โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ส่องเทรนด์บ้านอัจฉริยะ ช่วยประหยัดพลังงาน

ประชาชาติธุรกิจ

เผยแพร่ 27 เม.ย. 2561 เวลา 14.31 น.
ภาพประกอบ

คอลัมน์ มองข้ามชอต

โดย ดร.ศิวาลัย ขันธะชวนะ Economic Intelligence Center

ในอดีต การสร้างบ้านเพื่อประหยัดพลังงานอาจใช้หลังคาและผนังเสริมฉนวนกันความร้อน หน้าต่างที่มีฟิล์มกรองแสง แต่ในปัจจุบัน ด้วยเทคโนโลยีที่ก้าวหน้า อุปกรณ์บ้านอัจฉริยะ (smart home) ได้เข้ามาช่วยเสริมให้เกิดความสะดวกสบายในชีวิตประจำวันพร้อมไปกับประหยัดไฟได้มากขึ้น

อุปกรณ์ smart home ช่วยประหยัดพลังงานได้มากถึง 30-40% ในประเทศพัฒนาแล้ว ซึ่งประเมินโดย Fraunhofer Institute สถาบันวิจัยใหญ่ที่สุดในยุโรปที่เน้นการศึกษาด้านความต้องการของมนุษย์ ทั้งนี้ ตัวอย่างของอุปกรณ์ดังกล่าว เช่น หลอดไฟอัจฉริยะเปิด-ปิดผ่านโทรศัพท์มือถือ อะแดปเตอร์อัจฉริยะบอกข้อมูลการกินไฟของเครื่องใช้ไฟฟ้าแต่ละชนิด ทำให้บริหารการใช้ได้อย่างถูกต้องถูกเวลา รางปลั๊กอัจฉริยะที่แม้จะปิดสวิตช์เครื่องใช้ไฟฟ้า แต่ยังเสียบปลั๊กอยู่ก็จะไม่เปลืองไฟ เทอร์โมสตัตอัจฉริยะมีเซ็นเซอร์จับความเคลื่อนไหวผู้อยู่อาศัยและควบคุมอุณหภูมิทางไกล บางชนิดมีหน่วยความจำเรียนรู้พฤติกรรมเจ้าของบ้านเพื่อปรับอุณหภูมิระหว่างวันให้แตกต่างกัน

อย่างไรก็ตาม คลื่นลูกแรกของ smart home ที่ยังได้รับความนิยมมากที่สุดทั่วโลกในปัจจุบัน ได้แก่ อุปกรณ์อัจฉริยะเพื่อความปลอดภัย (smart home security) และเพื่อความบันเทิง (smart home entertainment) มีมูลค่าคิดเป็นสัดส่วนราว 28% และ 19% ของตลาดอุปกรณ์ smart home ทั้งหมดตามลำดับ ซึ่งประเมินโดย Statista บริษัทวิจัยด้านการตลาดของเยอรมนี

สำหรับผู้บริโภคไทยนั้น อุปกรณ์อัจฉริยะเพื่อความบันเทิงได้รับความนิยมค่อนข้างมาก สะท้อนจากการเลือกซื้อ smart TV ซึ่งมีสัดส่วนราว 35% ของตลาดทีวีทั้งหมด ทั้งนี้ อีไอซีประเมินว่า ในปี 2018 smart TV ของไทยจะมีมูลค่าตลาดเกือบ 2 หมื่นล้านบาท ส่วนอุปกรณ์ smart home ที่ติดตั้งมากที่สุดในบ้านเพื่อความปลอดภัย ได้แก่ กล้องวงจรปิด ซึ่งจะมีมูลค่าตลาดราว 5 พันล้านบาท

อุปกรณ์อัจฉริยะเพื่อประหยัดพลังงาน (smart home energy) จะเป็นคลื่นลูกที่สองของ smart home ผู้บริโภคในประเทศพัฒนาแล้วต้องการติดตั้งอุปกรณ์ smart home energy มากขึ้น เพื่อช่วยประหยัดค่าไฟฟ้า แต่อุปสรรคของการซื้อคือ ราคาที่ยังอยู่ในระดับสูง Tech UK ชี้ว่าผู้บริโภคในสหราชอาณาจักรถึง 76% สนใจที่จะซื้ออุปกรณ์ smart home energy มาใช้ภายในบ้าน ทั้งนี้ สำหรับผู้ที่ได้ติดตั้ง smart meter ที่บ้านแล้ว ซึ่งสามารถรายงานการใช้ไฟฟ้าในบ้านแบบเรียลไทม์ มากกว่าครึ่งกล่าวว่า ข้อมูลเชิงลึกจาก smart meter ทำให้พวกเขาเปลี่ยนวิธีการจัดการพลังงานในบ้านให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น เช่น ติดตั้งหลอดไฟอัจฉริยะ หรือเทอร์โมสตัตอัจฉริยะเพื่อควบคุมอุณหภูมิและลดค่าไฟฟ้า

เช่นเดียวกับ PWC ได้สำรวจผู้บริโภคสหรัฐ ที่ไม่เคยมีอุปกรณ์ smart home เลย พบว่าแรงจูงใจที่สำคัญที่สุดในการซื้ออุปกรณ์ smart home คือ เพื่อช่วยประหยัดค่าไฟ และเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน เหตุผลรองลงมา คือ เพื่อความปลอดภัย เพื่อความสะดวกสบาย และเพื่อควบคุมการทำงานในบ้าน ตามลำดับ ในขณะที่เหตุผลหลักที่ยังไม่ซื้อคือราคาที่ยังสูงเกินไป

เทคโนโลยีดิจิทัล พฤติกรรมผู้บริโภคยุคใหม่ และค่าไฟฟ้าที่มีแนวโน้มสูงขึ้น จะเป็นปัจจัยหลักที่ผลักดันความต้องการ smart home energy ให้เติบโตอย่างแข็งแกร่ง Statista คาดการณ์มูลค่าตลาด smart home energy ทั่วโลกจะขยายตัว 30% ต่อปี จาก 4.2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ในปี 2017 เพิ่มสูงขึ้นไปอยู่ที่ 12 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ในปี 2021

สำหรับไทยจะมีการเติบโตสูงถึง 58% ต่อปี เพิ่มจาก 5.6 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ในปี 2017 เป็น 34.7 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ในปี 2021

โดยอุปกรณ์ smart home energy ต่าง ๆ จะถูกพัฒนาให้มีความอัจฉริยะมากขึ้น เร็วขึ้น เสถียรขึ้น และหาซื้อได้ในราคาที่ถูกลง อีกทั้งลักษณะของผู้บริโภคยุค 4.0 มีรายได้สูงขึ้น เสพติดเทคโนโลยี ช่างเลือก มองหาสินค้าที่มีความแตกต่าง นำเทรนด์ มีทัศนคติซื้อความสะดวกสบายด้วยการใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัย ทำให้อุปกรณ์อัจฉริยะต่าง ๆ เป็นที่ชื่นชอบของผู้บริโภคมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง

นอกจากนี้ ราคาค่าไฟฟ้าที่สูงขึ้นก็เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ผู้บริโภคหันมาติดตั้ง smart home energy ซึ่งจากข้อมูลในอดีตค่าไฟฟ้าของไทยเพิ่มขึ้นราว 3% ต่อปีโดยเฉลี่ย และในอนาคตไทยมีแนวโน้มนำเข้าก๊าซ LNG มาผลิตไฟฟ้าทดแทนก๊าซธรรมชาติในอ่าวไทยที่มีปริมาณร่อยหรอลง ซึ่ง LNG ที่นำเข้ามีราคาสูงกว่าเนื้อก๊าซธรรมชาติที่ขุดเจาะในอ่าวไทย จะทำให้ราคาค่าไฟฟ้ามีแนวโน้มปรับระดับสูงขึ้นได้

Big data และปัญญาประดิษฐ์ (artificial intelligence : AI) จะถูกนำมาประยุกต์ใช้ในอุปกรณ์ smart home energy มากขึ้น ซึ่งจะทำให้อุปกรณ์มีความเข้าใจพฤติกรรมของผู้ใช้ แล้วปรับเปลี่ยนการทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ เช่น สามารถปรับอุณหภูมิห้อง หรือหรี่ไฟ เปิด-ปิดไฟอัตโนมัติตามพฤติกรรมที่ทำซ้ำ ๆ กันทุกวันเพื่อประหยัดพลังงาน มีการวิเคราะห์เชิงคาดการณ์ (predictive analysis) ถึงปริมาณการใช้ไฟทั้งหมดในบ้าน ซึ่งถ้าหากสูงเกินไปก็จะช่วยหาวิธีประหยัดไฟให้กับเจ้าของบ้าน

นอกจากนี้ ข้อมูลจาก big data ในเครื่องใช้ไฟฟ้าอย่างเครื่องปรับอากาศ เครื่องซักผ้า จะถูกส่งให้บริษัทและผู้ใช้งานทราบว่า ถึงกำหนดที่จะต้องส่งเครื่องเข้าศูนย์เพื่อรับการบำรุงรักษา ซึ่งจะช่วยให้ประหยัดไฟจากการใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

ทั้งนี้ Gartner บริษัทที่ปรึกษาและวิจัยชั้นนำของสหรัฐ ประเมินว่าระบบไฟอัจฉริยะที่มีการติดตั้งการวิเคราะห์ข้อมูลจาก big data และ AI จะช่วยประหยัดพลังงานเพิ่มจากระบบไฟอัจฉริยะที่มีการติดเพียงเซ็นเซอร์จาก 35% เป็น 90% เลยทีเดียว

เทรนด์ smart home energy จะเป็นโอกาสของผู้ประกอบการไทย ทั้งผู้ผลิตอุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้า ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ และ SMEs โดยผู้ผลิตอุปกรณ์ไฟฟ้าต้องพัฒนาผลิตภัณฑ์ตัวเองให้ประหยัดพลังงานมากขึ้น และอยู่ในรูปแบบดิจิทัล เช่น สามารถเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต สั่งการทางไกลผ่านแอปพลิเคชั่นได้

ส่วนผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์อาจติดตั้ง smart home energy เข้าไปในโครงการ เพื่อชูจุดขายบ้านประหยัดพลังงานและตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ สำหรับ SMEs สามารถเป็นผู้ค้า ที่ปรึกษา หรือผู้ให้บริการติดตั้ง ซ่อมแซม และบำรุงรักษาอุปกรณ์ smart home ต่าง ๆ แบบ one stop service

ผู้ประกอบการดังกล่าว ควรเจาะตลาดผู้บริโภคดิจิทัลโดยเฉพาะครัวเรือนระดับกลางถึงบนที่มีกำลังซื้อ ปรับรูปแบบของอุปกรณ์ในแต่ละบ้านให้เหมาะสมกับความต้องการของผู้อาศัย เชื่อมต่ออุปกรณ์กับแอปพลิเคชั่นบนโทรศัพท์มือถือ จะช่วยให้ลูกค้าใช้ได้บ่อยขึ้น หากมีคำแนะนำด้านการประหยัดพลังงานจากการวิเคราะห์ข้อมูลที่เก็บรวบรวมได้ก่อนหน้า และมีบริการหลังการขายที่ดีจะทำให้ลูกค้าประทับใจ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...