พบศพชายนอนเสียชีวิตคาตู้ไฟฟ้า
ข่าวเวิร์คพอยท์ 23
อัพเดต 23 พ.ค. 2567 เวลา 08.57 น. • เผยแพร่ 23 พ.ค. 2567 เวลา 08.57 น. • ข่าวเวิร์คพอยท์ความคืบหน้ากรณีเมื่อเช้าวันนี้ (23 พ.ค.67) เวลา 07.30 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.มีนบุรี และมูลนิธิร่วมกตัญญู ได้รับแจ้งเหตุ พบร่างผู้เสียชีวิตนอนอืด ส่งกลิ่นเหม็น อยู่ภายในตู้ควบคุมสัญญาณไฟฟ้าและสายสื่อสารที่ไม่ได้ใช้งานแล้ว บริเวณบนฟุตบาท สี่แยกรามคำแหง - ร่มเกล้า ถ.รามคำแหง มุ่งหน้า ถ.ร่มเกล้า ฝั่งขาเข้า ใกล้เคียง ซ.รามคำแหง 196 แขวงแสนแสบ เขตมีนบุรี กรุงเทพฯ
โดยที่เกิดเหตุพบผู้เสียชีวิตเป็นเพศชายร่างใหญ่ นอนคดตัว บวมขึ้นอืด มือขวากำสายไฟเส้นนึงอยู่ ส่งกลิ่นเหม็นไปทั่วบริเวณ โดยตามร่างกายมีหนอนเกาะอยู่ ใกล้กันพบขวดเหล้าขาวพร้อมน้ำเปล่าตั้งอยู่บริเวณฐานของตู้ไฟฯ
เจ้าหน้าที่ต้องประสานการไฟฟ้านครหลวงมีนบุรีในการตัดกระแสไฟฟ้าเพื่อความปลอดภัยจากนั้นมูลนิธิร่วมกตัญญูได้ใช้เครื่องมือถอดตู้ไฟออก และใช้เครื่องมือสกัดปูนนานกว่า 30 นาที ก่อนนำศพขึ้นมาได้ ไม่พบเอกสารราชการระบุตัวตนแต่อย่างใด พบเพียงยาเส้น ไฟแช็ก และเงิน 20 บาท 1 คาดว่าเสียชีวิตมาแล้วกว่า 2-3 วัน
ทีมข่าวเวิร์คพอยท์พูดคุยกับนางสาวปนัดดา พนักงานทำความสะอาดสำนักงานเขตมีนบุรีที่แจ้งเบาะแส เล่าว่า ปกติตนจะกวาดขยะที่บริเวณนี้เป็นประจำทุกวัน ยกเว้นเมื่อวานนี้ โดยวันนี้เวลาประมาณ 6.30 น. ขณะที่ตนกำลังทำหน้าที่ของตนอยู่ ตนได้กลิ่นเหมือนมีอะไรเน่า ตอนแรกก็คิดว่าหมาตาย จึงเดินตามกลิ่นไป จนไปถึงที่เกิดเหตุและก้มไปดู ก่อนเอาโทรศัพท์มือถือเปิดแฟลช เห็นเป็นขากางเกงลักษณะเป็นท่อนขาคน จึงได้เรียกเจ้าหน้าที่กู้ภัยมาตรวจสอบ
ส่วนผู้เสียชีวิตตนคาดว่าเป็นคนเร่ร่อนบริเวณนี้ เพราะบริเวณนี้มีคนเร่ร่อนเยอะ แต่ตนก็ไม่เคยเห็นหน้าผู้เสียชีวิตรายนี้มาก่อน แต่ตนยอมรับว่าแปลกใจว่า ผู้เสียชีวิตลงไปตายอยู่ในตู้ไฟนี้ได้อย่างไรเพราะหลุมมีขนาดเล็กมาก
ด้านนายศักดิ์ชัย ใสสุข ผู้อำนวยการเขตมีนบุรี กล่าวว่า หลังทราบเหตุได้แจ้งประสานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้ว แต่ขณะนี้ยังไม่สามารถยืนยันได้ว่าเป็นของหน่วยงานใดที่รับผิดชอบ แต่ลักษณะของบ่อที่ผู้เสียชีวิตตกลงไปนั้น ยืนยันว่าถูกปิดไว้อย่างมิดชิด ไม่มีทางที่ผู้เสียชีวิตจะพลัดตกลงไปได้อย่างแน่นอน
ส่วนผู้เสียชีวิตขณะนี้ยังไม่สามารถระบุตัวตนได้ เบื้องต้นเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานจึงคาดสันนิษฐานว่าเกิดจากการถูกไฟฟ้าช็อต แต่อย่างไรก็ตามยังคงต้องรอการชันสูตรจากนิติเวชอีกครั้ง
อย่างไรก็ตาม ทีมข่าวเวิร์คพอยท์ได้ภาพกล้องวงจรปิดขณะเกิดเหตุของวันที่ 20 พฤษภาคม 2 567 เวลา 11.20 น. กล้องวงจรปิดสามารถจับภาพวินาทีผู้เสียชีวิตเดินเข้ามาที่บริเวณตู้ไฟฯ ก่อนจะเริ่มงัดแงะตู้ไฟนี้ พร้อมทั้งเดินไปมา กว่า 20 นาที จนกระทั่งเวลา 11.40 น. ผู้เสียชีวิตตัดสินใจค่อย ๆ หย่อนตัวลงไปในหลุมของตู้ไฟฟ้า และไม่ขึ้นมาอีกเลย จนพบว่าเสียชีวิตในวันนี้
ทั้งนี้ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ทำให้ทีมเวิร์คพอยท์ ปะติดปะต่อเหตุการณ์เมื่อวันที่ 1 พ.ค.ที่ผ่านมา เมื่อเพจเฟสบุ๊กของ ‘สายไหมต้องรอด‘ ได้โพสต์เรื่องราวร้องทุกข์จากชาวมีนบุรีรายหนึ่ง หลังไฟส่องสว่างริมถนนราษฏร์อุทิศ 44 ดับสนิทมาหลายวันแต่ ไร้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาให้การแก้ไข แต่กลับมีชายรายหนึ่งทำเนียนเข้ามาซ่อมแซมตู้ไฟฟ้า ก่อนยกตู้ขึ้นรถจักรยานยนต์หายไป เหลือเพียงแท่นปูนให้ไว้ดูต่างหน้า
จนทีมข่าวเวิร์คพอยท์ ลงพื้นที่ไปยังจุดเกิดเหตุบริเวณริมฟุตบาทระหว่างซอยราษฎร์อุทิศ 44/2 และ 44/3 แขวงแสนแสบ เขตมีนบุรี กรุงเทพฯ โดยนายธีรภัทร ผู้ร้องเรียน เล่าว่า เดิมทีไฟส่องสว่างริมถนนราษฎร์อุทิศดับมาหลายเดือนแล้ว ตนจึงแจ้งเรื่องไปยังการไฟฟ้านครหลวงมีนบุรี แต่จนถึงปัจจุบันก็ยังไม่รับแก้ไข แต่ทว่าเมื่อวันที่ 29 เม.ย.ที่ผ่านมา มีชายคนหนึ่งได้ขี่รถจักรยานยนต์เข้ามา ก่อนจะใช้ไขควงค่อย ๆ ถอดสายตู้ไฟ และอะไหล่ทีละชิ้นยกขึ้นรถจักรยานยนต์ของตัวเองไป ซึ่งตอนแรกตนก็ยังเอะใจว่าทำไมเจ้าหน้าที่การไฟฟ้าแต่งตัวแบบนี้ และทำไมไม่ใช้รถหลวงมา แต่ตนก็ไม่กล้าเข้าไปถามตรง ๆ ได้เพียงถ่ายรูปไว้เป็นหลักฐาน จนตอนนี้ตนมั่นใจแล้วว่าชายคนนี้ต้องเป็นขโมยแน่
นอกจากนี้ ตนยังได้ข้อมูลมาอีกว่า ตู้ไฟอีกหลายตู้ตั้งแต่หัวถนนราษฏร์อุทิศได้ถูกยกขโมยหายไป เหลือเพียงแท่นปูนหลายตู้ ซึ่งคนร้ายก็น่าจะเป็นคน ๆ เดียวกัน เพราะมีคนรู้จักของตนสามารถถ่ายคลิปชายคนดังกล่าวได้ระหว่างเข้ามาก่อเหตุ และได้เข้าไปพูดคุยกับชายคนนี้เบื้องต้น แต่ชายคนนี้ก็ได้อ้างตอบกลับมาว่าเป็นเจ้าหน้าที่จากการไฟฟ้า
อย่างไรก็ตาม ตนได้แจ้งตำรวจเรื่องนี้แล้ว แต่เจ้าหน้าที่ตำรวตแจ้งว่า ตนไม่ใช่ผู้เสียหาย ไม่สามารถแจ้งความได้ แต่ที่สำคัญที่ตนมาร้องเรียนในวันนี้ ตนต้องการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งดำเนินการแก้ไขให้ไฟส่องสว่างถนนบริเวณนี้กลับมาติดเหมือนเดิม เพราะบริเวณนี้ตอนกลางคืนค่อนข้างเปลี่ยว เพื่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน
ทีมข่าวเวิร์คพอยท์ จึงตั้งข้อสังเกตว่าผู้เสียชีวิตรายนี้ เป็นรายเดียวกันกับที่ก่อเหตุเมื่อกรณีวันที่ 1 พ.ค.หรือไม่ เนื่องจากทั้งสองจุดนั้นอยู่ในพื้นแขวงแสนแสบ เขตมีนบุรี กรุงเทพฯ เหมือนกันและมีระยะทางห่างกันไม่ถึง 2 กิโลเมตร