โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ร.6 ทรงเล่าเหตุที่ร.4 ทรงย้ายห้องเสวย-จุดที่ร.2 โปรดประทับทรงไพ่ในพระที่นั่งจักรพรรดิพิมาน

ศิลปวัฒนธรรม

อัพเดต 26 ธ.ค. 2565 เวลา 04.14 น. • เผยแพร่ 24 ธ.ค. 2565 เวลา 15.07 น.
หมู่พระที่นั่งจักรพรรดิพิมาน ด้านทิศตะวันตก…ซ้ายมือของภาพคือ พระที่นั่งจักรพรรดิพิมาน เป็นพระที่นั่ง 3 องค์เชื่อมต่อกัน (ภาพจาก หนังสือสถาปัตยกรรมในสถาบันพระมหากษัตริย์ จัดพิมพ์เป็นที่ระลึกเนื่องในมหามงคลสมัยฉลองสิริราชสมบัติครบ 50 ปี)

ในการพระราชพิธีบรมราชาภิเษกมีสถานที่สำคัญซึ่งใช้ประกอบพระราชพิธีหลายจุด ไม่ว่าจะเป็นวัดสำคัญ หรือพื้นที่ในกลุ่มเรือนหลวงที่จะเป็นสถานที่ที่ใช้ประกอบพระราชพิธีสำคัญ

สำหรับการประกอบพระราชพิธีในวันสำคัญ พื้นที่สำคัญย่อมหนีไม่พ้นพื้นที่ในหมู่พระมหามณเฑียร ในอดีต หมู่พระมหามณเฑียรเป็นมณฑลพิธีสำหรับการพระราชพิธีบรมราชาภิเษก และยังเป็นพระวิมานที่บรรทมของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

หมู่พระมหามณเฑียรมีลักษณะเป็นเรือนหลวงหลังคาทรงจั่ว มีช่อฟ้า หน้าบัน ปลูกเชื่อมต่อกัน สร้างตั้งแต่ช่วงแรกสถาปนากรุงรัตนโกสินทร์ เมื่อพ.ศ. 2385 ประกอบด้วย พระที่นั่ง 3 องค์ ต่อมารัชกาลที่ 3 โปรดเกล้าฯ พระราชทานนามแยกเป็นองค์ๆได้แก่ พระที่นั่งจักรพรรดิพิมาน พระที่นั่งไพศาลทักษิณ และพระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัยมไหสูรยพิมาน

รัชกาลที่ 6 พระราชทานนามพระปรัศว์ขวาและพระปรัศว์ซ้ายว่า “พระที่นั่งเทพสถานพิลาส” และ“พระที่นั่งเทพอาสน์พิไล” ส่วน หอพระเจ้าภายหลังเปลี่ยนนามเป็น “หอพระสุลาลัยพิมาน”

พระที่นั่งจักรพรรดิพิมาน

พระที่แห่งนี้ถือเป็นประธานในหมู่พระมหามณเฑียร ในอดีตยังเป็นพระวิมานที่บรรทมของพระมหากษัตริย์ และเป็นมณฑลพระราชพิธีเฉลิมพระราชมณเฑียรในการพระราชพิธีพระบรมราชาภิเษก พระที่นั่งจักรพรรดิพิมานมีลักษณะเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า ยกพื้นสูง แบ่งออกเป็น 3 หลัง คือ องค์กลางองค์ตะวันออก และองค์ตะวันตก มีเฉลียงรอบและมีเสานางเรียงรับชายคาโดยรอบทั้ง 4 ด้าน

ใน “ประวัติต้นรัชกาลที่ 6” ซึ่งเป็นพระราชบันทึกของรัชกาลที่ 6 พระองค์ทรงใช้พระนามแฝงว่า “ราม วชิราวุธ” พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระราชนิพนธ์ขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2466 เนื้อหามีบันทึกเหตุการณ์ช่วงหนึ่งระหว่างการพระราชพิธีบรมราชาภิเษก เมื่อวันที่ 11 พฤศจิกายน พ.ศ. 2453 ว่า หลังจากกระทำการสักการะต่างๆ แล้ว พระองค์เสด็จฯ ไปยังพระที่นั่งจักรพรรดิพิมาน พระราชบันทึกในตอนนี้มีใจความว่า

“—พระที่นั่งนั้นตามที่จัดเปนที่อยู่ในครั้งนั้นเปนดังนี้. หลังตวันออกกั้นด้วยฉากเปน 3 ห้อง, ห้องด้านใต้เปนห้องนอน. มีเฟี้ยมกั้นสกัดทางด้านกว้างแบ่งเปน 2 ห้อง, คือห้องใน (ตวันออก) เปนตัวห้องนอนมีเตียงใหญ่ 4 เสาผูกมุ้ง ตั้งใต้เศวตฉัตร์แขวน เปนที่นอน, กับมีเตียงลดสำหรับนอนเล่นตั้งอยู่ระหว่างเตียงใหญ่กับผนังอีกเตียง 1

ส่วนห้องนอก (ตวันตก) เป็นที่คนใช้นั่งคอยรับใช้ ต่อจากห้องนอน, คือห้องกลางแห่งหลังตวันออกนั้น, เป็นห้องนั่งและเขียนหนังสือ, ห้องด้านเหนือกั้นเป็น 2 ห้องเช่นเดียวกับห้องด้านใต้, คือห้องด้านตวันออกเป็นห้องแต่งตัว, มีเตียงตั้งสําหรับนั่งแต่งตัว, และห้องด้านตวันตกเป็นห้องอาบน้ำ, พื้นปูศิลา, มีลดพื้นเป็นอ่าง, มีถังน้ำ ไขท่อน้ำพุ่งออกมาสําหรับอาบอย่างน้ำบัว, เป็นของทูลกระหม่อมปู่ทรงทําขึ้น

ข้อนไปข้างผนังตวันออกกลางเป็นห้องไว้ของ ซึ่งมีทางเข้าออกได้แต่จากหลังตวันออกทางปลายฉากทั้งด้านเหนือและใต้ มีทางออกทางน่าต่างไปยังเฉลียง, ซึ่งอยู่นอกผนังแห่งหลังตวันออก, ยึดแต่ผนังด้านเหนือไปตามผนังด้านตวันออกจนถึงผนังด้านใต้, เดิรไปได้ตลอด.

*เฉลียงนี้ว่าเป็นที่พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิดหล้าโปรดประทับทรงไพ่. และเมื่อเริ่มทรงพระประชวรครั้งที่สุดก็ที่เฉลียงนี้เอง, หลังตวันตกมีฉาก กั้นอยู่ตอน 1 ทางผนังด้านใต้ เป็นห้องย่อมๆ สําหรับพักเครื่อง, เหลือจากนั้นเป็นห้องกว้างใหญ่, ใช้เป็นที่กินอาหาร. พระเจ้าแผ่นดินในอดีตรัชกาลได้เคยใช้ห้องนี้เป็นที่เสวย, แต่ทราบว่าทูลกระหม่อมปู่ทรงรังเกียจว่าเป็นที่พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเสด็จสวรรคต จึงได้ใช้เสวยทางหลังตวันออก พระที่นั่งจักรพรรดิตามที่ได้จัดเช่นกล่าวมานั้น ก็นับว่าเป็นที่สดวกดีสําหรับอยู่อย่างไทยๆ และว่าไปตามจริงเวลากลางวันเย็นสบายกว่าอยู่บนพระที่นั่งจักรีเพราะไอแดดเข้าไม่ใคร่จะถึง*

แต่เพราะเหตุที่มีพระที่นั่งจักรีบังทางทิศตวันตก, และตึกสูงๆ บังทางทิศใต้, ลมเข้าไม่ใคร่จะถึง, จึงทําให้รู้สึกข้อนข้างอัดแอไป, อีกทั้งตั้งอยู่ในระหว่างที่คนจ้อกแจ้ก ทําให้รู้สึกรําคาญ, ฉันจึงมิได้อยู่ในพระที่นั่งจักรพรรดินั้นกว่า 1 วันกับคืน ขอให้เข้าใจว่าในสมัยนั้นผู้คนยังมิได้มีความยําเกรงฉันเหมือนเช่นทุกวันนี้, ฉนั้นเมื่อคํานึงดูว่าจะห้ามปากเสียงกันโดยกวดขันจริงจังน่าจะไม่สําเร็จสมปราถนาได้ ฉันจึงต้องยอมงดความคิดที่จะอยู่ที่พระที่นั่งจักรพรรดินั้นให้หลายๆ วัน, แต่การที่ต้องย้ายไปนั้นฉันก็ได้รู้สึกเสียดายอยู่ไม่น้อย”

สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่

อ้างอิง :

ราม วชิราวุธ. ประวัติต้นรัชกาลที่ 6. พิมพ์ครั้งที่ 7. กรุงเทพฯ : มติชน, 2559

ประมวลองค์ความรู้พระราชพิธีบรมราชาภิเษก. กระทรวงวัฒนธรรม จัดพิมพ์เนื่องในมหามงคลการพระราชพิธีบรมราชาภิเษก พุทธศักราช 2562

เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 30 เมษายน 2562

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...