โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

"ภัยแล้ง" อินโดฯ ทำผลผลิต "เมล็ดกาแฟ" หด หวั่นราคาพุ่ง

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 04 ธ.ค. 2562 เวลา 11.18 น. • เผยแพร่ 04 ธ.ค. 2562 เวลา 11.18 น.

สำนักข่าวจาการ์ตาโพสต์รายงานว่า สถานการณ์ภัยแล้งใน“อินโดนีเซีย” กำลังส่งผลกระทบต่อเกษตรกรผู้ปลูกกาแฟ เนื่องจากส่งผลให้การเก็บเกี่ยวเมล็ดกาแฟในปีหน้าให้ผลผลิตน้อยลงสู่ระดับต่ำที่สุดในรอบ 10 ปี

ทั้งนี้ อินโดนีเซียเป็นประเทศผู้ผลิตกาแฟรายใหญ่ที่สุดเป็นอันดับ 3 ของโลก โดยกาแฟโรบัสตา ซึ่งเป็นวัตถุดิบในการทำกาแฟเอสเพรสโซ่และกาแฟสำเร็จรูป ส่วนใหญ่เพาะปลูกในตอนใต้ของเกาะสุมาตราที่กำลังประสบภัยแล้ง ขณะที่กาแฟอาราบิก้าเพาะปลูกกันบริเวณตอนเหนือของเกาะสุมาตราและเกาะชวา

โมลีโยโน โซซิโล (Moelyono Soesilo) หัวหน้าแผนกแปรรูปกาแฟชนิดพิเศษของสมาคมอุตสาหกรรมและผู้ส่งออกกาแฟอินโดนีเซียประเมินว่า ความแห้งแล้งจะส่งผลให้ผลผลิตเมล็ดกาแฟของอินโดนีเซียลดลงเหลือเพียง 10 ล้านกระสอบ (กระสอบละ 60 กิโลกรัม) ในเดือน เม.ย. 2020 จาก 11.5-12 ล้านกระสอบในปีนี้ ซึ่งนับว่าเป็นผลผลิตที่น้อยที่สุดนับตั้งแต่ปี 2011-2012 ตามข้อมูลของกระทรวงเกษตรสหรัฐ

โซซิโลยังระบุเพิ่มเติมว่า ภัยแล้งครั้งนี้ค่อนข้างรุนแรง โดยปริมาณฝนน้อยมากในจังหวัดลัมปุง หนึ่งในสามของจังหวัดที่มีการผลิตกาแฟสูงที่สุดในอินโดนีเซีย โดยพื้นที่ราบลุ่มน่าจะได้รับผลกระทบมากที่สุดด้วยผลผลิตที่ลดลงราว 40% ในปีหน้า เนื่องจากต้นกาแฟขาดน้ำและการออกดอกล้มเหลว

ขณะที่พื้นที่ลุ่มของจังหวัดเบงกูลูและจังหวัดสุมาตราใต้ก็เผชิญสภาพอากาศแห้งด้วยเช่นกัน ซึ่งอาจทำให้การเก็บเกี่ยวผลผลิตในปีหน้าอาจต้องเลื่อนออกไปจากเดือน เม.ย.-พ.ค. เป็นเดือน มิ.ย. ส่วนพื้นที่ราบสูงจะได้รับผลกระทบน้อยกว่า

ทั้งนี้ จังหวัดลัมปุง เบงกูลู และสุมตราใต้ ได้รับการขนานนามว่า “สามเหลี่ยมทองคำแห่งกาแฟ” เนื่องจากเป็นพื้นที่เพาะปลูกกาแฟหลักมากกว่า 70% ของทั้งประเทศ ภัยแล้งครั้งนี้จึงอาจส่งผลให้ต้นทุนของกาแฟเอสเพรสโซ่เพิ่มสูงขึ้นในอินโดนีเซีย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...