นาวิกโยธินบุกจับ สินค้าลักลอบนำเข้า 23 หีบ ชุดเฉพาะกิจนาวิกโยธิน ร่วม กอ.รมน. และสรรพสามิต บุกจับบุหรี่เถื่อนมูลค่าค่าปรับกว่า 30 ล้านบาท
The Structure
อัพเดต 03 มิ.ย. 2567 เวลา 15.02 น. • เผยแพร่ 03 มิ.ย. 2567 เวลา 07.01 น. • The Structureหน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธินกองทัพเรือจับบุหรี่เถื่อนลักลอบขนผ่านช่องทางธรรมชาติ จ.ตราด กว่า 3 หมื่นซอง เปรียบเทียบปรับกว่า 30 ล้านบาทและได้ดำเนินการประสานงานไปยัง กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักรภาค 1 สายแยก 3 (กอ.รมน.ภาค.1สย.3) เจ้าหน้าที่สรรพสามิตพื้นที่ตราดและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป
โดยเมื่อวันที่ 1 มิ.ย. เวลา 8 นาฬิกา กองกำลังป้องกันชายแดนจันทบุรี-ตราด (กปช.จต.) โดยหน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธินที่ 18 (ฉก.นย.) ฐานสุดจินดาได้รับแจ้งจากแหล่งข่าวภาคประชาชน เกี่ยวกับการลักลอบขนสินค้าหนีภาษีในพื้นที่
จึงได้จัดกำลังเป็นชุดปฏิบัติการ ทำการลาดตระเวนเส้นทางช่องทางธรรมชาติ จนเมื่อเวลา 10:20น. ชุดลาดตระเวนฯ ตรวจพบหีบห่อบรรจุสิ่งของไม่ทราบชนิด จำนวน 23หีบ ผลการตรวจสอบขั้นต้นพบว่าเป็นสินค้าหนีภาษี(บุหรี่) จึงได้บันทึกภาพจุดเกิดเหตุ
จึงได้ทำการแจ้งไปยัง ทก.ฉก.นย. 182 เพื่อทำการขนย้ายหีบห่อดังกล่าว และประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อดำเนินการตามขั้นตอนทางกฎหมายซึ่งฉก.นย.182ร่วมกับ อำเภอคลองใหญ่ กอ.รมน.ภาค.1สย.3เจ้าหน้าที่สรรพสามิตพื้นที่ตราด ดำเนินการตรวจสอบหีบห่อสิ่งของที่ได้ทำการตรวจยึด
ตรวจพบเป็นบุหรี่หนีภาษีจำนวน 31,980 ซอง ตามข้อกล่าวหา มีไว้เพื่อขายซึ่งสินค้าที่มีได้เสียภาษีและมีไว้ครอบครองซึ่งสินค้าที่มิได้เสียภาษี ซึ่งเป็นความผิดตาม พ.ร.บ. ภาษีสรรพสามิต พ.ศ.2560ตามมาตรา 203และมาตรา 204 คิดตามมูลค่าสินค้า 283,820 บาท และคิดตามมูลค่าค่าปรับเป็น 30,125,160 บาท
ดร. นิตยา โสรีกุล รองอธิบดีกรมสรรพสามิต ในฐานะโฆษกกรมสรรพสามิตกล่าวว่า “การดำเนินการลาดตระเวนตามเส้นทางช่องทางธรรมชาติจนกระทั่งสามารถจับบุหรี่ซิกาแรตมิชอบด้วยกฎหมายได้เป็นจำนวนมากในครั้งนี้
เป็นผลจากการที่กรมสรรพสามิตได้รับความร่วมมือและบูรณาการการทำงานร่วมกับหน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธิน อีกทั้งยังได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดีจากภาคประชาชนที่ได้มีการแจ้งเบาะแสให้ทราบ โดยสินค้าที่จับได้ทั้งหมดนี้เป็นสินค้าปลอม หากหลุดลอดเข้าประเทศมาได้ จะส่งผลกระทบต่อสุขภาพของพี่น้องประชาชนที่บริโภคสินค้าเหล่านี้
อีกทั้งยังเป็นการสร้างความเสียหายต่อผู้ประกอบการที่เสียภาษีโดยสุจริต และเศรษฐกิจของประเทศ การยกระดับการดำเนินการ ด้านปราบปราม การบูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานภายนอก รวมถึงการให้ความสำคัญกับสุขภาพของ พี่น้องประชาชน และสร้างความเป็นธรรมต่อผู้ประกอบการที่เสียภาษีโดยสุจริตนี้ เป็นไปตามนโยบายของ ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ อธิบดีกรมสรรพสามิต”