โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

จากหนุ่มตกงาน จับเงินล้านเพราะกล้วยด่าง

สำนักข่าวไทย Online

อัพเดต 06 ส.ค. 2564 เวลา 10.52 น. • เผยแพร่ 06 ส.ค. 2564 เวลา 10.52 น. • สำนักข่าวไทย อสมท

ตรัง 6 ส.ค.- อดีตพนักงานโรงแรมโดนพิษโควิด-19 เล่นงาน จึงกลับบ้านมาใช้ที่ข้างบ้าน ปลูกเป็นสวนกล้วยด่าง โกยรายได้เดือนละเป็นล้าน 

นายวรวุฒิ กังแฮ หรือวู้ดดี้ อายุ 53 ปี ซึ่งเป็นอดีตพนักงานโรงแรมแห่งหนึ่งใน จ.กระบี่ มานานกว่า 30 ปี กลายมาเป็นคนตกงานเพราะพิษโควิด-19 จึงเดินทางกลับบ้านใน ต.ท่าพญา อ.ปะเหลียน จ.ตรัง และหันมาใช้พื้นที่ว่างข้างบ้านที่มีแค่ 30 ตารางวา ซึ่งเป็นบ้านจัดสรร ทำสวนกล้วยภายใต้ชื่อ “สวนกล้วยด่างเมืองตรัง” ภายในระยะเวลาเพียง 4 เดือน แทบไม่น่าเชื่อว่าจะสามารถโกยรายได้เดือนละกว่า 1 ล้านบาท มีลูกค้าสั่งซื้อทางออนไลน์จากทั้งในและต่างประเทศ  

แต่ล่าสุดเมื่อขายดี ก็มีมือดีปลอมเฟซบุ๊กของตน ทั้งภาพกล้วยด่างและใบหน้าของตน นำไปแอบอ้างขายกล้วยด่าง ทำให้มีผู้ตกเป็นเหยื่อโอนเงินมัดจำล่วงหน้าไปแล้วหลายราย โดยตนได้เข้าแจ้งความไว้แล้ว เพื่อไม่ให้มีคนหลงตกเป็นเหยื่อต่อไป

ส่วนแฟนเพจตัวจริงของตนยังคงสั่งซื้อเข้ามาทางออนไลน์อย่างต่อเนื่องข้ามปี ทั้งจากในประเทศและต่างประเทศ โดยเฉพาะกล้วยด่างแดงอินโดราคาขายหน่อละ 100,000 บาท ตอนนี้มียอดจองแล้วถึง 20 หน่อ ส่วนกล้วยด่างฟลอริด้าหน่อละ 70,000 บาท สร้างรายได้เดือนละกว่า 1 ล้านบาท ซึ่งดีกว่างานโรงแรมเยอะมาก    

โดยนายวรวุฒิ กังแฮ เจ้าของสวนกล้วยด่าง อ.ปะเหลียน จ.ตรัง กล่าวว่าตนมีจองล่วงหน้าเยอะมาก รายได้ค่อนข้างดี และไม่ได้ตั้งเป้าว่าจะทำธุรกิจเรื่องกล้วยด่างและสร้างรายได้ขนาดนี้ แค่คิดเพียงว่ากลับมาอยู่บ้านเพื่อพักผ่อน หาที่ไว้ออกกำลังกาย ดีกว่านอนเฉยๆ มากกว่า ไม่ได้คิดว่าจะรุ่งเรืองและสร้างรายได้ได้มากขนาดนี้  ส่วนใครที่สนใจสามารถติดต่อพูดคุยได้ทางเพจเฟซบุ๊ค “สวนกล้วยด่างเมืองตรัง” หรือหมายเลขโทรศัพท์ 091-821-9144.-สำนักข่าวไทย 

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...