โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เรื่องสั้น

ทระนงแค้นสีเลือด

นิยาย Dek-D

อัพเดต 11 พ.ค. 2567 เวลา 11.53 น. • เผยแพร่ 11 พ.ค. 2567 เวลา 11.53 น. • บุปผาสวรรค์
“ท่านพ่อกับคุณชายใหญ่ของท่านถูกฆ่าตายที่ชายแดน ตระกูลหม่าถูกกล่าวหาว่าก่อกบฏ ฮึก…นายหญิง คุณชายเล็กและคนอื่นๆ ถูกจับตัวไปและจะถูกประหารในวันพรุ่งนี้”

ข้อมูลเบื้องต้น

“ท่านพ่อกับคุณชายใหญ่ของท่านถูกฆ่าตายที่ชายแดน ตระกูลหม่าถูกกล่าวหาว่าก่อกบฏ ฮึก…นายหญิง คุณชายเล็กและคนอื่นๆ ถูกจับตัวไปและจะถูกประหารในวันพรุ่งนี้”

ได้โปรด…สวรรค์ได้โปรด ขอให้เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องจริงได้ไหม ขอให้ทุกคนยังอยู่ได้หรือไม่ ได้โปรด

มีทั้งหมด 44 ตอน (EBOOK จะมีตอนพิเศษที่เป็น NC เท่านั้น

ลงตอนแรก 19 มีนาคม 2567

สงวนลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537

ห้ามมีให้ทำซ้ำ ดัดแปลง หรือเผยแพร่ส่วนใดส่วนหนึ่งของหนังสือเล่มนี้ก่อนได้รับอนุญาต อย่างเป็นลายลักษณ์อักษรจากผู้เขียน

ยกเว้นเพื่อการประชาสัมพันธ์

ตอนที่ 1 ชีวิตไม่อาจหวนคืน

ตั้งแต่จำความได้ “หม่าหนิงเซียน” ก็ถูกเลี้ยงมาโดยแม่นมในหมู่บ้านทุรกันดารห่างจากเมืองหลวงประมาณห้าสิบลี้ ตัวนางนั้นไม่เคยพบผู้เป็นบิดามารดา พี่ชายและน้องชายของนางที่รับรู้ผ่านแม่นม

ตั้งแต่เล็กจนถึงบัดนี้นางอายุครบยี่สิบหนาว นางไม่เคยสัมผัสได้ถึงสิ่งที่เรียกว่าครอบครัว ไม่เคยสัมผัสได้ถึงความรักจากพ่อแม่ที่เด็กสาวคนหนึ่งสมควรได้รับ แต่ว่าแม่นมยังคงบอกเสมอว่าท่านพ่อและท่านแม่รักนางอย่างมาก นางที่รู้อย่างนั้นก็ยังปลอบใจตัวเองว่าสักวันพวกท่านจะมาหานางบ้าง

แต่อย่างน้อยในตอนนี้นางยังมีแม่นมที่คอยห่วงนาง คอยเลี้ยงดูอย่างทะนุถนอมราวกับนางเป็นลูกสาวคนหนึ่ง

“คุณหนูเจ้าค่ะ…ฮึก..คุณหนู…” ลี่หลินหรือแม่นมของหนิงเซียนวิ่งเข้ามาในบ้านเอ่ยด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ ร่างของหญิงชราสั่นไปตามแรงสะอื้น

“แม่นมเกิดอันใดขึ้น ท่านเป็นอันใด” หนิงเซียนเห็นท่าทางของลี่หลินก็รู้สึกใจหาย นางลงไปประคองลี่หลินที่ทรุดลงพื้นขึ้นมา

“นายท่านกับคุณชายใหญ่…” ลี่หลินเอ่ยไปพลางสะอื้นไป

“ท่านพ่อกับพี่ใหญ่เกิดอันใดหรือ” หนิงเซียนเอ่ยด้วยน้ำเสียงสั่น นางสังหรณ์ใจว่าสิ่งที่ลี่หลินรับรู้มามันจะทำให้นางเสียใจไปชั่วชีวิต

“ท่านพ่อกับคุณชายใหญ่ของท่านถูกฆ่าตายที่ชายแดน ตระกูลหม่าถูกกล่าวหาว่าก่อกบฏ ฮึก…นายหญิง คุณชายเล็กและคนอื่นๆ ถูกจับตัวไปและจะถูกประหารในวันพรุ่งนี้” ลี่หลินพยายามเอ่ยประโยคที่นางไม่อยากจะพูดออกมามากที่สุด แต่นางก็ต้องพูดเพื่อให้คุณหนูของนางได้รับรู้

หนิงเซียนทีได้ยินอย่างนั้นก็ตัวชาไปทั่วร่าง หัวใจดวงน้อยแตกสลาย น้ำตาไหลรินออกมาพร้อมกับความเจ็บปวด

กรี๊ด!!

เหตุใดพวกท่านจึงทิ้งข้าเร็วขนาดนี้ ข้าไม่ดีตรงไหน ข้ารอวันที่ท่านพ่อท่านแม่มาหาข้าอยู่นะ ทำไมถึงทำกับข้าแบบนี้

“ไม่จริงใช่ไหม มันไม่จริงใช่ไหมแม่นม ท่านโปรดบอกข้าที” หนิงเซียนหันไปหาลี่หลินด้วยความหวัง หวังว่าลี่หลินจะโกหกนางเท่านั้น ไม่จริงใช่ไหม

“……” ลี่หลินไม่ตอบ แต่กลับดึงหนิงเซียนเข้ามากอดแทน นั้นทำให้หนิงเซียนร้องไห้หนักเข้าไปอีก ลี่หลินไม่ได้หลอกนาง เรื่องที่นางพูดนั้นเป็นเรื่องจริง

ทั้งสองกอดกันร้องไห้จนตัวโยน เสียงร้องไห้ราวกับกำลังจะขาดใจดังก้องไปทั่วบริเวณ ทำให้รู้ว่าเจ้าของเสียงนั้นเสียใจเพียง มันไม่ง่ายเลยที่ต้องจัดการความรู้สึกเมื่อรู้ว่าคนทั้งครอบครัวกำลังจะตาย

ได้โปรด…สวรรค์ได้โปรดขอให้เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องจริงได้ไหม ขอให้ทุกคนยังอยู่ได้หรือไม่ ได้โปรด

ตลอดทั้งคืนนางนอนร้องไห้ในอ้อมกอดของลี่หลิน นางไม่สามารถทำใจได้เลย จนนางเผลอหลับไปด้วยความอ่อนล้าภาวนาให้เรื่องที่เกิดขึ้นในวันพรุ่งนี้ไม่เกิดขึ้นจริง

“คุณหนู…คุณหนูตื่นเถิดเจ้าค่ะ” เสียงเรียกของลี่หลินทำให้เปลือกตาบวมเป่งหลังจากร้องไห้มาทั้งคืน ลืมตาขึ้นมา

“ฮึก…ท่านพ่อท่านแม่” ทันทีที่นางเห็นดวงตาที่แดงก่ำของลี่หลิน น้ำตาที่เหือดแห้งก็ไหลออกมาอีกครั้ง

“คุณหนูเตรียมตัวเถิดเจ้าค่ะ เราจะไปหานายหญิงกันเจ้าค่ะ” ลี่หลินประคองหนิงเซียนขึ้นทั้งน้ำตา แม้แต่นางเองก็ยังทำใจไม่ได้เลย

“อืม…ไปหาท่านแม่กัน” ในเมื่อเป็นเช่นนั้นแล้ว นางเองก็อยากเจอท่านแม่เป็นครั้งสุดท้าย ก่อนที่ชีวิตนี้นางจะไม่ได้เห็นใบหน้านั้นอีก

เมื่อตกลงกันได้แล้วทั้งสองก็แต่งตัวกันออกจากบ้านมุ่งไปขึ้นเกวียนวัว หน้าหมู่บ้านเพื่อไปยังเมืองหลวง ในทุกๆ ครั้งที่หนิงเซียนออกจากบ้านนางต้องคลุมผ้าปิดหน้าผากของนางไว้ ไม่ให้ผู้ใดรู้ว่านางมีปานรูปดอกบัวสีแดงที่กลางหน้าผาก

ระหว่างเดินทางหนิงเซียนก็ยังคงใจลอย นึกถึงหน้าท่านพ่อท่านแม่และบรรดาพี่น้องของนาง จนลี่หลินที่เห็นท่าทางของหนิงเซียนก็นึกสงสารไม่น้อย นางจึงพยายามเข้มแข็งให้หนิงเซียนรู้ว่ายังมีนางอยู่ข้างๆ

เกือบสองชั่วยามในที่สุดพวกนางก็เดินทางมาถึงเมืองหลวง ขาเรียวยาวเงยมองกำแพงสูงสถานที่ ที่ครอบครัวนางเคยอยู่ ไม่สินับตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปคงไม่ใช่แล้ว

แม้ว่านางจะพยายามเข้มแข็งเพียงใด แต่พอนึกถึงเรื่องราวที่เดียวกับครอบครัวของนางน้ำตามันก็ไหลรินทุกที หัวใจดวงนี้มันแตกสลายเกินกว่าจะเยียวยาแล้ว

ลี่หลินประคองหนิงเซียนเดินเข้าไปในตัวเมืองที่เต็มไปด้วยความหรูหรา ผู้คนที่เดินจับจ่ายซื้อของไปมาอย่างมีความสุขแต่กลับนางนั้นไม่ใช่ ลี่หลินพาหนิงเซียนเดินตามทางมาเรื่อยๆ จวบจนมาถึงกลางเมือง มาหยุดที่หน้าจวนหนึ่ง น้ำตาของนางไหลลงมาอีกครั้งเมื่อนางเห็นภาพตรงหน้า

ภาพจวนที่งดงามที่สุดในวันวาน ถูกไฟเผาไหม้จนไม่เหลือโครงเดิม สถานที่ที่นางเรียกว่าบ้านบัดนี้ไม่เหลืออะไรแล้ว

“ไอ้พวกบัดซบ”

“ดีแล้วที่จับพวกมันไปประหาร”

“เลวสิ้นอะไรดี”

“ขอให้พวกมันไม่ได้ผุดไม่ได้เกิดเลย” ระหว่างนั้นชาวบ้านที่เดินผ่านไปผ่านมาต่างด่าสาปแช่งด่าไปถึงบรรพบุรุษของนางทั้งยังปาของเน่าเสีย สิ่งปฏิกูลในจวนของนางอีก มันทำให้นางทนไม่ไหว หมายจะไปต่อว่าคนพวกนั้นที่กล้ามาด่าครอบครัวของนาง แต่ลี่หลินก็รั้งร่างของหนิงเซียนไว้ทั้งน้ำตา ก่อนจะพาหนีออกจากผู้คนพวกนั้น

“ไม่เอาเจ้าค่ะคุณหนู ไม่ทำอย่างนั้นเจ้าค่ะ” ลี่หลินเอ่ยด้วยน้ำเสียงสะอื้น

“ท่านห้ามข้าทำไม ฮึก…ท่านไม่เห็นหรือว่ามันด่าพวกเรา ด่าท่านพ่อ ด่าคนในตระกูลของเราที่อุตส่าห์ยอมสละเลือดเนื้อเพื่อที่จะให้พวกมันมีผืนแผ่นดินอยู่” หนิงเซียนมองมาที่ลี่หลินอย่างไม่เข้าใจ เหตุใดถึงปล่อยให้พวกนั้นย้ำยีหัวใจของนางได้เช่นนี้

“เชื่อนมเจ้าค่ะ คุณหนูเชื่อนมเถิดเจ้าค่ะ นายท่านคงไม่อยากเห็นคุณหนูโดนพวกนั้นทำร้ายหรอกเจ้าค่ะ” ลี่หลินพยายามเกลี้ยกล่อมให้หนิงเซียนใจเย็นหลง หากหนิงเซียนเกิดวู่วามไปมันคงไม่เกิดผลดีอย่างแน่นอน

หนิงเซียนทรุดตัวลงอย่างหมดเเรง ซบหน้าลงกับอกของลี่หลินร้องไห้ออกมา มันอัดอั้นในใจตัวนางไม่สามารถทำอันใดได้เลย ตัวนางไม่สามารถช่วยครอบครัวของนางได้แม้แต่คนเดียว

เสียงกลองดังกังวานทั่วเมือง ทำให้หนิงเซียนหันไปตามทิศทางของเสียง พลางหันมามองที่ลี่หลินอีกครั้ง นางเห็นลี่หลินพยายามกลั้นที่จะไม่ร้องไห้ออกมา

“มันถึงเวลาแล้วใช่หรือไม่” หนิงเซียนเอ่ยด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ

“……” ลี่หลินไม่ตอบแต่พยักหน้าให้กับหนิงเซียนแทน

“ไปพวกเรา ไปดูไอ้พวกที่กล้าทรยศต่อผืนแผ่นดิน”

“ไปข้าก็อยากเห็น ว่าน้ำหน้าอย่างพวกมันเหตุใดถึงกล้าก่อกบฏ”

“ใช่ๆ ฆ่าล้างตระกูลพวกมันไป แคว้นของเราจะได้เจริญขึ้น”

“ใช่ๆ พวกมันช่างเนรคุณแผ่นดินเสียจริง”

คำด่าทอมากมายที่คนพวกนั้นเอ่ยออกมาหนิงเซียนได้ยินมันทุกคำ สะท้อนไปถึงก้นบึ้งหัวใจ ครอบครัวนางทำผิดขนาดนั้นเลยหรือ เหตุใดจึงสาปแช่งกันขนาดนี้

“ไปกันเถอะเจ้าค่ะคุณหนู” ลี่หลินประคองหนิงเซียนขึ้น กระชับผ้าคลุมหัวของหนิงเซียนให้สนิท เเล้วเดินตามคนพวกนั้นไปอย่างช้าๆ

ตอนที่ 2 ภาพจำครั้งสุดท้าย

“ดีเสียอีกที่จัดการคนเช่นนี้ได้ แคว้นของเราคงจะสงบสุขขึ้นไปอีกหลายสิบปี”

“ใช่ข้าก็ว่าอย่างนั้น ตระกูลหม่าพวกมันช่างกล้านักที่ทำเช่นนี้ “

” ข้าก็ว่าอย่างนั้น “

ระหว่างทางที่เดินไปลานประหาร หนิงเซียนกับลี่หลินก็ยังได้ยินคำสาปแช่งของชาวบ้านไม่ขาดสาย หนิงเซียนมองไปที่เหล่าชาวบ้านพวกนั้นด้วยสายตาที่โกรธเคือง นางเชื่อว่าครอบครัวของนางไม่ทำอย่างนั้นอย่างแน่นอน

“คุณหนูเจ้าคะ ใจเย็นๆ นะเจ้าคะ เราต้องไปให้ถึงลาน…ประหารเจ้าค่ะ” ลี่หลินเอ่ยบอกหนิงเซียนด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ เมื่อถึงเหตุการณ์ที่กำลังจะเกิดขึ้นต่อจากนี้ พลางมองมาที่หนิงเซียน คุณหนูของนางจะแบกรับมันได้หรือ

“……” หนิงเซียนหันมาของหน้าลี่หลินด้วยสายตาที่แดงก่ำ

ลี่หลินบีบมือเล็กเพื่อให้กำลังใจ นางสัมผัสได้ว่ามือของหนิงเซียนมันเย็นจนน่าเป็นห่วง

“คุณหนูกลับหรือไม่เจ้าคะ” ลี่หลินเอ่ยถามความคิดเห็น

“ไม่…เจ้าค่ะ ข้าอยากเห็นท่านแม่และคนอื่นๆ เป็น…ครั้งสุดท้าย” หนิงเซียนกลั้นใจที่จะพูดคำสุดท้ายออกมา นางรู้สึกว่ามันอยากเสียเหลือเกิน

“เจ้าค่ะคุณหนู” ลี่หลินพาหนิงเซียนได้ยังลานประหารอย่างรวดเร็วเท่าที่จะทำได้ แต่มันก็ยากเมื่อพวกนางมาถึงพบว่ามีคนจำนวนไม่น้อยมาชมการประหารของตระกูลหม่า ทำให้บริเวณของหนิงเซียนกับลี่หลินอยู่ประมาณตรงกลางของลาน

หนิงเซียนมองไปยังลานประหาร ภาพที่เห็นทำให้นางกลั้นน้ำตาไม่อยู่อีกครั้ง สภาพของท่านแม่ ท่านยายและน้องชายของนางเพียงแค่คืนเดียว ดวงตาของท่านแม่และท่านยายเต็มไปด้วยสายตาเรียบนิ่งดูไม่ได้หวาดกลัวกับเรื่องที่จะเกิดขึ้นต่อจากนี้เลย ส่วนน้องชายของนางที่นางพึ่งจะเจอเป็นครั้งแรกดวงตาที่แดงก่ำคล้ายกับคนที่ร้องไห้มาทั้งคืน

เสียงกลองดังกระหึ่มทำให้หนิงเซียนละสายตาจากเฟินเยว่น้องชายของนาง หันไปมองทหารคนหนึ่งเดินออกจากแล้วเอ่ยประกาศเสียงดัง

“ตระกูลหม่าทำผิดกฎร้ายแรง ก่อกบฏ ฆ่าชาวบ้านด้วยความเหี้ยมโหด ไม่มีเมตตาต่อคนในแคว้น เป็นภัยต่อบัลลังก์ โทษอย่างหนักที่ไม่อาจเว้นได้ถูกประหารทั้งตระกูล” สิ้นเสียงของนายทหารคนนั้น มือดาบก็ออกมาเตรียมตัว

“คุณหนู…” ลี่หลินเอ่ยด้วยน้ำเสียงสั่น หลังจากสิ้นสุดคำพิพากษา หนิงเซียนทรุดลงไปต่อหน้าต่อตานางจนนางต้องเข้าไปประคองให้ลุกขึ้น ตัวนางนั้นก็รับไม่ได้คำพิพากษากล่าวว่าร้ายให้ตระกูลหม่ามากเกินไป

“……” หนิงเซียนมองไปที่ท่านแม่ของนางอีกครั้งผ่านม่านน้ำตา เป็นเวลาที่ท่านแม่ของนางเผลอหันมาสบตากับนาง สายตาที่เต็มไปด้วยความรักความห่วงใย ก่อนที่ซูหนี่ว์จะส่งยิ้มให้นางชั่วพริบตามองดาบฟันลงมาที่คอของซูหนี่ว์เลือดสีแดงสดพุ่งไปรอบด้าน

ภาพที่หนิงเซียนเห็นครอบครัวของนางถูกประหารไปทีละคนต่อหน้าต่อตา หนิงเซียนหันมาซบลงที่อกของลี่หลิน พลางกลั้นสะอื้นจนตัวโยน ภาพที่ท่านแม่ส่งยิ้มให้นางยังคงติดตาอยู่ ตอนนี้ท่านแม่ ท่านยายและน้องเล็กของนางไม่มีชีวิตอยู่บนโลกนี้อีกแล้ว

“กลับบ้านเรากันเจ้าคะคุณหนู” ลี่หลินเอ่ยขึ้น นางกอดหนิงเซียนให้กำลังใจตอนนี้ผู้คนกำลังเดินกลับกันแล้ว ตัวนางต้องใช้โอกาสนี้กลับไปด้วยเดี๋ยวตัวคุณหนูของนางจะซวยถ้าพวกมันมาเห็นเข้า

“……” หนิงเซียนพยักหน้าทั้งที่ยังซบอยู่กับอกของลี่หลิน นางไม่อยากหันกลับไปเห็นอีก นางอยากเก็บภาพที่ท่านแม่ส่งยิ้มให้กับนางเพียงเท่านั้น

ลี่หลินพาหนิงเซียนเลือนหายไปกลับผู้คน พวกนางทั้งสองจ้างเกวียนวัวมาส่งที่หมู่บ้าน ตลอดทางหนิงเซียนมองไปข้างทางด้วยสายตาเลื่อนลอย ลี่หลินที่เห็นหนิงเซียนเป็นอย่างนั้นนางก็เจ็บปวดไม่แพ้กัน ตั้งแต่ที่นางเลี้ยงหนิงเซียนมาตั้งแต่เล็กนางก็ไม่เคยเห็นน้ำตาของหนิงเซียนสักครั้งเลย

“คุณหนูถึงบ้านแล้ว พวกเราเข้าบ้านกันเถิดเจ้าคะ” ลี่หลินเอ่ยเรียกหนิงเซียนที่ยังเหม่อลอยนั่งอยู่บนเกวียน

หนิงเซียนที่ได้ยินเสียงเรียกก็หันมาที่ลี่หลิน มองไปเห็นว่าพวกนางกลับมาถึงบ้านแล้วจึงค่อยๆ ลงจากเกวียนโดยมีลี่หลินประคอง ดวงตากลมตัวมองมาที่บ้านหลังน้อยด้วยสายตาที่สิ้นหวัง หมดแล้วความฝันที่ท่านพ่อท่านแม่และคนอื่นๆ มาหานางที่บ้านหลังนี้ หมดแล้วที่นางกลับไปจวนหลังนั้น หนิงเซียนทิ้งตัวลงพื้นก่อนน้ำตาที่พยายามกลั้นไว้ จนในที่สุดมันก็กลั้นไม่อยู่อีกต่อไป

เสียงร้องไห้ที่เต็มไปด้วยความเจ็บปวด เสียงร้องไห้ที่เต็มไปด้วยความสิ้นหวัง มันเจ็บปวดราวจะเจียนตาย ท่านพ่อท่านแม่ พวกท่านจะรู้หรือไม่ว่าหนิงเซียนคนนี้เจ็บปวดเหลือเกิน

“ฮือ…”

ลี่หลินที่เห็นน้ำตาของหนิงเซียนนางเองก็กลั้นน้ำตาไม่อยู่ แม้แต่นางยังทำใจไม่ได้แล้วหนิงเซียนหญิงสาวผู้ที่เป็นเลือดเนื้อเชื้อไขด้วยแล้วจะรับมันได้หรือ

เกือบหนึ่งชั่วยามที่ทั้งสองนั่งร้องไห้อยู่หน้าบ้าน เป็นลี่หลินที่ได้สติขึ้นมาก่อน นางมองไปเห็นว่าหนิงเซียนหลับไปแล้ว ตามแก้มยังคงมีคาบน้ำตา รอบดวงตาบวมแดง นางจึงลุกขึ้นไปประคองหนิงเซียนขึ้นมาแล้วพาไปยังห้องนอน นางนำผ้าชุบน้ำมาเช็ดตามเนื้อตามตัว เช็ดใบหน้าที่เต็มไปด้วยคาบน้ำตา ต่อจากนี้คงต้องเป็นนางที่เป็นที่พึ่งให้กับหนิงเซียน

เช้ามืดวันรุ่งขึ้น…

ลี่หลินตื่นแต่เช้ามืด ตลอดทั้งคืนมีเรื่องให้คิดมากมายจนทำให้ตัวนางไม่หลับจนถึงตอนนี้ลี่หลินยังไม่รู้สึกง่วง จึงมาดูหนิงเซียนว่าเป็นอย่างไรบ้าง

“โถ่…คุณหนูของนม” ลี่หลินเอ่ยด้วยน้ำเสียงสั่นที่เห็นขอบตาของหนิงเซียนบวมแดง ดูท่าเมื่อคืนหนิงเซียนน่าจะร้องไห้อีกครั้งจนหลับไป

ลี่หลินเห็นอย่างนั้นนางไปเอาผ้าชุบน้ำมาเช็ดดวงหน้าให้กับหนิงเซียน นางก็ได้แต่หวังว่าเวลาจะช่วยเยียวยาหญิงสาวตรงหน้าของนาง

หลังจากจัดการเรียบร้อยมั่นใจว่าหนิงเซียนจะไม่ตื่นขึ้นมาช่วงเวลานี้ นางจึงออกจากห้องไปเตรียมมื้ออาหารไว้รอหนิงเซียน

“ว้าย…” เปิดประตูหน้าบ้านออกมาลี่หลินร้องด้วยความตกใจ มีชายชุดดำนอนคว่ำหน้าอยู่ที่หน้าประตูบ้านของนาง ทั้งยังได้กลิ่นคาวเลือดลอยมาจากชายชุดดำตรงหน้านั้นอีก

ลี่หลินนางถอยหลังด้วยความตกใจ เหตุใดถึงมีชายชุดดำมานอนอยู่ตรงหน้าบ้านของนาง จึงกวาดสายตาไปรอบๆ บ้าน แต่มองอย่างไรก็ไม่พบความผิดปกตินอกจากชายชุดดำที่ไม่รู้ว่าตายหรือยังตรงหน้า

แต่บังเอิญสายตาของลี่หลินเหลือบไปเห็นหยกที่คาดเอวของชายชุดดำ ทำให้นางเข้าไปหาโดยเร็ว

” หยกตระกูลหม่า “ ลี่หลินใช้แรงอันน้อยนิดของหญิงชราพลิกร่างชายหนุ่มตัวโต มองไปที่หยกชิ้นนั้นนางมั่นใจได้ว่าเป็นของตระกูล

เอามือไปอังที่จมูกของชายชุดดำ พบว่าชายชุดดำยังมีชีวิตอยู่แต่ดูจากอาการแล้วค่อนข้างหนักอยู่พอสมควร เปิดผ้าคลุมที่ปิดหน้าออกพบว่าเป็นคนที่นางคุ้นเคย

“ซีฮัน” องครักษ์ประจำตัวของนายท่าน นางจึงรีบเข้าไปเอาอุปกรณ์ทำแผลของหนิงเซียนมารักษาให้กับซีฮัน ตั้งแต่หนิงเซียนอายุได้สิบหนาวนางก็เริ่มสนใจในด้านการแพทย์เริ่มจากศึกษาจากตำรา พอเริ่มมีความรู้ก็เริ่มที่จะลองรักษาให้กับเหล่าสัตว์ และตอนที่อายุสิบเก้าหนาวหนิงเซียนก็เริ่มที่จะรักษาคนในหมู่บ้านโดยมีลี่หลินคอยเป็นลูกมือทำให้นางพอที่จะมีความรู้มาบ้าง

ตอนที่ 3 คำทำนาย

แสงแดดที่สาดส่องเข้ามาในห้องปลุกให้หนิงเซียนตื่นขึ้น

“ท่านแม่!!” หนิงเซียนสะดุ้งตื่นขึ้นจากฝันร้าย ดวงตาสวยคลอไปด้วยน้ำตา ภาพเมื่อวานที่ท่านแม่ส่งยิ้มให้นาง ภาพที่ท่านแม่ถูกประหารยังคงเก็บมาฝัน หนิงเซียนซบลงหมอนแล้วร้องไห้ออกมา มันอยากเสียเหลือเกินอยากที่จะทำใจกับเรื่องที่เกิดขึ้น

“คุณหนู…คุณหนูเป็นอันใดเจ้าค่ะ” ลี่หลินได้ยินเสียงหนิงเซียนตะโกน นางรีบวางสิ่งที่ทำอยู่แล้วเข้ามาหาหนิงเซียนโดยเร็ว

“แม่นม….ฮึก…ท่านแม่จากข้าไปแล้ว” หนิงเซียนเห็นลี่หลินเข้ามานางพุ่งเข้าไปกอดแล้วซบลงที่อกของลี่หลิน

“เจ้าค่ะ…หยุดร้องไห้เถิดเจ้าค่ะ หากคุณหนูยังเป็นเช่นนี้นายท่าน นายหญิงจะเป็นห่วงเอานะเจ้าคะ ยังมีคุณชายใหญ่ คุณชายเล็ก และท่านย่าอีก” ลี่หลินเอ่ยปลอบ

“แม่นม…ฮึก..” หนิงเซียนเงยหน้าขึ้นมอง

“เชื่อนมนะเจ้าคะ ไม่ร้อง…ตอนนี้มีใครบางคนต้องการพบคุณหนูเจ้าค่ะ” ลี่หลินซับน้ำตาให้กับหนิงเซียนด้วยเสื้อของนาง

“ใครหรือเจ้าคะ” หนิงเซียนเอ่ยถามด้วยความสงสัย น้ำเสียงติดสะอื้นเล็กน้อย เพราะในบ้านหลังนี้มีเพียงนางและแม่นมสองคนแล้วยังมีใครอีก หรือว่ามีชาวบ้านมารักษาอาการป่วยกับนาง

“ตามข้ามาเจ้าค่ะ” ลี่หลินช่วยหนิงเซียนจัดชุดให้เรียบร้อย แล้วพาออกไปหาคนผู้นั้น

ลี่หลินพาหนิงเซียนเข้ามาในห้องที่พวกนางทำไว้สำหรับชาวบ้านที่มาให้นางรักษา เปิดประตูเข้าไปหนิงเซียนพบกับชายหนุ่มวัยกลางคนนอนคว่ำหน้าอยู่ มีผ้าพันแผลที่กลางหลังและช่วงไหล่ดูเหมือนลี่หลินจะเป็นคนทำแผลให้กับชายผู้นี้

“แม่นม…ใครหรือเจ้าคะ” หนิงเซียนหันมาถามด้วยความสงสัย

“ซีฮัน ข้าพาคุณหนูมาแล้ว” ลี่หลินเลือกจะไม่ตอบหนิงเซียนแต่กลับไปปลุกชายตรงหน้า ทำให้หนิงเซียนได้รู้ว่าชายผู้นี้ชื่อซีฮัน

ชายวัยกลางคนที่ชื่อซีฮันเมื่อได้ยินว่าบุคคลที่ต้องการพบมาแล้ว ก็พยายามลุกขึ้นโดยมีลี่หลินคอยประคอง

“คุณหนู…” ซีฮันเห็นใบหน้าของหญิงสาวตรงหน้า ขอบตาเริ่มแดงออกมาเมื่อนึกถึงผู้เป็นบิดาของหญิงสาว ผู้ที่ชุบชีวิตเขาขึ้นมาจากขุมนรก

“ท่านเป็นใคร” หนิงเซียนเอ่ยถาม ดูเหมือนซีฮันจะรู้จักนางแต่นางกลับไม่รู้จักซีฮัน

“คุณหนูคงไม่รู้จักข้า ข้าซีฮันเป็นองครักษ์เงาของนายท่าน… “

” ท่านพ่อหรือท่านเป็น…” หนิงเซียนได้รู้ว่าชายตรงหน้าเป็นคนของท่านพ่อก็เอ่ยถามด้วยความดีใจ แต่นางก็ต้องหยุดชะงักเมื่อนึกได้ว่าท่านพ่อและท่านพี่ของนางไม่มีชีวิตอยู่แล้ว

“คุณหนู” ลี่หลินเห็นอาการของหนิงเซียนรีบเข้ามาประคอง

“ฮึก…ข้าไม่เป็นไรเจ้าค่ะแม่นม เชิญท่านเล่าต่อเถิดเห็นแม่นมบอกว่าท่านอยากพบข้า…” หนิงเซียนหันมาบอกลี่หลิน นางหลับตาลงเพื่อตั้งสติแล้วหันไปมองซีฮัน

“ยามนั้นตอนที่นายท่านกำลังออกสำรวจตามแนวชายแดนจู่ๆ ก็มีลูกธนูดอกหนึ่งพุ่งเข้าใส่นายท่านโดยที่ยังไม่ทันตั้งตัว คุณชายใหญ่ที่เห็นอย่างนั้นจึงจะเข้าไปช่วย แต่ก็โดนพวกมันใช้ดาบฟันไปที่แขนของคุณชายใหญ่จนเป็นแผลเหวอะ ทำให้ตอนนั้นนายท่านรู้แล้วว่านี่มันไม่ใช่การตรวจชายแดนธรรมดา แต่มันเป็นการฆ่าปิดปากทั้งสอง นายท่านจึงเข้าไปช่วยคุณชายใหญ่ ด้วยความที่ท่านเองก็บาดเจ็บอยู่แล้วจึงไม่สามารถต้านพวกมันได้…”

“ตัวข้าเองก็หมายจะเข้าไปช่วยทั้งสองเช่นกัน แต่นายท่านและคุณชายใหญ่ห้ามไว้ พร้อมกับสกัดกั้นพวกนั้นไว้ให้ข้าหนีออกมาทำตามแผนที่วางไว้ หลังจากที่ข้าหนีออกมาก็โดนพวกมันตามล่า กว่าจะหนีพวกมันมาได้ก็ลำบากไม่น้อย พอข้ามาถึงที่นี่ก็ได้ข่าวว่านายท่านและคุณชายใหญ่ก่อกบฏ และคนตระกูลหม่า…” ซีฮันเลือกที่จะไม่พูดคำว่าถูกประหารออกไป

“ถูกประหาร ใช่ท่านแม่ ท่านยายและน้องเล็กถูกกล่าวหาว่าเป็นกบฏ ฮึก…ว่าแต่แผนการที่ท่านพ่อบอกคือสิ่งใด” หนิงเซียนที่ได้ยินเรื่องจากซีฮันก็สะเทือนใจไม่น้อย เป็นเพราะพวกมันที่ทำให้ครอบครัวของนางต้องเป็นเช่นนี้ เป็นเพราะพวกมันรวมหัวกันทำลายครอบครัวของนาง

“เมื่อยี่สิบห้าปีก่อนมีคำทำนายว่าในรอบหลายพันปี ในคืนดวงจันทร์สีเลือดจะถือกำเนิด นารีผู้ซึ่งที่มีพลังวิญญาณเหลือล้น สามารถชุบชีวิตคนให้ฟื้นจากความตายได้และหากบุรุษผู้ใดได้ครอบครองนารีผู้นี้จะเป็นผู้ยิ่งใหญ่เหนือสิ่งใดทั้งปวง… “

” แผนการเกี่ยวอันใดกับคำทำนายนั้นเจ้าคะ “หนิงเซียนเอ่ยถามซีฮันอย่างไม่เข้าใจ

” นารีผู้นั้นจะมีดอกบัวสีแดงที่กลางหน้าผากเจ้าคะ “เป็นลี่หลินที่เอ่ยขึ้นมา

” ดอกบัวสีแดง… “หนิงเซียนที่ได้ยินอย่างนั้นก็ทวนคำของลี่หลิน ดอกบัวสีแดงที่กลางหน้าผาก นั้นเป็นนางนี่

” ตามคำทำนายหญิงสาวที่ตรงกับคำทำนายจะมีรูปดอกบัวสีแดงที่กลางหน้าผาก หลังจากที่คำทำนายนี้กระจายออกไปต่างได้รับความสนใจอย่างยิ่ง ตลอดหลายปีที่ผ่านมาชายผู้นั้นยังสั่งให้คนสืบหาเด็กหญิงผู้นี้อยู่เงียบๆ ซึ่งหลังจากผ่านมาแล้วห้าปีนายหญิงก็ตั้งท้องคุณหนู ในคืนก่อนวันที่นายหญิงจะทราบว่าตนเองนั้นท้องนางฝันว่ามีหญิงสาวรูปงามดังเทพธิดาจำนวนเก้านางได้มอบดอกบัวสีแดงให้กับนาง จากความฝันของนายหญิงทำให้นายท่านนึกถึงคำทำนาย นายท่านจึงสั่งให้ทุกคนเก็บเรื่องนี้เป็นความลับจนกว่าคุณหนูจะคลอดออกมา ตลอดเก้าเดือนนายท่านกระจายข่าวว่านายหญิงตระกูลหม่าป่วยด้วยโรคจึงต้องพักรักษาตัว… “

” จนถึงวันที่คุณหนูคลอด ในคืนนั้นเป็นวันที่พระจันทร์สีเลือด และยามที่คุณหนูคลอดออกมาก็มีรูปดอกบัวสีแดงที่กลางหน้าผาก เพื่อไม่ให้คุณหนูไม่ได้ลำบากในภายภาคหน้าจึงให้แม่นมลี่พาท่านออกมาอยู่ห่างจากตระกูลเพื่อความปลอดภัย… “

” ฮือ…ท่านพ่อ “หนิงเซียนที่ได้ยินเรื่องราวเกี่ยวกับตนร้องไห้ออกมา ท่านพ่อท่านแม่และทุกๆ ทำเพื่อนาง ทุกคนรักนาง แต่ทำไมไม่บอกให้นางได้รู้ปล่อยให้นางคิดเองอยู่คนเดียว

” คุณหนู… “

” แม่นมท่านก็รู้มาโดยตลอดใช่หรือไม่ “หนิงเซียนหันมาถามลี่หลินทั้งน้ำตา เพราะตลอดเวลาที่นางจะต้องออกไปข้างนอกหรือไม่เจอผู้คนลี่หลินก็ชอบให้นางปิดหน้าหรือใส่หน้ากากปิดรอยกลางหน้าผากของนางไว้ ตัวนางเองก็ไม่ได้สงสัยมากนักและจนนางมารู้เรื่องในวันนี้

“……” ลี่หลินเลือกที่จะพยักหน้าแทนการพูดให้กับหนิงเซียน

“ตลอดหลายปีที่ผ่านมานายท่านรู้ตัวว่าพวกมันต้องการอำนาจในมือของตนและกองทัพทมิฬที่ตนได้สร้างขึ้นมา ซึ่งขุนนางพวกนั้นก็พยายามปลุกปั้นและใส่ร้ายต่างๆ นานา แต่นายท่านก็สามารถรอดมาได้ แม้จะรอดมาได้ทุกครั้งนายท่านก็ไม่ไว้วางใจ เชื่อว่าสักวันจะต้องมีวันที่พลาดและมันก็มาถึงวันที่นายท่านได้กล่าวไว้… “

” ตลอดเกือบยี่สิบปีที่นายท่านได้สร้างกองทัพทมิฬขึ้นมา ก็เพื่อเป็นกองกำลังให้กับคุณหนูในวันที่ตัวท่านและคนอื่นๆ ไม่ได้อยู่บนโลกนี้อีกแล้ว ณ หุบเขาวิญญาณนายท่านได้เตรียมทุกสิ่งทุกอย่างไว้ให้ท่าน ทั้งกองทัพทมิฬที่จะเชื่อฟังคำสั่งสายเลือดหลักของตระกูลหม่าเท่านั้น ในจดหมายฉบับนี้เป็นนายท่านที่เขียนถึงท่านและคนอื่นๆ … “กล่าวจบซีฮันก็ยืนจดหมายจำนวนสามฉบับให้กับหนิงเซียน

หนิงเซียนรับจดหมายจากซีฮันมาเปิดอ่านโดนเร็ว

‘หนิงเซียนหากลูกได้อ่านจดหมายฉบับนี้ตัวพ่อคงไม่ได้อยู่บนโลกใบนี้แล้ว ตลอดหลายปีที่ผ่านมาพ่อขอโทษ ขอโทษเจ้าจากใจจริงโดยไม่ได้ถามความคิดเห็นจากเจ้า แต่พ่อเชื่อว่ามันเป็นสิ่งที่ดีที่สุดที่พ่อคนนี้จะทำให้เจ้าได้…

อ่านต่อนิยายเรื่องนี้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...