โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

Deep Tech คลื่นนวัตกรรมลูกที่ 4 ที่จะเข้ามา เปลี่ยนโลกได้มากกว่า อินเทอร์เน็ต ในอดีต

Techsauce

เผยแพร่ 25 ต.ค. 2564 เวลา 10.07 น. • Techsauce Team

Deep Tech คลื่นนวัตกรรมลูกใหม่ที่ผู้เชี่ยวชาญต่างมองว่าจะเข้าเปลี่ยนแปลงโลกได้มากกว่าที่อินเทอร์เน็ตเคยทำไว้ในอดีต ด้วยวิวัฒนาการช่วงเวลาของการพัฒนา ส่งผลให้นวัตกรรมต่าง ๆ ในปัจจุบันถูกสั่งสม และพัฒนาไปรวดเร็วขึ้น มีประสิทธิภาพมากขึ้น และสามารถเข้ามาช่วยแก้ปัญหาได้ตรงจุดมากขึ้น

บทความนี้จะพาไปทำความเข้าใจถึงวิวัฒนาการของนวัตกรรมที่นำมาสู่การเกิดคลื่นลูกใหม่อย่าง Deep Tech ที่จะเข้ามามีบทบาทในการช่วยวิวัฒน์นวัตกรรมให้ก้าวหน้าไปมากขึ้นกว่าเดิม พร้อมกับแนะคุณลักษณะสำคัญที่จะต้องมีหาก Deep Tech ต้องการที่จะประสบความสำเร็จ ในขณะเดียวกันก็สามารถขับเคลื่อนระบบนิเวศของ DeepTech ไปได้  โดยได้เรียบเรียงมาจาก งานสัมนาของ Hello Tomorrow APAC ในหัวข้อ The Deep Tech Difference: Best Practices for Building Successful Deep Tech Ventures 

คลื่นลูกที่ 4 วิวัฒนาการของนวัตกรรม จนมาสู่ยุค Deep Tech

Deep Tech เปรียบได้ว่าเป็นจุดเริ่มต้นของ คลื่นนวัตกรรมลูกต่อไป หรือ คลื่นลูกที่ 4 (The 4th Wave of Innovation) ซึ่งจะส่งผลให้อุปสรรคต่าง ๆ ในการสร้างนวัตกรรมลดลง ซึ่งที่ผ่านมา คลื่นแต่ละลูกได้มีการพัฒนาให้เกิดนวัตกรรมที่แตกต่างกันไป ดังนี้

  • คลื่นลูกที่ 1 ประกอบไปด้วยนวัตกรรมจากช่วงการปฏิวัติอุตสาหกรรม (Industrial Revolution) ครั้งที่ 1 และครั้งที่ 2

  • คลื่นลูกที่ 2 ได้เกิดขึ้นในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ซึ่งสงครามนั้นได้ส่งผลให้เกิดนวัตกรรมขึ้นมามากมาย โดยส่วนใหญ่แล้วเป็นนวัตกรรมที่เกิดขึ้นจากการวิจัยและทดลองภายในห้องแลปขององค์กรใหญ่ ๆ อย่าง IBM และ Xerox

  • คลื่นลูกที่ 3 เกิดขึ้นหลังจากการวิจัยและทดลองในห้องแลปขององค์กรใหญ่เริ่มลดลง และเกิดเป็นองค์กรเล็ก ๆ ที่ได้รับการสนับสนุนจากนักลงทุน VC ซึ่งต่อมาได้เรียกว่าเป็น Silicon Valley Model ที่นวัตกรรมจะเน้นไปที่ IT ระบบดิจิทัล และเทคโนโลยีชีวภาพ (Biotechnology) และคลื่นลูกนี้เองที่ทำให้คนได้รู้จักกับองค์กรอย่าง Apple, Microsoft, Google และ Facebook

  • จากคลื่นทั้ง 3 ลูก ทำให้ตอนนี้เราจะได้เริ่มต้นเข้าสู่ยุคของคลื่นลูกที่ 4 ซึ่งคลื่นลูกนี้ จะเป็นคลื่นลูกที่แตกต่าง นวัตกรรมต่าง ๆ จะเกิดจากการรวมกันของโลกดิจิทัล (ในที่นี้ผู้เขียนเรียกว่า Bits) และโลกจริง (ผู้เขียนแทนว่า Atoms) และนวัตกรรมเหล่านี้จะเกิดขึ้นจากหลากหลายแนวทาง 

แนวทางที่จะช่วยให้เกิด Deep Tech ที่ประสบความสำเร็จ

Deep Tech ไม่ได้เกี่ยวข้องแค่เฉพาะเทคโนโลยี แต่ Deep Tech คือ แนวทางใหม่ที่จะรวมเอาเทคโนโลยี และทักษะมาช่วยทำให้เกิดนวัตกรรมที่มีศักยภาพ อีกทั้งยังสามารถแก้ปัญหาต่าง ๆ ได้อย่างตรงจุดในระยะเวลาอันสั้น 

โดย Deep Tech คือ การผสานระหว่างแนวทาง รวมทั้งเทคโนโลยีต่าง ๆ เพื่อให้เกิดนวัตกรรมผ่าน จึงเกิดเป็นวงจรที่เรียกว่า วงจรการออกแบบ-สร้าง-ทดสอบ-เรียนรู้ (Design-Build-Test-Learn Cycle: DBTL) ที่จะทำให้การพัฒนานวัตกรรมเป็นไปได้รวดเร็วยิ่งขึ้น โดยมีรายละเอียด ดังนี้

  • Deep Tech กับการผสานแนวทางต่าง ๆ จนเกิดเป็นนวัตกรรม: จะเป็นการสร้างนวัตกรรมที่รวมเอาทักษะและวิธีการทางวิทยาศาสตร์ (Science) วิศวกรรมศาสตร์ (Engineering)  และการออกแบบ (Design) มาใช้ตั้งแต่เริ่มต้นขั้นตอนแรก ตั้งแต่การมองหาปัญหาที่เกิดขึ้น ไปจนถึงการหาคอนเซ็ปต์วิธีการแก้ปัญหาที่เป็นไปได้

  • Deep Tech กับการผสานเทคโนโลยีต่าง ๆ ในการสร้างนวัตกรรม: เมื่อเทคโนโลยีต่าง ๆ มาผสาน และทำงานร่วมกัน ช่องวางด้านด้านนวัตกรรมก็จะลดลง ปัญหาที่ไม่สามารถในอดีต ก็มีความเป็นไปได้มากขึ้นที่จะแก้ปัญหาเหล่านั้นได้ และยังเพิ่มความสามารถในการค้นหาแนวทางใหม่ ๆ ในการแก้ปัญหา

  • สำหรับวงจร DBTL คือ ขั้นตอนการสร้างสรรค์นวัตกรรมที่ลดความเสี่ยงลงได้ และช่วยเร่งความเร็วในการพัฒนานวัตกรรมนั้น ๆ ได้ ซึ่งวิธีการนี้จะช่วยเร่งให้สามารถเจอโซลูชันที่เหมาะสมกับปัญหาที่เจอได้ 

  • และเพื่อจะทำให้มีการรับเอาแนวทางการสร้าง Deep Tech เกิดขึ้น ให้ลองนำเอาคำถาม 4 ข้อต่อไปนี้ ไปเป็นตัวช่วย

  • ยังมีมุมไหนที่ยังไม่ได้มองอีกบ้างไหม ?

    • จะสร้างตัวต้นแบบ (Prototype) ได้อย่างรวดเร็วหรือไม่ ?

    • มันจะทำงานได้จริงไหม ?

    • แล้วจะทำอย่างไรให้มันเติบโต ขยายออกไปได้ ?

  • จากคำถาม 4 ข้อนี้ จะช่วยให้เกิด Deep Tech ขึ้นได้ หากมีคำตอบของทั้ง 4 ข้อเกิดขึ้นพร้อมกัน ซึ่งหากเราตอบคำตอบได้หมด ยกเว้นเพียงแต่ว่าเรายังไม่รู้ว่านวัตกรรมตัวนี้จะทำให้เราสามารถ Scale ออกไปได้หรือไม่ ก็จะเท่ากับว่า คำตอบสำหรับข้ออื่น ๆ นั้นสูญเปล่า เพราะหากขาดข้อใดข้อหนึ่งไป เราจะสูญเสียทั้งเวลา เสียทั้งต้นทุน รวมทั้งเสียทรัพยากรไปกับการพัฒนานวัตกรรม ที่แม้แต่เราเองยังไม่รู้เลยว่ามันจะเติบโตออกไปได้หรือไม่นั่นเอง

4 คุณลักษณะของ Deep Tech

ถึงแม้ว่า Deep Tech จะไม่ใช่สิ่งที่ใหม่เอี่ยม แต่การจะพัฒนานวัตกรรมด้วย Deep Tech นั้น ต้องอาศัยปัจจัย รวมทั้งความเข้าใจหลายอย่าง 

  • Deep Tech จะสร้างนวัตกรรมที่อิงจากปัญหาที่เกิด และไม่ได้ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีเพียงอย่างเดียว

  • Deep Tech จะผสานการทำงานของเทคโนโลยีรูปแบบต่าง ๆ เข้าด้วยกัน โดยพบว่า 96% ของ Deep Tech จะใช้เทคโนโลยีอย่างน้อย 2 อย่าง และ 66% จะใช้เทคโนโลยีขั้นสูงมากกว่า 1 อย่าง

  • Deep Tech จะสร้างขึ้นมาบนความก้าวหน้าของดิจิทัล โดย Deep Tech นี้จะเข้ามาเปลี่ยนนวัตกรรมต่าง ๆ จากที่อยู่ในโลกดิจิทัล ให้เข้ามามีบทบาทในโลกจริงด้วย ซึ่งจะมีการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่เป็นทางกายภาพ มากกว่าที่จะพัฒนาซอฟต์แวร์ โดยพบว่า 83% ของ Deep Tech กำลังพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนประกอบของฮาร์ดแวร์อยู่ด้วย

  • Deep Tech จะต้องพึ่งพาระบบนิเวศน์ที่เชื่อมต่อถึงกัน (Interconnected Ecosystem) ในขณะเดียวกันจะต้องทำนวัตกรรมและองค์กรเติบโตต่อไปได้

อย่างไรก็ตาม Deep Tech ควรจะมองสถานการณ์ต่าง ๆ ในมุมกว้างอย่างต่อเนื่อง ในขณะเดียวกันก็จะต้องโฟกัสไปที่ปัญหาเชิงลึกที่มีอยู่ด้วย จากความท้าทายดังกล่าว เพื่อช่วยองค์กรไทยในการก้าวข้อข้อจำกัดในการลงทุนและพัฒนา Deep Tech ทาง Techsauce จึงได้มีการร่วมมือกับ Hello Tomorrow เดินหน้ายกระดับประสิทธิภาพองค์กรด้วยการใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีขั้นสูง หรือ Deep Tech โดยการเชื่อมโยงองค์กรในประเทศไทยกับกลุ่ม Deep Tech Startups ผ่านการร่วมมือทั้งในรูปแบบพันธมิตรและการเข้าลงทุน สนใจติดต่อได้ที่ bizdev@techsauce.co

======================

สรุปประเด็นจากการเสวนาระหว่าง 

Massimo Portincaso, Chairman, Hello Tomorrow
Arun Narayanaswamy, Co-founder and Head of Products, SmartHub.ai
Roy Tharakan, Regional Director - Commercial Excellence, Cargill
Somsubhra Gan Choudhuri, Co-Founder & CEO, AI Palette
Ernest Xue, Head, Hello Tomorrow Asia Pacific

ซึ่งจัดขึ้นโดย  Hello Tomorrow Asia Pacific และ SGInnovate เป็นพันธมิตรกับ  OVHcloud

=======================

ที่มา: Hello Tomorrow APAC

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...