ทระนงแค้นสีเลือด
ข้อมูลเบื้องต้น
“ท่านพ่อกับคุณชายใหญ่ของท่านถูกฆ่าตายที่ชายแดน ตระกูลหม่าถูกกล่าวหาว่าก่อกบฏ ฮึก…นายหญิง คุณชายเล็กและคนอื่นๆ ถูกจับตัวไปและจะถูกประหารในวันพรุ่งนี้”
ได้โปรด…สวรรค์ได้โปรด ขอให้เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องจริงได้ไหม ขอให้ทุกคนยังอยู่ได้หรือไม่ ได้โปรด
มีทั้งหมด 44 ตอน (EBOOK จะมีตอนพิเศษที่เป็น NC เท่านั้น
ลงตอนแรก 19 มีนาคม 2567
สงวนลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537
ห้ามมีให้ทำซ้ำ ดัดแปลง หรือเผยแพร่ส่วนใดส่วนหนึ่งของหนังสือเล่มนี้ก่อนได้รับอนุญาต อย่างเป็นลายลักษณ์อักษรจากผู้เขียน
ยกเว้นเพื่อการประชาสัมพันธ์
ตอนที่ 1 ชีวิตไม่อาจหวนคืน
ตั้งแต่จำความได้ “หม่าหนิงเซียน” ก็ถูกเลี้ยงมาโดยแม่นมในหมู่บ้านทุรกันดารห่างจากเมืองหลวงประมาณห้าสิบลี้ ตัวนางนั้นไม่เคยพบผู้เป็นบิดามารดา พี่ชายและน้องชายของนางที่รับรู้ผ่านแม่นม
ตั้งแต่เล็กจนถึงบัดนี้นางอายุครบยี่สิบหนาว นางไม่เคยสัมผัสได้ถึงสิ่งที่เรียกว่าครอบครัว ไม่เคยสัมผัสได้ถึงความรักจากพ่อแม่ที่เด็กสาวคนหนึ่งสมควรได้รับ แต่ว่าแม่นมยังคงบอกเสมอว่าท่านพ่อและท่านแม่รักนางอย่างมาก นางที่รู้อย่างนั้นก็ยังปลอบใจตัวเองว่าสักวันพวกท่านจะมาหานางบ้าง
แต่อย่างน้อยในตอนนี้นางยังมีแม่นมที่คอยห่วงนาง คอยเลี้ยงดูอย่างทะนุถนอมราวกับนางเป็นลูกสาวคนหนึ่ง
“คุณหนูเจ้าค่ะ…ฮึก..คุณหนู…” ลี่หลินหรือแม่นมของหนิงเซียนวิ่งเข้ามาในบ้านเอ่ยด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ ร่างของหญิงชราสั่นไปตามแรงสะอื้น
“แม่นมเกิดอันใดขึ้น ท่านเป็นอันใด” หนิงเซียนเห็นท่าทางของลี่หลินก็รู้สึกใจหาย นางลงไปประคองลี่หลินที่ทรุดลงพื้นขึ้นมา
“นายท่านกับคุณชายใหญ่…” ลี่หลินเอ่ยไปพลางสะอื้นไป
“ท่านพ่อกับพี่ใหญ่เกิดอันใดหรือ” หนิงเซียนเอ่ยด้วยน้ำเสียงสั่น นางสังหรณ์ใจว่าสิ่งที่ลี่หลินรับรู้มามันจะทำให้นางเสียใจไปชั่วชีวิต
“ท่านพ่อกับคุณชายใหญ่ของท่านถูกฆ่าตายที่ชายแดน ตระกูลหม่าถูกกล่าวหาว่าก่อกบฏ ฮึก…นายหญิง คุณชายเล็กและคนอื่นๆ ถูกจับตัวไปและจะถูกประหารในวันพรุ่งนี้” ลี่หลินพยายามเอ่ยประโยคที่นางไม่อยากจะพูดออกมามากที่สุด แต่นางก็ต้องพูดเพื่อให้คุณหนูของนางได้รับรู้
หนิงเซียนทีได้ยินอย่างนั้นก็ตัวชาไปทั่วร่าง หัวใจดวงน้อยแตกสลาย น้ำตาไหลรินออกมาพร้อมกับความเจ็บปวด
กรี๊ด!!
เหตุใดพวกท่านจึงทิ้งข้าเร็วขนาดนี้ ข้าไม่ดีตรงไหน ข้ารอวันที่ท่านพ่อท่านแม่มาหาข้าอยู่นะ ทำไมถึงทำกับข้าแบบนี้
“ไม่จริงใช่ไหม มันไม่จริงใช่ไหมแม่นม ท่านโปรดบอกข้าที” หนิงเซียนหันไปหาลี่หลินด้วยความหวัง หวังว่าลี่หลินจะโกหกนางเท่านั้น ไม่จริงใช่ไหม
“……” ลี่หลินไม่ตอบ แต่กลับดึงหนิงเซียนเข้ามากอดแทน นั้นทำให้หนิงเซียนร้องไห้หนักเข้าไปอีก ลี่หลินไม่ได้หลอกนาง เรื่องที่นางพูดนั้นเป็นเรื่องจริง
ทั้งสองกอดกันร้องไห้จนตัวโยน เสียงร้องไห้ราวกับกำลังจะขาดใจดังก้องไปทั่วบริเวณ ทำให้รู้ว่าเจ้าของเสียงนั้นเสียใจเพียง มันไม่ง่ายเลยที่ต้องจัดการความรู้สึกเมื่อรู้ว่าคนทั้งครอบครัวกำลังจะตาย
ได้โปรด…สวรรค์ได้โปรดขอให้เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องจริงได้ไหม ขอให้ทุกคนยังอยู่ได้หรือไม่ ได้โปรด
ตลอดทั้งคืนนางนอนร้องไห้ในอ้อมกอดของลี่หลิน นางไม่สามารถทำใจได้เลย จนนางเผลอหลับไปด้วยความอ่อนล้าภาวนาให้เรื่องที่เกิดขึ้นในวันพรุ่งนี้ไม่เกิดขึ้นจริง
“คุณหนู…คุณหนูตื่นเถิดเจ้าค่ะ” เสียงเรียกของลี่หลินทำให้เปลือกตาบวมเป่งหลังจากร้องไห้มาทั้งคืน ลืมตาขึ้นมา
“ฮึก…ท่านพ่อท่านแม่” ทันทีที่นางเห็นดวงตาที่แดงก่ำของลี่หลิน น้ำตาที่เหือดแห้งก็ไหลออกมาอีกครั้ง
“คุณหนูเตรียมตัวเถิดเจ้าค่ะ เราจะไปหานายหญิงกันเจ้าค่ะ” ลี่หลินประคองหนิงเซียนขึ้นทั้งน้ำตา แม้แต่นางเองก็ยังทำใจไม่ได้เลย
“อืม…ไปหาท่านแม่กัน” ในเมื่อเป็นเช่นนั้นแล้ว นางเองก็อยากเจอท่านแม่เป็นครั้งสุดท้าย ก่อนที่ชีวิตนี้นางจะไม่ได้เห็นใบหน้านั้นอีก
เมื่อตกลงกันได้แล้วทั้งสองก็แต่งตัวกันออกจากบ้านมุ่งไปขึ้นเกวียนวัว หน้าหมู่บ้านเพื่อไปยังเมืองหลวง ในทุกๆ ครั้งที่หนิงเซียนออกจากบ้านนางต้องคลุมผ้าปิดหน้าผากของนางไว้ ไม่ให้ผู้ใดรู้ว่านางมีปานรูปดอกบัวสีแดงที่กลางหน้าผาก
ระหว่างเดินทางหนิงเซียนก็ยังคงใจลอย นึกถึงหน้าท่านพ่อท่านแม่และบรรดาพี่น้องของนาง จนลี่หลินที่เห็นท่าทางของหนิงเซียนก็นึกสงสารไม่น้อย นางจึงพยายามเข้มแข็งให้หนิงเซียนรู้ว่ายังมีนางอยู่ข้างๆ
เกือบสองชั่วยามในที่สุดพวกนางก็เดินทางมาถึงเมืองหลวง ขาเรียวยาวเงยมองกำแพงสูงสถานที่ ที่ครอบครัวนางเคยอยู่ ไม่สินับตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปคงไม่ใช่แล้ว
แม้ว่านางจะพยายามเข้มแข็งเพียงใด แต่พอนึกถึงเรื่องราวที่เดียวกับครอบครัวของนางน้ำตามันก็ไหลรินทุกที หัวใจดวงนี้มันแตกสลายเกินกว่าจะเยียวยาแล้ว
ลี่หลินประคองหนิงเซียนเดินเข้าไปในตัวเมืองที่เต็มไปด้วยความหรูหรา ผู้คนที่เดินจับจ่ายซื้อของไปมาอย่างมีความสุขแต่กลับนางนั้นไม่ใช่ ลี่หลินพาหนิงเซียนเดินตามทางมาเรื่อยๆ จวบจนมาถึงกลางเมือง มาหยุดที่หน้าจวนหนึ่ง น้ำตาของนางไหลลงมาอีกครั้งเมื่อนางเห็นภาพตรงหน้า
ภาพจวนที่งดงามที่สุดในวันวาน ถูกไฟเผาไหม้จนไม่เหลือโครงเดิม สถานที่ที่นางเรียกว่าบ้านบัดนี้ไม่เหลืออะไรแล้ว
“ไอ้พวกบัดซบ”
“ดีแล้วที่จับพวกมันไปประหาร”
“เลวสิ้นอะไรดี”
“ขอให้พวกมันไม่ได้ผุดไม่ได้เกิดเลย” ระหว่างนั้นชาวบ้านที่เดินผ่านไปผ่านมาต่างด่าสาปแช่งด่าไปถึงบรรพบุรุษของนางทั้งยังปาของเน่าเสีย สิ่งปฏิกูลในจวนของนางอีก มันทำให้นางทนไม่ไหว หมายจะไปต่อว่าคนพวกนั้นที่กล้ามาด่าครอบครัวของนาง แต่ลี่หลินก็รั้งร่างของหนิงเซียนไว้ทั้งน้ำตา ก่อนจะพาหนีออกจากผู้คนพวกนั้น
“ไม่เอาเจ้าค่ะคุณหนู ไม่ทำอย่างนั้นเจ้าค่ะ” ลี่หลินเอ่ยด้วยน้ำเสียงสะอื้น
“ท่านห้ามข้าทำไม ฮึก…ท่านไม่เห็นหรือว่ามันด่าพวกเรา ด่าท่านพ่อ ด่าคนในตระกูลของเราที่อุตส่าห์ยอมสละเลือดเนื้อเพื่อที่จะให้พวกมันมีผืนแผ่นดินอยู่” หนิงเซียนมองมาที่ลี่หลินอย่างไม่เข้าใจ เหตุใดถึงปล่อยให้พวกนั้นย้ำยีหัวใจของนางได้เช่นนี้
“เชื่อนมเจ้าค่ะ คุณหนูเชื่อนมเถิดเจ้าค่ะ นายท่านคงไม่อยากเห็นคุณหนูโดนพวกนั้นทำร้ายหรอกเจ้าค่ะ” ลี่หลินพยายามเกลี้ยกล่อมให้หนิงเซียนใจเย็นหลง หากหนิงเซียนเกิดวู่วามไปมันคงไม่เกิดผลดีอย่างแน่นอน
หนิงเซียนทรุดตัวลงอย่างหมดเเรง ซบหน้าลงกับอกของลี่หลินร้องไห้ออกมา มันอัดอั้นในใจตัวนางไม่สามารถทำอันใดได้เลย ตัวนางไม่สามารถช่วยครอบครัวของนางได้แม้แต่คนเดียว
เสียงกลองดังกังวานทั่วเมือง ทำให้หนิงเซียนหันไปตามทิศทางของเสียง พลางหันมามองที่ลี่หลินอีกครั้ง นางเห็นลี่หลินพยายามกลั้นที่จะไม่ร้องไห้ออกมา
“มันถึงเวลาแล้วใช่หรือไม่” หนิงเซียนเอ่ยด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ
“……” ลี่หลินไม่ตอบแต่พยักหน้าให้กับหนิงเซียนแทน
“ไปพวกเรา ไปดูไอ้พวกที่กล้าทรยศต่อผืนแผ่นดิน”
“ไปข้าก็อยากเห็น ว่าน้ำหน้าอย่างพวกมันเหตุใดถึงกล้าก่อกบฏ”
“ใช่ๆ ฆ่าล้างตระกูลพวกมันไป แคว้นของเราจะได้เจริญขึ้น”
“ใช่ๆ พวกมันช่างเนรคุณแผ่นดินเสียจริง”
คำด่าทอมากมายที่คนพวกนั้นเอ่ยออกมาหนิงเซียนได้ยินมันทุกคำ สะท้อนไปถึงก้นบึ้งหัวใจ ครอบครัวนางทำผิดขนาดนั้นเลยหรือ เหตุใดจึงสาปแช่งกันขนาดนี้
“ไปกันเถอะเจ้าค่ะคุณหนู” ลี่หลินประคองหนิงเซียนขึ้น กระชับผ้าคลุมหัวของหนิงเซียนให้สนิท เเล้วเดินตามคนพวกนั้นไปอย่างช้าๆ
ตอนที่ 2 ภาพจำครั้งสุดท้าย
“ดีเสียอีกที่จัดการคนเช่นนี้ได้ แคว้นของเราคงจะสงบสุขขึ้นไปอีกหลายสิบปี”
“ใช่ข้าก็ว่าอย่างนั้น ตระกูลหม่าพวกมันช่างกล้านักที่ทำเช่นนี้ “
” ข้าก็ว่าอย่างนั้น “
ระหว่างทางที่เดินไปลานประหาร หนิงเซียนกับลี่หลินก็ยังได้ยินคำสาปแช่งของชาวบ้านไม่ขาดสาย หนิงเซียนมองไปที่เหล่าชาวบ้านพวกนั้นด้วยสายตาที่โกรธเคือง นางเชื่อว่าครอบครัวของนางไม่ทำอย่างนั้นอย่างแน่นอน
“คุณหนูเจ้าคะ ใจเย็นๆ นะเจ้าคะ เราต้องไปให้ถึงลาน…ประหารเจ้าค่ะ” ลี่หลินเอ่ยบอกหนิงเซียนด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ เมื่อถึงเหตุการณ์ที่กำลังจะเกิดขึ้นต่อจากนี้ พลางมองมาที่หนิงเซียน คุณหนูของนางจะแบกรับมันได้หรือ
“……” หนิงเซียนหันมาของหน้าลี่หลินด้วยสายตาที่แดงก่ำ
ลี่หลินบีบมือเล็กเพื่อให้กำลังใจ นางสัมผัสได้ว่ามือของหนิงเซียนมันเย็นจนน่าเป็นห่วง
“คุณหนูกลับหรือไม่เจ้าคะ” ลี่หลินเอ่ยถามความคิดเห็น
“ไม่…เจ้าค่ะ ข้าอยากเห็นท่านแม่และคนอื่นๆ เป็น…ครั้งสุดท้าย” หนิงเซียนกลั้นใจที่จะพูดคำสุดท้ายออกมา นางรู้สึกว่ามันอยากเสียเหลือเกิน
“เจ้าค่ะคุณหนู” ลี่หลินพาหนิงเซียนได้ยังลานประหารอย่างรวดเร็วเท่าที่จะทำได้ แต่มันก็ยากเมื่อพวกนางมาถึงพบว่ามีคนจำนวนไม่น้อยมาชมการประหารของตระกูลหม่า ทำให้บริเวณของหนิงเซียนกับลี่หลินอยู่ประมาณตรงกลางของลาน
หนิงเซียนมองไปยังลานประหาร ภาพที่เห็นทำให้นางกลั้นน้ำตาไม่อยู่อีกครั้ง สภาพของท่านแม่ ท่านยายและน้องชายของนางเพียงแค่คืนเดียว ดวงตาของท่านแม่และท่านยายเต็มไปด้วยสายตาเรียบนิ่งดูไม่ได้หวาดกลัวกับเรื่องที่จะเกิดขึ้นต่อจากนี้เลย ส่วนน้องชายของนางที่นางพึ่งจะเจอเป็นครั้งแรกดวงตาที่แดงก่ำคล้ายกับคนที่ร้องไห้มาทั้งคืน
เสียงกลองดังกระหึ่มทำให้หนิงเซียนละสายตาจากเฟินเยว่น้องชายของนาง หันไปมองทหารคนหนึ่งเดินออกจากแล้วเอ่ยประกาศเสียงดัง
“ตระกูลหม่าทำผิดกฎร้ายแรง ก่อกบฏ ฆ่าชาวบ้านด้วยความเหี้ยมโหด ไม่มีเมตตาต่อคนในแคว้น เป็นภัยต่อบัลลังก์ โทษอย่างหนักที่ไม่อาจเว้นได้ถูกประหารทั้งตระกูล” สิ้นเสียงของนายทหารคนนั้น มือดาบก็ออกมาเตรียมตัว
“คุณหนู…” ลี่หลินเอ่ยด้วยน้ำเสียงสั่น หลังจากสิ้นสุดคำพิพากษา หนิงเซียนทรุดลงไปต่อหน้าต่อตานางจนนางต้องเข้าไปประคองให้ลุกขึ้น ตัวนางนั้นก็รับไม่ได้คำพิพากษากล่าวว่าร้ายให้ตระกูลหม่ามากเกินไป
“……” หนิงเซียนมองไปที่ท่านแม่ของนางอีกครั้งผ่านม่านน้ำตา เป็นเวลาที่ท่านแม่ของนางเผลอหันมาสบตากับนาง สายตาที่เต็มไปด้วยความรักความห่วงใย ก่อนที่ซูหนี่ว์จะส่งยิ้มให้นางชั่วพริบตามองดาบฟันลงมาที่คอของซูหนี่ว์เลือดสีแดงสดพุ่งไปรอบด้าน
ภาพที่หนิงเซียนเห็นครอบครัวของนางถูกประหารไปทีละคนต่อหน้าต่อตา หนิงเซียนหันมาซบลงที่อกของลี่หลิน พลางกลั้นสะอื้นจนตัวโยน ภาพที่ท่านแม่ส่งยิ้มให้นางยังคงติดตาอยู่ ตอนนี้ท่านแม่ ท่านยายและน้องเล็กของนางไม่มีชีวิตอยู่บนโลกนี้อีกแล้ว
“กลับบ้านเรากันเจ้าคะคุณหนู” ลี่หลินเอ่ยขึ้น นางกอดหนิงเซียนให้กำลังใจตอนนี้ผู้คนกำลังเดินกลับกันแล้ว ตัวนางต้องใช้โอกาสนี้กลับไปด้วยเดี๋ยวตัวคุณหนูของนางจะซวยถ้าพวกมันมาเห็นเข้า
“……” หนิงเซียนพยักหน้าทั้งที่ยังซบอยู่กับอกของลี่หลิน นางไม่อยากหันกลับไปเห็นอีก นางอยากเก็บภาพที่ท่านแม่ส่งยิ้มให้กับนางเพียงเท่านั้น
ลี่หลินพาหนิงเซียนเลือนหายไปกลับผู้คน พวกนางทั้งสองจ้างเกวียนวัวมาส่งที่หมู่บ้าน ตลอดทางหนิงเซียนมองไปข้างทางด้วยสายตาเลื่อนลอย ลี่หลินที่เห็นหนิงเซียนเป็นอย่างนั้นนางก็เจ็บปวดไม่แพ้กัน ตั้งแต่ที่นางเลี้ยงหนิงเซียนมาตั้งแต่เล็กนางก็ไม่เคยเห็นน้ำตาของหนิงเซียนสักครั้งเลย
“คุณหนูถึงบ้านแล้ว พวกเราเข้าบ้านกันเถิดเจ้าคะ” ลี่หลินเอ่ยเรียกหนิงเซียนที่ยังเหม่อลอยนั่งอยู่บนเกวียน
หนิงเซียนที่ได้ยินเสียงเรียกก็หันมาที่ลี่หลิน มองไปเห็นว่าพวกนางกลับมาถึงบ้านแล้วจึงค่อยๆ ลงจากเกวียนโดยมีลี่หลินประคอง ดวงตากลมตัวมองมาที่บ้านหลังน้อยด้วยสายตาที่สิ้นหวัง หมดแล้วความฝันที่ท่านพ่อท่านแม่และคนอื่นๆ มาหานางที่บ้านหลังนี้ หมดแล้วที่นางกลับไปจวนหลังนั้น หนิงเซียนทิ้งตัวลงพื้นก่อนน้ำตาที่พยายามกลั้นไว้ จนในที่สุดมันก็กลั้นไม่อยู่อีกต่อไป
เสียงร้องไห้ที่เต็มไปด้วยความเจ็บปวด เสียงร้องไห้ที่เต็มไปด้วยความสิ้นหวัง มันเจ็บปวดราวจะเจียนตาย ท่านพ่อท่านแม่ พวกท่านจะรู้หรือไม่ว่าหนิงเซียนคนนี้เจ็บปวดเหลือเกิน
“ฮือ…”
ลี่หลินที่เห็นน้ำตาของหนิงเซียนนางเองก็กลั้นน้ำตาไม่อยู่ แม้แต่นางยังทำใจไม่ได้แล้วหนิงเซียนหญิงสาวผู้ที่เป็นเลือดเนื้อเชื้อไขด้วยแล้วจะรับมันได้หรือ
เกือบหนึ่งชั่วยามที่ทั้งสองนั่งร้องไห้อยู่หน้าบ้าน เป็นลี่หลินที่ได้สติขึ้นมาก่อน นางมองไปเห็นว่าหนิงเซียนหลับไปแล้ว ตามแก้มยังคงมีคาบน้ำตา รอบดวงตาบวมแดง นางจึงลุกขึ้นไปประคองหนิงเซียนขึ้นมาแล้วพาไปยังห้องนอน นางนำผ้าชุบน้ำมาเช็ดตามเนื้อตามตัว เช็ดใบหน้าที่เต็มไปด้วยคาบน้ำตา ต่อจากนี้คงต้องเป็นนางที่เป็นที่พึ่งให้กับหนิงเซียน
เช้ามืดวันรุ่งขึ้น…
ลี่หลินตื่นแต่เช้ามืด ตลอดทั้งคืนมีเรื่องให้คิดมากมายจนทำให้ตัวนางไม่หลับจนถึงตอนนี้ลี่หลินยังไม่รู้สึกง่วง จึงมาดูหนิงเซียนว่าเป็นอย่างไรบ้าง
“โถ่…คุณหนูของนม” ลี่หลินเอ่ยด้วยน้ำเสียงสั่นที่เห็นขอบตาของหนิงเซียนบวมแดง ดูท่าเมื่อคืนหนิงเซียนน่าจะร้องไห้อีกครั้งจนหลับไป
ลี่หลินเห็นอย่างนั้นนางไปเอาผ้าชุบน้ำมาเช็ดดวงหน้าให้กับหนิงเซียน นางก็ได้แต่หวังว่าเวลาจะช่วยเยียวยาหญิงสาวตรงหน้าของนาง
หลังจากจัดการเรียบร้อยมั่นใจว่าหนิงเซียนจะไม่ตื่นขึ้นมาช่วงเวลานี้ นางจึงออกจากห้องไปเตรียมมื้ออาหารไว้รอหนิงเซียน
“ว้าย…” เปิดประตูหน้าบ้านออกมาลี่หลินร้องด้วยความตกใจ มีชายชุดดำนอนคว่ำหน้าอยู่ที่หน้าประตูบ้านของนาง ทั้งยังได้กลิ่นคาวเลือดลอยมาจากชายชุดดำตรงหน้านั้นอีก
ลี่หลินนางถอยหลังด้วยความตกใจ เหตุใดถึงมีชายชุดดำมานอนอยู่ตรงหน้าบ้านของนาง จึงกวาดสายตาไปรอบๆ บ้าน แต่มองอย่างไรก็ไม่พบความผิดปกตินอกจากชายชุดดำที่ไม่รู้ว่าตายหรือยังตรงหน้า
แต่บังเอิญสายตาของลี่หลินเหลือบไปเห็นหยกที่คาดเอวของชายชุดดำ ทำให้นางเข้าไปหาโดยเร็ว
” หยกตระกูลหม่า “ ลี่หลินใช้แรงอันน้อยนิดของหญิงชราพลิกร่างชายหนุ่มตัวโต มองไปที่หยกชิ้นนั้นนางมั่นใจได้ว่าเป็นของตระกูล
เอามือไปอังที่จมูกของชายชุดดำ พบว่าชายชุดดำยังมีชีวิตอยู่แต่ดูจากอาการแล้วค่อนข้างหนักอยู่พอสมควร เปิดผ้าคลุมที่ปิดหน้าออกพบว่าเป็นคนที่นางคุ้นเคย
“ซีฮัน” องครักษ์ประจำตัวของนายท่าน นางจึงรีบเข้าไปเอาอุปกรณ์ทำแผลของหนิงเซียนมารักษาให้กับซีฮัน ตั้งแต่หนิงเซียนอายุได้สิบหนาวนางก็เริ่มสนใจในด้านการแพทย์เริ่มจากศึกษาจากตำรา พอเริ่มมีความรู้ก็เริ่มที่จะลองรักษาให้กับเหล่าสัตว์ และตอนที่อายุสิบเก้าหนาวหนิงเซียนก็เริ่มที่จะรักษาคนในหมู่บ้านโดยมีลี่หลินคอยเป็นลูกมือทำให้นางพอที่จะมีความรู้มาบ้าง
ตอนที่ 3 คำทำนาย
แสงแดดที่สาดส่องเข้ามาในห้องปลุกให้หนิงเซียนตื่นขึ้น
“ท่านแม่!!” หนิงเซียนสะดุ้งตื่นขึ้นจากฝันร้าย ดวงตาสวยคลอไปด้วยน้ำตา ภาพเมื่อวานที่ท่านแม่ส่งยิ้มให้นาง ภาพที่ท่านแม่ถูกประหารยังคงเก็บมาฝัน หนิงเซียนซบลงหมอนแล้วร้องไห้ออกมา มันอยากเสียเหลือเกินอยากที่จะทำใจกับเรื่องที่เกิดขึ้น
“คุณหนู…คุณหนูเป็นอันใดเจ้าค่ะ” ลี่หลินได้ยินเสียงหนิงเซียนตะโกน นางรีบวางสิ่งที่ทำอยู่แล้วเข้ามาหาหนิงเซียนโดยเร็ว
“แม่นม….ฮึก…ท่านแม่จากข้าไปแล้ว” หนิงเซียนเห็นลี่หลินเข้ามานางพุ่งเข้าไปกอดแล้วซบลงที่อกของลี่หลิน
“เจ้าค่ะ…หยุดร้องไห้เถิดเจ้าค่ะ หากคุณหนูยังเป็นเช่นนี้นายท่าน นายหญิงจะเป็นห่วงเอานะเจ้าคะ ยังมีคุณชายใหญ่ คุณชายเล็ก และท่านย่าอีก” ลี่หลินเอ่ยปลอบ
“แม่นม…ฮึก..” หนิงเซียนเงยหน้าขึ้นมอง
“เชื่อนมนะเจ้าคะ ไม่ร้อง…ตอนนี้มีใครบางคนต้องการพบคุณหนูเจ้าค่ะ” ลี่หลินซับน้ำตาให้กับหนิงเซียนด้วยเสื้อของนาง
“ใครหรือเจ้าคะ” หนิงเซียนเอ่ยถามด้วยความสงสัย น้ำเสียงติดสะอื้นเล็กน้อย เพราะในบ้านหลังนี้มีเพียงนางและแม่นมสองคนแล้วยังมีใครอีก หรือว่ามีชาวบ้านมารักษาอาการป่วยกับนาง
“ตามข้ามาเจ้าค่ะ” ลี่หลินช่วยหนิงเซียนจัดชุดให้เรียบร้อย แล้วพาออกไปหาคนผู้นั้น
ลี่หลินพาหนิงเซียนเข้ามาในห้องที่พวกนางทำไว้สำหรับชาวบ้านที่มาให้นางรักษา เปิดประตูเข้าไปหนิงเซียนพบกับชายหนุ่มวัยกลางคนนอนคว่ำหน้าอยู่ มีผ้าพันแผลที่กลางหลังและช่วงไหล่ดูเหมือนลี่หลินจะเป็นคนทำแผลให้กับชายผู้นี้
“แม่นม…ใครหรือเจ้าคะ” หนิงเซียนหันมาถามด้วยความสงสัย
“ซีฮัน ข้าพาคุณหนูมาแล้ว” ลี่หลินเลือกจะไม่ตอบหนิงเซียนแต่กลับไปปลุกชายตรงหน้า ทำให้หนิงเซียนได้รู้ว่าชายผู้นี้ชื่อซีฮัน
ชายวัยกลางคนที่ชื่อซีฮันเมื่อได้ยินว่าบุคคลที่ต้องการพบมาแล้ว ก็พยายามลุกขึ้นโดยมีลี่หลินคอยประคอง
“คุณหนู…” ซีฮันเห็นใบหน้าของหญิงสาวตรงหน้า ขอบตาเริ่มแดงออกมาเมื่อนึกถึงผู้เป็นบิดาของหญิงสาว ผู้ที่ชุบชีวิตเขาขึ้นมาจากขุมนรก
“ท่านเป็นใคร” หนิงเซียนเอ่ยถาม ดูเหมือนซีฮันจะรู้จักนางแต่นางกลับไม่รู้จักซีฮัน
“คุณหนูคงไม่รู้จักข้า ข้าซีฮันเป็นองครักษ์เงาของนายท่าน… “
” ท่านพ่อหรือท่านเป็น…” หนิงเซียนได้รู้ว่าชายตรงหน้าเป็นคนของท่านพ่อก็เอ่ยถามด้วยความดีใจ แต่นางก็ต้องหยุดชะงักเมื่อนึกได้ว่าท่านพ่อและท่านพี่ของนางไม่มีชีวิตอยู่แล้ว
“คุณหนู” ลี่หลินเห็นอาการของหนิงเซียนรีบเข้ามาประคอง
“ฮึก…ข้าไม่เป็นไรเจ้าค่ะแม่นม เชิญท่านเล่าต่อเถิดเห็นแม่นมบอกว่าท่านอยากพบข้า…” หนิงเซียนหันมาบอกลี่หลิน นางหลับตาลงเพื่อตั้งสติแล้วหันไปมองซีฮัน
“ยามนั้นตอนที่นายท่านกำลังออกสำรวจตามแนวชายแดนจู่ๆ ก็มีลูกธนูดอกหนึ่งพุ่งเข้าใส่นายท่านโดยที่ยังไม่ทันตั้งตัว คุณชายใหญ่ที่เห็นอย่างนั้นจึงจะเข้าไปช่วย แต่ก็โดนพวกมันใช้ดาบฟันไปที่แขนของคุณชายใหญ่จนเป็นแผลเหวอะ ทำให้ตอนนั้นนายท่านรู้แล้วว่านี่มันไม่ใช่การตรวจชายแดนธรรมดา แต่มันเป็นการฆ่าปิดปากทั้งสอง นายท่านจึงเข้าไปช่วยคุณชายใหญ่ ด้วยความที่ท่านเองก็บาดเจ็บอยู่แล้วจึงไม่สามารถต้านพวกมันได้…”
“ตัวข้าเองก็หมายจะเข้าไปช่วยทั้งสองเช่นกัน แต่นายท่านและคุณชายใหญ่ห้ามไว้ พร้อมกับสกัดกั้นพวกนั้นไว้ให้ข้าหนีออกมาทำตามแผนที่วางไว้ หลังจากที่ข้าหนีออกมาก็โดนพวกมันตามล่า กว่าจะหนีพวกมันมาได้ก็ลำบากไม่น้อย พอข้ามาถึงที่นี่ก็ได้ข่าวว่านายท่านและคุณชายใหญ่ก่อกบฏ และคนตระกูลหม่า…” ซีฮันเลือกที่จะไม่พูดคำว่าถูกประหารออกไป
“ถูกประหาร ใช่ท่านแม่ ท่านยายและน้องเล็กถูกกล่าวหาว่าเป็นกบฏ ฮึก…ว่าแต่แผนการที่ท่านพ่อบอกคือสิ่งใด” หนิงเซียนที่ได้ยินเรื่องจากซีฮันก็สะเทือนใจไม่น้อย เป็นเพราะพวกมันที่ทำให้ครอบครัวของนางต้องเป็นเช่นนี้ เป็นเพราะพวกมันรวมหัวกันทำลายครอบครัวของนาง
“เมื่อยี่สิบห้าปีก่อนมีคำทำนายว่าในรอบหลายพันปี ในคืนดวงจันทร์สีเลือดจะถือกำเนิด นารีผู้ซึ่งที่มีพลังวิญญาณเหลือล้น สามารถชุบชีวิตคนให้ฟื้นจากความตายได้และหากบุรุษผู้ใดได้ครอบครองนารีผู้นี้จะเป็นผู้ยิ่งใหญ่เหนือสิ่งใดทั้งปวง… “
” แผนการเกี่ยวอันใดกับคำทำนายนั้นเจ้าคะ “หนิงเซียนเอ่ยถามซีฮันอย่างไม่เข้าใจ
” นารีผู้นั้นจะมีดอกบัวสีแดงที่กลางหน้าผากเจ้าคะ “เป็นลี่หลินที่เอ่ยขึ้นมา
” ดอกบัวสีแดง… “หนิงเซียนที่ได้ยินอย่างนั้นก็ทวนคำของลี่หลิน ดอกบัวสีแดงที่กลางหน้าผาก นั้นเป็นนางนี่
” ตามคำทำนายหญิงสาวที่ตรงกับคำทำนายจะมีรูปดอกบัวสีแดงที่กลางหน้าผาก หลังจากที่คำทำนายนี้กระจายออกไปต่างได้รับความสนใจอย่างยิ่ง ตลอดหลายปีที่ผ่านมาชายผู้นั้นยังสั่งให้คนสืบหาเด็กหญิงผู้นี้อยู่เงียบๆ ซึ่งหลังจากผ่านมาแล้วห้าปีนายหญิงก็ตั้งท้องคุณหนู ในคืนก่อนวันที่นายหญิงจะทราบว่าตนเองนั้นท้องนางฝันว่ามีหญิงสาวรูปงามดังเทพธิดาจำนวนเก้านางได้มอบดอกบัวสีแดงให้กับนาง จากความฝันของนายหญิงทำให้นายท่านนึกถึงคำทำนาย นายท่านจึงสั่งให้ทุกคนเก็บเรื่องนี้เป็นความลับจนกว่าคุณหนูจะคลอดออกมา ตลอดเก้าเดือนนายท่านกระจายข่าวว่านายหญิงตระกูลหม่าป่วยด้วยโรคจึงต้องพักรักษาตัว… “
” จนถึงวันที่คุณหนูคลอด ในคืนนั้นเป็นวันที่พระจันทร์สีเลือด และยามที่คุณหนูคลอดออกมาก็มีรูปดอกบัวสีแดงที่กลางหน้าผาก เพื่อไม่ให้คุณหนูไม่ได้ลำบากในภายภาคหน้าจึงให้แม่นมลี่พาท่านออกมาอยู่ห่างจากตระกูลเพื่อความปลอดภัย… “
” ฮือ…ท่านพ่อ “หนิงเซียนที่ได้ยินเรื่องราวเกี่ยวกับตนร้องไห้ออกมา ท่านพ่อท่านแม่และทุกๆ ทำเพื่อนาง ทุกคนรักนาง แต่ทำไมไม่บอกให้นางได้รู้ปล่อยให้นางคิดเองอยู่คนเดียว
” คุณหนู… “
” แม่นมท่านก็รู้มาโดยตลอดใช่หรือไม่ “หนิงเซียนหันมาถามลี่หลินทั้งน้ำตา เพราะตลอดเวลาที่นางจะต้องออกไปข้างนอกหรือไม่เจอผู้คนลี่หลินก็ชอบให้นางปิดหน้าหรือใส่หน้ากากปิดรอยกลางหน้าผากของนางไว้ ตัวนางเองก็ไม่ได้สงสัยมากนักและจนนางมารู้เรื่องในวันนี้
“……” ลี่หลินเลือกที่จะพยักหน้าแทนการพูดให้กับหนิงเซียน
“ตลอดหลายปีที่ผ่านมานายท่านรู้ตัวว่าพวกมันต้องการอำนาจในมือของตนและกองทัพทมิฬที่ตนได้สร้างขึ้นมา ซึ่งขุนนางพวกนั้นก็พยายามปลุกปั้นและใส่ร้ายต่างๆ นานา แต่นายท่านก็สามารถรอดมาได้ แม้จะรอดมาได้ทุกครั้งนายท่านก็ไม่ไว้วางใจ เชื่อว่าสักวันจะต้องมีวันที่พลาดและมันก็มาถึงวันที่นายท่านได้กล่าวไว้… “
” ตลอดเกือบยี่สิบปีที่นายท่านได้สร้างกองทัพทมิฬขึ้นมา ก็เพื่อเป็นกองกำลังให้กับคุณหนูในวันที่ตัวท่านและคนอื่นๆ ไม่ได้อยู่บนโลกนี้อีกแล้ว ณ หุบเขาวิญญาณนายท่านได้เตรียมทุกสิ่งทุกอย่างไว้ให้ท่าน ทั้งกองทัพทมิฬที่จะเชื่อฟังคำสั่งสายเลือดหลักของตระกูลหม่าเท่านั้น ในจดหมายฉบับนี้เป็นนายท่านที่เขียนถึงท่านและคนอื่นๆ … “กล่าวจบซีฮันก็ยืนจดหมายจำนวนสามฉบับให้กับหนิงเซียน
หนิงเซียนรับจดหมายจากซีฮันมาเปิดอ่านโดนเร็ว
‘หนิงเซียนหากลูกได้อ่านจดหมายฉบับนี้ตัวพ่อคงไม่ได้อยู่บนโลกใบนี้แล้ว ตลอดหลายปีที่ผ่านมาพ่อขอโทษ ขอโทษเจ้าจากใจจริงโดยไม่ได้ถามความคิดเห็นจากเจ้า แต่พ่อเชื่อว่ามันเป็นสิ่งที่ดีที่สุดที่พ่อคนนี้จะทำให้เจ้าได้…