ่งปันความตระหนักรู้ให้มากขึ้น…นี่เป็นพื้นที่ปลอดภัยสำหรับทุกคนตรงนี้” เคนโนสุเกะกล่าวพลางชงชาสำหรับเสิร์ฟไปด้วย
ไดอาน่า ฮุน (Diana Hoon) ประธานร่วมของศูนย์แห่งนี้ ผู้ร่วมจัด Pride Parade ในปี 2021 กับกอน มัตสึนากะ (Gon Matsunaka) อดีตประธานสมาคม Pride House Tokyo มองว่าที่นี่คือแสงแห่งความหวัง “เราเป็นเหมือนประภาคารในสังคมปิตาธิปไตยที่มีความอนุรักษ์นิยมสูง” โดยฮุนชี้ให้เห็นว่าศูนย์ที่เต็มไปด้วยข้อมูลเกี่ยวกับ HIV และ LGBT แห่งนี้ไม่เพียงแต่ดึงดูดความสนใจผู้คน แต่ยังดึงดูดอาสาสมัครอีกกว่า 10 ชีวิตที่เข้ามาช่วยขับเคลื่อน ซึ่งหลายคนก็เป็นคุณแม่ “การสัมมนาผู้ปกครองของเราเกี่ยวกับ LGBTQI+ มีอิมแพ็กต์สูงมาก… ผู้คนแชร์เรื่องราวเกี่ยวกับลูก ๆ ของตน แล้วสร้างความสัมพันธ์ระหว่างกัน”
สำหรับกอนแล้ว เขายังมีความภูมิใจเป็นพิเศษที่จังหวัดได้สนับสนุนเงินกว่าครึ่งหนึ่งให้กับศูนย์คานาซาว่า ส่วนที่เหลือได้มาจากการระดมทุน “ผมไม่เคยฝันถึงสิ่งนี้ และไม่เคยคิดเลยว่ามันจะเป็นไปได้ โดยเฉพาะในเมืองเล็ก ๆ อย่างคานาซาว่า” กอนกล่าว การเกิดขึ้นของศูนย์แห่งนี้จึงอาจนับได้ว่าเป็นอีกก้าวสำคัญที่สะท้อนถึงความเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีที่เกิดขึ้นในญี่ปุ่น
เห็นได้ว่าพื้นที่ปลอดภัยสำหรับกลุ่มผู้มีความหลากหลายทางเพศกำลังขยับขยายกระจายตัวไปทั่วทุกหนแห่ง กระนั้นหนึ่งในความหวังที่เกิดขึ้นในก้าวต่อไปกลับเป็นการที่ในอนาคตจะไม่ต้องมีพื้นที่ไหนที่ทำหน้าที่เป็น “พื้นที่ปลอดภัย” ที่เฉพาะเจาะจงและจำเป็นอีก… เพราะด้วยความตระหนักรู้ ทัศนคติที่เปลี่ยนแปลง ร่วมด้วยความเคารพซึ่งกันและกัน จะทำให้พื้นที่ทุกตารางนิ้วในโลกกลายมาเป็น “พื้นที่ปลอดภัย” โดยไม่ต้องมีคำใดมากำกับไว้ ให้เป็นความปลอดภัยที่เกิดจากความเคารพและความเข้าใจอย่างแท้จริง
ที่มา : บทความ “Pride House Tokyo Legacy is Japan’s first permanent LGBTQ centre – now open in Shinjuku” โดย Emma Steen
บทความ “"Pride House," Home for the LGBTQ Community, Opens in Shinjuku, Tokyo” จาก tokyoupdates.metro.tokyo.lg.jp
บทความ “Pride House Tokyo Legacy: First Permanent LGBTQ Center in Japan” จาก japantravel.navitime.com
บทความ “A rainbow of hope for LGBTQI+ people in rural Japan” จาก unaids.org
เว็บไซต์ "pridehouse.jp"
เรื่อง : บุษกร บุษปธำรง