โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

รำลึก Berserk สามัญชนลุกขึ้นท้าทายวังวนอำนาจ พล็อตอมตะที่ยังไม่มีใครรู้ตอนจบ

ศิลปวัฒนธรรม

อัพเดต 06 เม.ย. 2565 เวลา 05.26 น. • เผยแพร่ 06 เม.ย. 2565 เวลา 05.26 น.
การจัดแสดงหนังสือมังงะ

***บทความนี้อาจเปิดเผยเนื้อหาบางส่วนของเรื่อง “เบอร์เซิร์ก” (Berserk)***

นับตั้งแต่มนุษย์สามารถสื่อสารด้วยภาษาและงานเขียน งานประพันธ์รูปแบบต่างๆ ถือกำเนิดขึ้นหลากหลายรูปแบบพัฒนามาสู่สื่อต่างๆ ในวัฒนธรรมร่วมสมัย บรรดาวัฒนธรรมร่วมสมัยแห่งยุค 90s จนถึง 2000s ปฏิเสธได้ยากว่า “มังงะ” (Manga) จากโลกตะวันออกและคอมิก (Comic) จากตะวันตกมีบทบาทอย่างมากต่อคนหลายรุ่น และชื่อเรื่อง“เบอร์เซิร์ก” (Berserk) ก็คืออีกหนึ่งตำนานของสื่อวัฒนธรรมร่วมสมัยซึ่งได้รับความนิยมอย่างยาวนาน

เบอร์เซิร์ก (Berserk) ประพันธ์โดยอ.มิอูระ เคนทาโร่ (Miura Kentaro) ซึ่งเพิ่งมีข่าวเผยแพร่ว่าเสียชีวิตลงเมื่อวันที่ 6 พฤษภาคม ค.ศ. 2021 น่าเสียดายที่งานระดับตำนานของอ. ยังไม่ได้ไปถึงจุดจบของเรื่อง อย่างไรก็ตาม กระแสการรับรู้ผลงานประพันธ์ของอ.มิอูระ ตลอดระยะเวลาไม่ต่ำกว่าทศวรรษ งานชิ้นนี้ได้รับความนิยมและถูกคนทั่วโลกพูดถึงเสมอ เป็นเครื่องพิสูจน์ถึงคุณภาพในเนื้อหาและการผลิตของผลงานชิ้นนี้ได้

สิ่งที่น่าสนใจของเบอร์เซิร์ก (Berserk) ไม่ใช่ในแง่เรื่องเชิงศิลป์ การเล่าเรื่องด้วยภาพอันมีรายละเอียดสมบูรณ์ โทนภาพครอบคลุมทั้งความมืดหม่นของมนุษย์ ไปจนถึงทัศนียภาพอันงดงามในโลกแห่งจินตนาการ ฯลฯ สิ่งหนึ่งที่เป็นเอกลักษณ์อันทำให้เรื่องราวของเบอร์เซิร์กมีผู้ติดตามทั่วโลกย่อมเป็นเนื้อเรื่องแสนจะเข้มข้น

โครงเรื่องหลักของ “เบอร์เซิร์ก” เล่าเรื่องชะตากรรมของนักดาบชื่อ “กัซ” (Guts) ในโลกจินตนาการซึ่งอ้างอิงบรรยากาศและลักษณะมาจากยุคกลางในยุโรป ยุคแห่งอัศวิน ทหารรับจ้าง ศาสนา ความเชื่อเรื่องเหนือธรรมชาติ สงคราม ชุมชน ตระกูลผู้มั่งมี อาณาจักรในดินแดน และเรื่องโรคระบาด

กัซเติบโตจากทารกที่รอดจากสงครามและถูกช่วยเหลือโดยทหารรับจ้าง ถูกเคี่ยวเข็ญอย่างหนัก (พร้อมๆ ไปกับถูกละเมิด) จนกลายเป็นนักดาบที่โดดเด่น โชคชะตานำพาให้กัซ เข้าร่วมกับ “กองพันเหยี่ยว” หน่วยทหารรับจ้างที่ลือชื่อ

หัวหน้าหน่วยของ “กองพันเหยี่ยว” ชื่อ “กริฟฟิธ” (Griffith) เป็นเด็กหนุ่มรูปงามที่ไต่เต้าขึ้นมาจากคนทั่วไป ทะเยอทะยาน กระโจนเข้าไปสู่วังวนของชนชั้นสูงเพื่อเป็นบันไดไปสู่เป้าหมายของตัวเอง

วังวนของหัวหน้าหน่วย “กองพันเหยี่ยว” นำพา “กัซ” เข้าสู่เรื่องพลังอำนาจเหนือธรรมชาติ เมื่อ “กริฟฟิธ” หัวหน้าหน่วยเลือกทำ “พิธีสังเวย” ใช้ชีวิตคนร่วมหน่วยเพื่อแลกกับการก้าวขึ้นไปสู่ตำแหน่ง “ก็อดแฮนด์” (Godhand) ซึ่งอ.มิอูระ เล่าไว้ในโครงเรื่องว่า เป็นผู้มีอำนาจเหนือมนุษย์ทั้งปวงและคอยควบคุมประวัติศาสตร์ให้เป็นไปอย่างที่ควรจะเป็น คีย์เวิร์ดดังกล่าวคือ “กระแสแห่งชะตากรรม”

น่าเสียดายที่จนถึงวันนี้ เนื้อเรื่องของ “เบอร์เซิร์ก” ยังไม่ได้เปิดเผยที่มาและคำอธิบายเกี่ยวกับ “ก็อดแฮนด์” (รวม “กริฟฟิธ” สมาชิกใหม่แล้วมีสมาชิกรวมทั้งหมด 5 ราย) อย่างแน่ชัด

แต่เนื้อเรื่องหลักคือ “กัซ” และสมาชิกร่วมหน่วยบางรายได้รับความช่วยเหลือจากบุคคลปริศนาจนรอดจาก “พิธีสังเวย” มาได้ เขาถูกตีตรา “เครื่องสังเวย” ไว้ซึ่งจะเป็นเครื่องดึงดูดสิ่งมีชีวิตเหนือธรรมชาติเข้ามาพรากชีวิตเขาไป

ชะตากรรมของสามัญชนอย่าง “กัซ” ผู้รอดชีวิตจากการสังเวยของเพื่อนมนุษย์เพื่อแลกกับการขึ้นสู่อำนาจ กลายมาเป็นการไล่ล่าอดีตเพื่อนที่กลายเป็นผู้มีพลังอำนาจมากกว่าขีดจำกัดของมนุษย์ และต้องดูแลเพื่อนร่วมหน่วยหญิงที่หวาดกลัวภาพและสิ่งที่ถูกกระทำใน “พิธีสังเวย” จนสูญเสียสติไป ไม่เพียงต้องดิ้นรนสู้กับสิ่งมีชีวิตที่จะมารับชีวิต “เครื่องสังเวย” ไปในยามราตรี “กัซ” ที่เหลือแขนและดวงตาอย่างละข้างก็ต้องคอยหาทางฟื้นคืนสติ “เพื่อนคนสนิท” ที่รอดมาด้วยกันให้ได้ด้วย

เรื่องราวของ “กัซ” ไม่ต่างจากตัวละครในวรรณกรรมคลาสสิกในอดีตที่ผ่านมาไม่ว่าจะเป็นนิทานปรัมปราในตะวันตก วรรณกรรมตะวันออกจากยุคโบราณจวบจนปัจจุบัน สัญลักษณ์ของสามัญชนที่ไม่ยอมท้อถอยต่อชะตากรรม ลุกขึ้นขัดขืนกับวังวนอำนาจทั้งที่เป็นอำนาจของมนุษย์หรือสิ่งเหนือธรรมชาติ

อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ทำให้ “เบอร์เซิร์ก” แตกต่างจากวรรณกรรมคลาสสิกและร่วมสมัยอื่นๆ คือรายละเอียดอันโดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ในเนื้อเรื่อง ทั้งบรรยากาศในยุคกลาง การล่าแม่มด ความเชื่อทางศาสนา เสน่ห์ของนักรบผู้ยืนหยัดท่ามกลางความมืดหม่นในสังคมซึ่งถูกเทียบเคียงกับประวัติศาสตร์สมัยยุคกลางของยุโรป

ฉากหลังของบรรยากาศในเรื่องถูกถ่ายทอดผ่านลายเส้นเชิงศิลป์ใกล้เคียงกับศิลปะยุโรปสอดแทรกไปด้วยความลึกลับและสำนวนเชิงปรัชญาตะวันตกว่าด้วยตัวตน จิตวิญญาณ กาลเวลา และมิติที่ต้องยอมรับว่าเข้าถึงได้ยากสำหรับผู้อ่านบางกลุ่ม

ในแง่เชิงศิลป์แล้ว ตัวละครและงานภาพของอ.มิอูระ ถูกมองว่าย่อมได้รับอิทธิพลจากวรรณกรรมแนวแฟนตาซีวิทยาศาสตร์หลายเรื่อง รูปลักษณ์ตัวละครของก็อดแฮนด์เดิมที่เห็นแล้วชวนคลื่นไส้ทั้ง 4 รายได้รับอิทธิพลจากนวนิยายไซ-ไฟ (Sci-fi) หลายเรื่อง ไปจนถึงงานศิลปะทางศาสนาในหลายประเทศ อาทิ ภาพ “หัตถ์ทรงพลังของพระเจ้า” ในฉาก “พิธีสังเวย” ซึ่งเป็นภาพที่ปรากฏในความเชื่อทางศาสนาของสเปน แต่เมื่อนำมาประยุกต์ดัดแปลงผสมรวมกันแล้วมันช่วยสร้างบรรยากาศมืดหม่นตามแบบฉบับของอ.มิอูระ เรียกได้ว่าเป็นลายเซ็นของผู้สร้างงานท่านนี้จนเป็นที่ชื่นชอบของแฟนๆ

แต่ปมสำคัญอีกประการที่ทำให้นักอ่านยังติดตามเรื่องราวของ “เบอร์เซิร์ก” อยู่ย่อมคือปริศนาของการมีตัวตนอยู่ของตัวละครสำคัญในเรื่องทั้งกลุ่มอำนาจเหนือธรรมชาติ ไปจนถึงชะตากรรมบั้นปลายของสามัญชนอย่าง “กัซ” ผู้มีแต่พละกำลัง อุปกรณ์รบ (ที่ช่วยอัปเกรดความสามารถให้เริ่มเกินขอบเขตระดับของมนุษย์) และจิตใจอันมุ่งมั่นในการท้าท้ายชะตากรรมซึ่งควรจะตกอยู่ในเงื้อมมือของผู้มีอำนาจเหนือกว่าทั้งปวง

น่าเสียดายที่เจตนารมณ์ในการสื่อสารแง่มุมสุดท้ายจากเนื้อเรื่องทั้งหมดที่ปูมายาวนานเกินทศวรรษจากปลายปากกาของผู้เขียนกลายเป็นปริศนาไปเช่นเดียวกับภูมิหลังของตัวละครหลักตัวสำคัญบางตัวในเรื่องซึ่งยังไม่ได้ถูกอธิบายถึง

ไม่ว่าชะตากรรมของสามัญชนผู้หาญกล้าลุกขึ้นมาท้าทายวังวนอำนาจที่มีพลังกำหนดชะตากรรมของปุถุชนอย่างง่ายดายจะไปสิ้นสุดที่ตรงไหน เชื่อว่า เนื้อเรื่องคลาสสิกเกี่ยวกับการต่อสู้ระหว่างสามัญชนกับพลังอำนาจที่เหนือกว่าทั้งปวงจะยังคงมีให้เห็นเสมอ ไม่วันนี้ ก็วันหน้า และอาจเป็นไปอีกยาวนานตราบเท่าที่ยังมีเรื่องเหล่านี้เกิดขึ้นในผู้เขียนได้หยิบยกขึ้นมาตกแต่งเป็นวรรณกรรม

เผยแพร่เนื้อหาในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 20 พฤษภาคม 2564

youtube
youtube
ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...