โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทั่วไป

ตัวตนที่เลือนลาง!! หวนรำลึก SEATO องค์การ ‘เสือกระดาษ’ แห่งภูมิภาคอาเซียน

THE STATES TIMES

อัพเดต 18 มี.ค. 2565 เวลา 04.47 น. • เผยแพร่ 19 มี.ค. 2565 เวลา 02.00 น. • ดร.โญธิน มานะบุญ

ตอนนี้หลายท่านอาจจะคุ้นหูกับคำว่า NATO ‘องค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ’ (North Atlantic Treaty Organization) องค์กรความร่วมมือทางการเมืองและการทหารของประเทศค่ายเสรีประชาธิปไตย 

เชื่อว่าหลายท่านอาจจะไม่คุ้นกับองค์การ SEATO หรือ Southeast Asia Treaty Organization องค์การสนธิสัญญาป้องกันภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (สปอ.) ซึ่งมีสถานะเป็นองค์การความร่วมมือด้านความมั่นคงระหว่างประเทศของภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก ที่เคยถูกวิจารณ์ว่าเป็น ‘เสือกระดาษ’ ใช่ไหมครับ?

วันนี้เลยจะขอเล่าเรื่องราวขององค์การ SEATO ที่เปรียบเสมือนองค์การ NATO แห่งภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก (แต่แทบจะไม่มีบทบาทอะไรเลย) ด้วยมีคำขอจากพี่สาวท่านหนึ่งใน เพจ FB ‘ดร.โญ มีเรื่องเล่า’ ซึ่งบอกมาว่า “อาจารย์คะ รบกวนเล่าที่มาของสนธิสัญญา อินโด-แปซิฟิก หน่อยได้มั้ยคะ ขอบคุณค่ะ”

จัดให้เลยครับ!! แต่ต้องขอเล่าเท้าความย้อนไปยุคหลังสงครามโลกที่สอง (ยุคสงครามเย็น) ซึ่งโลกถูกแบ่งออกเป็นสองขั้วชัดเจนคือ ขั้วสังคมนิยมคอมมิวนิสต์และขั้วประชาธิปไตย (และเผด็จการ) โดยองค์การ SEATO ถือเรื่องราวเป็นส่วนแรกของยุทธศาสตร์อินโด-แปซิฟิก ตามรายละเอียดดังนี้…

องค์การ SEATO ซึ่งตั้งขึ้นใน พ.ศ. 2497 มีวัตถุประสงค์เพื่อป้องกันการขยายตัวของลัทธิคอมมิวนิสต์ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ในช่วงสงครามเย็น เป็นส่วนหนึ่งของลัทธิทรูแมน (Truman Doctrine) ในการสร้างแนวร่วมเพื่อต่อต้านคอมมิวนิสต์ในระดับทวิภาคีและส่วนร่วมในสนธิสัญญาป้องกันระดับภูมิภาค

สนธิสัญญาและข้อตกลงเหล่านี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อสร้างพันธมิตรที่จะควบคุมอำนาจคอมมิวนิสต์ (ในกรณีของ SEATO คือคอมมิวนิสต์จีนหรือสาธารณรัฐประชาชนจีน) ซึ่งขยายแนวคิดในการป้องกันของกลุ่มประเทศที่ต่อต้านลัทธิคอมมิวนิสต์ไปยังเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยรองประธานาธิบดี Richard Nixon ในขณะนั้นสนับสนุนให้มีองค์การสนธิสัญญาป้องกันร่วมแห่งเอเชียตามแบบองค์การ NATO หลังจากกลับมาจากการเดินทางเยือนเอเชียปลายปี พ.ศ. 2496 จึงได้ใช้องค์การ NATO เป็นแบบอย่างในการจัดตั้งองค์การใหม่ โดยมีกองกำลังทหารของชาติสมาชิกซึ่งตั้งใจที่จะประสานการปฏิบัติร่วมกันในอันที่จะทำการป้องกันประเทศสมาชิกโดยรวม

การประชุมองค์การ SEATO ณ กรุงมะนิลา ประเทศฟิลิปปินส์

องค์การ SEATO เป็นองค์การที่ก่อตั้งขึ้นตามสนธิสัญญามะนิลาในช่วงสงครามเย็น โดยมีการลงนามเมื่อวันที่ 8 กันยายน พ.ศ. 2497 ณ กรุงมะนิลา ประเทศฟิลิปปินส์ และมีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 19 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2498 ประกอบด้วยสมาชิก 8 ประเทศ คือ สหรัฐอเมริกา, สหราชอาณาจักร, ฝรั่งเศส, ออสเตรเลีย, นิวซีแลนด์, ปากีสถาน, ไทย (ปี พ.ศ. 2497 จอมพล ป. พิบูลสงคราม นายกรัฐมนตรีของไทยในขณะนั้นได้ตัดสินใจลงนามในสนธิสัญญามะนิลา เพื่อเข้าร่วมเป็นสมาชิกขององค์การ SEATO) และฟิลิปปินส์

ประชาชนคนไทยเข้าแถว-ถือป้ายต้อนรับผู้เข้าร่วมการประชุมคณะมนตรี SEATO ณ พระที่นั่งอนันตสมาคม

ในภาคอารัมภบทของสัญญานี้ บรรดาประเทศสมาชิกต่างแสดงความปรารถนาที่จะประสานความพยายามของตนที่จะป้องกันร่วมกัน เพื่อธำรงรักษาไว้ซึ่งสันติภาพและความมั่นคง โดยเฉพาะข้อ 4 ของสนธิสัญญาเป็นข้อสำคัญที่สุด คือ แต่ละประเทศภาคีคู่สัญญาตกลงเห็นพ้องกันว่า หากดินแดนของประเทศใดถูกรุกรานจากการโจมตีด้วยกำลังอาวุธ ประเทศภาคีทั้งหมดที่เหลือจะถือว่าเป็นอันตรายร่วมกัน และจะปฏิบัติการเพื่อเผชิญหน้ากับอันตรายร่วมกัน หรือถ้าหากพื้นที่ภายในเขตครอบคลุมของสนธิสัญญาถูกคุกคามด้วยประการใดๆ ประเทศภาคีทั้งหมดจะปรึกษากันในทันที เพื่อตกลงในมาตรการเพื่อการป้องกันร่วมกัน 

กองพันทหารพลร่ม กองทัพบกไทย ขณะร่วมพิธีสวนสนามในการฝึกร่วมขององค์การสนธิสัญญาป้องกันภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (องค์การ SEATO) ภายใต้รหัสการฝึก ‘Firm Link’ กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2499 ณ จังหวัดพระนคร ประเทศไทย โดยผู้บังคับกองพันในขณะนั้นคือ พันโท เทียนชัย ศิริสัมพันธ์ (ยศสุดท้ายพลเอก)

อย่างไรก็ตาม ที่สุดแล้วองค์การ SEATO ก็ประสบความล้มเหลวในการเข้าแทรกแซงความขัดแย้งในประเทศลาว และเวียดนาม เนื่องจากการตัดสินใจนั้นต้องการมติเอกฉันท์ แต่ฝรั่งเศสและฟิลิปปินส์กลับไม่เห็นด้วย

การประชุมคณะมนตรี SEATO ทั้งแปดประเทศ ณ พระที่นั่งอนันตสมาคม

ในการประชุมคณะมนตรี SEATO ครั้งที่ 1 (23-25 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2498) ที่ประชุมตัดสินเลือกประเทศไทยเป็นที่ตั้งสำนักงานใหญ่ เพราะเป็นศูนย์กลางของภูมิภาค ตั้งอยู่ที่กรุงเทพมหานคร มีนายพจน์ สารสิน จากประเทศไทย ดำรงตำแหน่งเลขาธิการทั่วไป ซึ่งเป็นตำแหน่งผู้นำอย่างเป็นทางการขององค์การ ตั้งแต่ พ.ศ. 2500 ถึง พ.ศ. 2507 (ปัจจุบันนี้บริเวณที่เคยเป็นที่ตั้งสำนักงานใหญ่ขององค์การ ที่ถนนศรีอยุธยา ได้กลายเป็นที่ตั้งของกระทรวงการต่างประเทศของประเทศไทย) 

สาธารณรัฐประชาชนจีนเข้าเป็นสมาชิกองค์การสหประชาชาติแทนสาธารณรัฐจีน (ไต้หวัน) ในปี พ.ศ. 2514

อย่างไรก็ตาม เมื่อสหรัฐอเมริกาเปลี่ยนนโยบายต่างประเทศแบบสุดขั้ว ด้วยการรับรองสาธารณรัฐประชาชนจีนเข้าเป็นสมาชิกองค์การสหประชาชาติแทนสาธารณรัฐจีน (ไต้หวัน) การดำเนินงานแบบเดิมขององค์การ SEATO จึงไม่ได้ผล และถูกลดบทบาทและระดับความสำคัญลงเรื่อยๆ จนถูกวิจารณ์ว่าเป็น ‘เสือกระดาษ’ กอปรกับภาคีหลายประเทศถอนตัว ในที่สุดรัฐบาลไทยและรัฐบาลฟิลิปปินส์ก็ได้ตกลงในเดือนกรกฎาคม พ.ศ. 2518 ให้ยุบเลิกองค์การ SEATO

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...