โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สรุปแกรมม่าน่ารู้ 6 หน้าที่ของ Conjunction ฉบับเข้าใจง่าย

MThai.com

เผยแพร่ 06 มี.ค. 2562 เวลา 02.34 น.
เวลาจะสื่อสารภาษาอังกฤษทีไร ก็มักจะสับสนเรื่องการใช้คำเชื่อมอยู่ทุกที เพราะคิดคำไม่ออกและไม่รู้ว่าจะใช้ยังไงให้ถูกแกรมม่า หรือถ้าใช้ผิด ๆ ถูก ๆ ออกไป

เวลาจะสื่อสารภาษาอังกฤษทีไร ก็มักจะสับสนเรื่องการใช้คำเชื่อมอยู่ทุกที เพราะคิดคำไม่ออกและไม่รู้ว่าจะใช้ยังไงให้ถูกแกรมม่า หรือถ้าใช้ผิด ๆ ถูก ๆ ออกไปก็กลัวว่าจะพูดให้คนอื่นฟังไม่เข้าใจ…น้อง ๆ คนไหนกำลังประสบปัญหาเรื่องนี้กันอยู่ละก็ หมดกังวลไปได้เลย วันนี้ขอสรุป 6 หน้าที่ของ Conjunction (คำสันธาน) ฉบับเข้าใจง่ายมาแชร์ให้ฟังกัน ดูกันเลย

6 หน้าที่ของ Conjunction

ฉบับเข้าใจง่าย

1. หน้าที่แบบ Addition

ซึ่งจะใช้เพื่อแสดงความเสริมกัน และทำให้ประโยคเหล่านั้นมีลักษณะคล้อยตามกันกันมากขึ้นค่ะ  โดยจะมีคำเชื่อมที่ทำให้ประโยคดูสมูทมากขึ้น อาทิ

and (และ)

besides (นอกจาก)

as well as (และ,เช่นเดียวกันกับ)

in addition (และ)

furthermore (ยิ่งไปกว่านั้น)

both … and (ทั้ง … และ)

not only … but also (ไม่เพียงแต่ … แต่ยัง)

in addition (และ)

moreover (ยิ่งไปกว่านั้น) เป็นต้น

2. หน้าที่แบบ Contrast

ซึ่งจะใช้เพื่อใช้แสดงความสัมพันธ์ของข้อมูลที่ขัดแย้งกันในประโยค โดยจะมีกลุ่มคำเชื่อมที่เสริมให้ประโยคในเชิงปฏิเสธ ดังนี้

although / though/ even though/ even if (ถึงแม้ว่า)

however (อย่างไรก็ตาม)

but (แต่)

still (ยังคง)

yet (แต่กระนั้น)

nonetheless/nevertheless (แต่กระนั้นก็ตาม)

no matter what (ไม่ว่าอะไรก็ตาม)

no matter how (ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม) เป็นต้น

3. หน้าที่แบบ Condition

ซึ่งจะใช้ในประโยคที่ต้องการบอกเงื่อนไขของการกระทำเป็นต้นว่า ถ้าฉันทำอย่างนี้ เธอต้องทำอย่างนั้น โดยจะมีกลุ่มเชื่อมที่ใช้อธิบายเกี่ยวกับการกระทำในประโยค อาทิ

if (ถ้า)

unless (ถ้าไม่)

in case (ในกรณีที่)

as long as (ตราบเท่าที่)

supposing (that) (ในกรณีที่ว่า)

providing / provided (that) ( ภายใต้เงื่อนไขที่ว่า)

on condition (that) ( ภายใต้เงื่อนไขที่ว่า) เป็นต้น

4. หน้าที่แบบ Cause/Affect

ซึ่งจะใช้ในประโยคที่ต้องการแสดงความเป็นเหตุเป็นผลในประโยค โดยจะมีกลุ่มคำเชื่อมที่ใช้บอกสาเหตุและผลของการกระทำ ดังนี้

because/as/since/for (เพราะว่า , เนื่องจาก)

so/therefore/thus/hence (ดังนั้น) เป็นต้น

5. หน้าที่แบบ Time

ซึ่งจะใช้เพื่อขยายความการกระทำ/เหตุการณ์ว่าเกิดขึ้นเมื่อใด โดยจะมีคำเชื่อมที่ใช้เน้นการกระทำในช่วงเวลาดังกล่าว อาทิ

as/while ( ขณะที่)

as soon as ( ทันทีที่)

since ( ตั้งแต่)

until/till ( จนกระทั่ง)

when ( เมื่อ)

whenever ( เมื่อใดก็ตามที่)

before ( ก่อนที่)  after ( หลังจากที่)

soon after ( ภายหลังไม่นาน) เป็นต้น

 6. หน้าที่แบบ illustration

ซึ่งจะใช้ในประโยคเพื่อยกตัวอย่างหรือขยายความในประโยคให้เข้าใจมายิ่งขึ้น โดยจะมีกลุ่มคำเชื่อมที่ใช้ขยายความดังกล่าว อาทิ

for example (ตัวอย่างเช่น)

for instance (ตัวอย่างเช่น)

like (เช่น)

such as (เช่น)

including (เช่น)   เป็นต้น

เป็นยังไงกันบ้างสำหรับ 6 หน้าที่ของ Conjunction ที่จะต้องเจอบ่อย ๆ  ถ้าเข้าใจหลักการใช้กันแล้วก็อย่าลืมหยิบมาพูดและเขียนกันให้บ่อยขึ้นนะคะ เพราะภาษาอังกฤษยิ่งฝึกใช้บ่อย ก็จะยิ่งแม่นขึ้น สำหรับใครที่อยากเข้าใจหลักการใช้แกรมม่าได้คล่องกว่านี้ และอยากรู้หลักแกรมม่าที่จำเป็นสำหรับการใช้สอบ ห้ามพลาด! สามารถลงคอร์สภาษาอังกฤษกับ TUTOR ME กันได้เลย >>> สรุปหลักแกรมม่าที่ต้องรู้สำหรับการสอบทุกประเภทและทุกสนามสอบ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...