แนะใช้ “กองทุนผสม” เพิ่มผลตอบแทน...ใน ‘ยุคดอกเบี้ยต่ำ’ !!!
“กองทุนผสม” เป็นกลยุทธ์การลงทุนสายกลาง ที่ไม่เสี่ยงเท่าหุ้น ในขณะเดียวกันก็ยังสร้างผลตอบแทนที่ดีกว่าตราสารหนี้
ด้วยส่วนผสมที่กระจายไปในหากหลายสินทรัพย์ ทำให้ทุกสินทรัพย์ทำงานสร้างผลตอบแทนอยู่ตลอดเวลา นั่นทำให้ผลตอบแทนในระยะยาวค่อนข้างมี ‘เสถียรภาพ’ กว่าการลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยงเพียงอย่างเดียวอีกด้วย
และเมื่อเปิดประตูสู่การลงทุนในสินทรัพย์ทั่วโลก โอกาสการลงทุนก็มีมากขึ้นด้วยเช่นกัน
วันนี้ ทีมงาน ‘โต๊ะกองทุน Wealthythai’ มีเรื่องราวที่น่าสนใจมาฝากกันเช่นเคย
“กระจายการลงทุน”…ลดความผันผวน-เพิ่มโอกาสที่ดีให้ผลตอบแทนระยะยาว
โดย “สดาวุธ เตชะอุบล” รักษาการกรรมการผู้จัดการ บลจ. เอ็มเอฟซี จำกัด (มหาชน) มองว่า เศรษฐกิจโลกโดยรวมในปี 2020 จะเติบโต 3.3% สอดคล้องกับการคาดการณ์ของ IMF โดยมีปัจจัยเสี่ยง ได้แก่ ผลกระทบจากไวรัสโคโรน่า ความไม่แน่นอนในการเจรจาการค้าระหว่างสหรัฐกับจีนในระยะต่อไป ปัญหาเชิงภูมิรัฐศาสตร์ตะวันออกกลาง และการเจรจาการค้าหลังจากอังกฤษประกาศออกจากกลุ่มยูโรภายใต้ภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัว อัตราดอกเบี้ยอยู่ในระดับต่ำ และยังมีความไม่แน่นอนที่ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลก ‘การกระจายความเสี่ยง’ ไปลงทุนในสินทรัพย์ที่หลากหลาย จะช่วยลดความผันผวน เพิ่มโอกาสในการได้รับผลตอบแทน และทำให้เงินลงทุนเติบโต
(คุณสดาวุธ เตชะอุบล)
“บริษัทมี ‘กองทุนเปิดเอ็มเอฟซีเสนอขายกองทุนเปิดเอ็มเอฟซี มัลติ แอสเซ็ท (M-MULTI)’ ซึ่งเป็นกองทุนรวมผสมที่กระจายการลงทุนในสินทรัพย์ที่หลากหลายทั่วโลก มีโอกาสสร้างผลตอบแทนการลงทุนได้ดีกว่าการลงทุนในสินทรัพย์ประเภทใดประเภทหนึ่งเพียงอย่างเดียว ซึ่งเหมาะกับสภาวะเศรษฐกิจปัจจุบันที่มีอัตราดอกเบี้ยต่ำ และตลาดมีความผันผวน โดยแบ่งออกเป็น 2 ชนิดหน่วยลงทุนได้แก่ 1. M-MULTI-A (เน้นการลงทุนเพื่อสะสมมูลค่า) และ 2. M-MULTI-D (เน้นลงทุนเพื่อรับเงินปันผล)”
‘กองทุน M-MULTI’ จะลงทุนผสมผสานสินทรัพย์มุ่งเน้นให้เงินทุนเติบโตและควบคุมความผันผวนในการลงทุนไม่ให้สูงเกินไป ส่วนที่เน้นการเติบโตจะลงทุนในหุ้นต่างประเทศผ่านกองทุน‘Wellington Global Quality Growth’ และกระจายการลงทุนไปในตราสารหนี้ โดยลงทุนในกองทุน ‘H2O Allegro’ และ/หรือ ‘GAM Star Credit Opportunities’ ที่ให้ผลตอบแทนสูงจากส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยระหว่างประเทศ จากสถานะถือครองเงินตราต่างประเทศ และผลตอบแทนจากการลงทุนในหุ้นกู้ด้อยสิทธิ์ของบริษัทเอกชน
นอกจากนี้ ‘กองทุน M-MULTI’ ยังจัดสรรเงินลงทุนบางส่วนในกองทุน ‘PIMCO GIS Income’ ที่ลงทุนพันธบัตรรัฐบาล ตราสารแปลงสภาพจากสินเชื่อที่อยู่อาศัยที่มีคุณภาพสูง ซึ่งเป็นหลักทรัพย์ที่ให้ผลตอบแทนดีปานกลางและมีความสัมพันธ์ต่อส่วนการลงทุนอื่นๆ ต่ำ เพื่อลดความผันผวนของพอรต์การลงทุนอีกด้วย
ชู “กอง MGFRMF”ลุยหุ้นโลก…ตอบโจทย์เกษียณ
ในขณะที่ “ธนโชติ รุ่งสิทธิวัฒน์” รองกรรมการผู้จัดการ บลจ. เอ็มเอฟซี จำกัด (มหาชน) มองว่า ในช่วงระยะ 10 ปีที่ผ่านมาดัชนีหุ้นโลก (MSCI AC WORLD) มีความผันผวนน้อยกว่าและให้ผลตอบแทนเฉลี่ยสูงกว่าดัชนีหุ้นไทยถึง 3.6% ต่อปี การลงทุนในหุ้นต่างประเทศยังช่วยกระจายความเสี่ยง และเพิ่มโอกาสในการรับผลตอบแทนในหุ้นของบริษัทต่างประเทศที่มีความได้เปรียบในการแข่งขัน มีศักยภาพเติบโตสูงและต่อเนื่องด้วยการใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมสร้างผลิตภัณฑ์สินค้าและบริการในรูปแบบใหม่ ที่ตอบสนองความต้องการผู้บริโภค ตัวอย่างหุ้นในกลุ่มนี้ เช่น Cloud Computing, Software, E-commerce, Healthcare Innovation เป็นต้น
(คุณธนโชติ รุ่งสิทธิวัฒน์)
“เศรษฐกิจโลกจะฟื้นตัวดีขึ้นในปี 2021 หลังจากสถานการณ์การแพร่ระบาด COVID-19 คลี่คลายโดยจะมีการผลิตและใช้วัคซีนในวงกว้าง ประกอบกับแนวโน้มนโยบายการเงินแบบผ่อนคลายและการดำเนินนโยบายคลังเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจส่งผลบวกต่อการลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยง”
และในช่วงปลายปีนี้ถือเป็นโค้งสุดท้ายในการออมเพื่อลดหย่อนภาษี บริษัทมี ‘กองทุนเปิดเอ็มเอฟซี โกลบอล โฟกัส เพื่อการเลี้ยงชีพ (MGFRMF)’ ซึ่งเป็นกองทุนรวมตราสารทุนประเภท Feeder Fund มีนโยบายลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุน ‘Threadneedle Global Focus Fund’ ซึ่งเป็นกองทุนหลักที่เน้นลงทุนในหุ้นของบริษัททั่วโลกที่มีความได้เปรียบในการแข่งขัน มีคุณภาพ เติบโตสูง ในราคาที่เหมาะสม พร้อมทีมบริหารกองทุนและทีมนักวิเคราะห์ที่มีประสบการณ์และความชำนาญด้านการลงทุน โดยมุ่งหวังสร้างอัตราผลตอบแทนสูงในระยะกลางถึงระยะยาว และคาดหวังผลตอบแทนในระยะยาวที่ดีกว่าดัชนีตราสารทุนโลก (ดัชนี MSCI AC World)
สำหรับใครที่กำลังมองหาการลงทุนที่ตอบโจทย์ในระยะยาว ‘กองทุน M-MULTI’ และ ‘กองทุน MGFRMF’ น่าจะเป็นทางเลือกเติมเต็มพอร์ตได้ไม่มากก็น้อย โดยเฉพาะในยุคดอกเบี้ยต่ำ-ตลาดหุ้นผันผวนเช่นนี้