โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

นักวิจัย มจธ. พบนกยูงในป่าอนุรักษ์ จ.พะเยา 4-5 พัน ตัว เร่งหน่วยงานอนุรักษ์ และวางเป้าหมายจัดทำแผนที่นกยูงทั่วประเทศ

Campus Star

เผยแพร่ 04 ธ.ค. 2563 เวลา 12.03 น.
นักวิจัย มจธ. พบนกยูงในป่าอนุรักษ์ จ.พะเยา 4-5 พัน ตัว นกยูงไทย หรือนกยูงเขียว (green peafowl) จัดอยู่ในบัญชีสัตว์ป่าคุ้มครองตามกฎหมายสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่าของไทย

นกยูงพบเห็นได้ทั่วๆ ไปในพื้นที่เขตป่าอนุรักษ์ของประเทศไทยทั้งภาคกลาง ภาคใต้ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดยเฉพาะพื้นที่ภาคเหนือที่พบเป็นจำนวนมาก แต่ที่ผ่านมายังไม่มีหน่วยงานใดทำการสำรวจและวิจัยจำนวนประชากรนกยูงอย่างละเอียด ว่าแต่ละพื้นที่ป่าอนุรักษ์มีจำนวนประชากรนกยูงจำนวนเท่าไหร่

นักวิจัย มจธ. พบนกยูงในป่าอนุรักษ์ จ.พะเยา 4-5 พัน ตัว

ล่าสุด นักวิจัยจาก มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (มจธ.) ได้ทำการวิจัยและสำรวจประชากรนกยูง ในพื้นที่ป่าอนุรักษ์จังหวัดพะเยา ผลวิจัยพบว่ามีจำนวนประชากรนกยูง มากถึง 4,000-5,000 ตัว นับได้ว่ามีจำนวนมากที่สุดในประเทศไทย เนื่องจากข้อมูลก่อนหน้านี้ มีการวิจัยที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง พบจำนวนนกยูง 400-500 ตัวเท่านั้น

นกยูงไทย หรือนกยูงเขียว (green peafowl) จัดอยู่ในบัญชีสัตว์ป่าคุ้มครองตามกฎหมายสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่าของไทย และจัดอยู่ในบัญชี IUCN Red List สัตว์ป่าที่ใกล้สูญพันธุ์ (Endangered Species)

คุณธนานันท์ โชติประเสริฐคุณ นักวิจัยจากสถาบันพัฒนาและฝึกอบรม โรงงานต้นแบบ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี ซึ่งได้ทุนพัฒนางานวิจัยจากมูลนิธิกระจกอาซาฮี ประจำปี 2562 ได้ทำการวิจัยเรื่อง ‘สถานภาพและการแพร่กระจายของนกยูงในภาคเหนือประเทศไทย : เพื่อใช้เป็นข้อมูลพื้นฐานสำหรับการจัดการระดับชุมชน’ โดยเป็นการศึกษาสถานภาพการกระจายและประชากรของนกยูงทางภาคเหนือของประเทศไทยในพื้นที่จังหวัดพะเยา ซึ่งการศึกษานี้จะช่วยให้ทราบขนาดจำนวนประชากรที่แน่นอนของนกยูง เพื่อนำไปสู่การจัดการดูแลสำหรับการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ จำนวนประชากรนกยูง และการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นระหว่างเกษตรกรในพื้นที่

โดยเป็นการวิจัยใน 3 พื้นที่เขตอนุรักษ์ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเวียงลอ เขตห้ามล่าสัตว์ป่าทับพญาลอ อ.จุน จ.พะเยา และ อุทยานแห่งชาติดอยภูนาง จ.พะเยา พื้นที่วิจัยทั้งหมดประมาณ 300 ตารางกิโลเมตร สภาพโดยทั่วไปเป็นหย่อมป่า มีชุมชนคั่นกลางระหว่างป่า จะมีเพียงพื้นที่เขตห้ามล่าสัตว์ป่าทับพญาลอเท่านั้นที่มีสภาพยังเป็นผืนป่า

ธนานันท์ กล่าวว่า การวิจัยนับจำนวนประชากรนกยูงเป็นงานวิจัยครั้งแรกในพื้นที่จังหวัดพะเยา เพื่อสำรวจประชากรนกยูง ซึ่งผลจากการสำรวจเราพบจำนวนประชากรนกยูง มากถึง 4,000-5,000 ตัว โดยหนาแน่นมากที่สุดในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเวียงลอ

“นกยูงเป็นดัชนีชี้วัดว่า บริเวณผืนป่าที่มีนกยูงอาศัยอยู่เป็นผืนป่าที่มีความอุดมสมบูรณ์ และมีระบบนิเวศที่เหมาะสำหรับสัตว์ป่าและพืช” ธนานันท์ กล่าว

แหล่งที่อยู่อาศัยของนกยูง

ทั้งนี้ นกยูงจะชอบอยู่อาศัยในพื้นที่ป่าเต็งรัง ป่าสน จำพวกป่าเบญจพรรณ และเป็นสัตว์ที่เหมือนกลุ่มไก่ จะออกหากินช่วงเช้าและบ่ายตามชายป่า และตามชายหาดริมลำธาร กลางคืนจับคอนนอนตามกิ่งไม้ที่ค่อนข้างสูง อาหารที่กิน ได้แก่ เมล็ดพืช ธัญพืช ผลไม้สุกที่หล่นตามพื้น ยอดอ่อนของหญ้า นอกจากนี้ยังชอบกินแมลง ตัวหนอน ไส้เดือน งูและสัตว์ขนาดเล็ก นกยูงมักพบอยู่รวมกันเป็นฝูงเล็กๆ ตัวผู้หนึ่งตัวต่อตัวเมีย 3-5 ตัวในฤดูผสมพันธุ์ หลังจากนั้นตัวผู้จะอยู่ตัวเดียว ตัวเมียจะอยู่ดูแลลูกๆตามลำพัง เวลาผสมพันธุ์ตัวผู้ ก็จะหาลาน ที่กว้างๆ เปิดโล่ง เพื่อที่จะรำแพนหางหาคู่ เพื่อจับคู่ผสมพันธุ์

การสำรวจ

การสำรวจทำในระหว่าง เดือนกุมภาพันธ์-เมษายน ซึ่งเป็นฤดูผสมพันธุ์ของนกยูง ตัวผู้ที่จะลงมาหาลานกว้าง เพื่อรำแพนหาง ส่งเสียงร้อง เรียกตัวเมียให้มาผสมพันธุ์ ซึ่งช่วงผสมพันธุ์นกยูงจะส่งเสียงร้องนานกว่าช่วงเวลาปกติ เพราะต้องการที่จะดึงดูดตัวเมีย ทำให้ง่ายต่อการเก็บข้อมูล

ทีมวิจัยใช้วิธีการสำรวจและประเมินประชากรที่เรียกว่า Distance Sampling เป็นการใช้ระยะทางและโอกาสในการพบเห็นประชากรนกยูง และบันทึกชนิดของสัตว์ เสียงร้องของนกยูง บันทึกมุม บันทึกองศา จากนั้นนำข้อมูลที่ได้มาวิเคราะห์ความหนาแน่นของประชากรด้วยโปรแกรมเฉพาะทาง

โดยวางเส้นสำรวจจำนวน 48 เส้น ใน 3 พื้นที่ ประกอบด้วย อุทยานแห่งชาติดอยภูงาม จำนวน 18 เส้นทาง เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเวียงลอ จำนวน 18 เส้นทาง และเขตห้ามล่าสัตว์ป่าทับพญาลอ จำนวน 12 เส้นทาง ซึ่งเลือกให้กระจายครอบคลุมทั่วทั้งพื้นที่ โดยเส้นสำรวจแต่ละเส้นมีความยาว 2-3 กิโลเมตร ทำการเดินสำรวจ 2 ช่วงเวลา ในช่วงเช้าเวลา 06.30-08.30 น. และช่วงเย็นเวลา 16.30-18.30 น.

ธนานันท์ กล่าวเสริมว่า ในงานวิจัยประชากรนกยูงเบื้องต้น ยังคงพบความขัดแย้งในพื้นที่ระหว่างนกยูงและชุมชน ซึ่งมีปัญหาความขัดแย้งมานานหลายปี เนื่องจากการขยายตัวของชุมชน และการขยายพื้นที่เกษตรกรรม รุกเข้าไปในพื้นที่ป่า ซึ่งเป็นที่อยู่อาศัยของนกยูง ทำให้นกยูงออกมาใช้พื้นที่เกษตรกรรมของชาวบ้าน มากินผลผลิตของชาวบ้าน เช่น เมล็ดข้าว ข้าวโพด ลำไย เป็นต้น ทำให้ชาวบ้านได้รับผลกระทบ และน่าจะรุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆ

ทั้งนี้จากข้อมูลของชาวบ้านระบุว่า ความขัดแย้งระหว่างชาวบ้านและนกยูง มีระยะเวลานานหลายปี และมีการจัดการไล่นกยูงไม่ให้มากินพืชผลในหลายรูปแบบ ทั้งการจุดประทัดไล่ การยิงปืนไล่ เป็น ก่อให้เกิดความวิตกกังวลต่อนักอนุรักษ์ว่าจะเกิดความขัดแย้งรุนแรงถึงขั้นเป็นอันตรายต่อจำนวนประชากรนกยูง และเสี่ยงต่อการสูญพันธุ์ในอนาคตหรือไม่

แนวความคิดเรื่องการอยู่ร่วมกันระหว่างนกยูงกับชุมชนโดยการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ ที่ริเริ่มขึ้นโดยคนในชุมชน “ชุมชนต้นแบบรักษ์นกยูงไทย” ในพื้นที่ข่วงนกยูง 69 ตำบลห้วยข้าวก่ำ อำเภอจุน จังหวัดพะเยา ในพื้นที่แปลงเกษตรของชาวบ้านหมู่ที่ 6 และหมู่ที่ 9 จัดให้มีการดูนกยูง และทำซุ้มดูนกยูงในปี 2560 และได้รับการสนับสนุนจากมหาวิทยาลัยพะเยา เขตรักษาพันธุสัตว์เวียงลอ และทางอำเภอจุน

หลังจากนั้น เทศกาลนับนกยูงก็มีขึ้นทุกปี โดยจัดในช่วงเดือนพฤศจิกายนไปจนถึงมีนาคมของทุกปี สำหรับพื้นที่ดูนกยูงมี 4 จุด ใน 5 ชุมชนของอำเภอจุน คือ ข่วง 69, ข่วงกิ่วแก้ว, ข่วงบ้านเซียะ, ข่วงนกยูงศรีเมืองชุม โดยนกยูงที่ลงมา 2 ช่วง คือมาหาอาหารในช่วงเดือนพฤศจิกายนที่ข้าวออกรวง และลงมาหาพื้นที่ในการผสมพันธุ์ช่วงเดือนกุมภาพันธ์ในฤดูกาลแห่งความรักของนกยูงที่เรียกว่า ‘รำแพน’

ผลที่ตามมาจากการจัดท่องเที่ยวเชิงนิเวศ ก็ทำให้เกิดรายได้กับชุมชน มีโฮมสเตย์ การขายพืชผลการเกษตรและสินค้าที่เกี่ยวกับนกยูงได้เพิ่มขึ้น แต่อย่างไรก็ตาม ยังมีชุมชนอีกจำนวนมากที่ไม่ได้เข้าร่วมกิจกรรมท่องเที่ยวเชิงนิเวศ ซึ่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก็คงจะได้มีการทำความเข้าใจและขยายพื้นที่เพิ่มขึ้น แต่ทั้งนี้การจัดการท่องเที่ยวเชิงนิเวศก็ต้องตั้งอยู่บนความรับผิดชอบ คือไม่ไปรบกวนสัตว์และพื้นที่อยู่อาศัยของสัตว์

ธนานันท์ กล่าวต่อว่า หลังจากงานวิจัยออกเผยแพร่ตนหวังว่าจะก่อให้เกิดความตระหนัก และเกิดการอนุรักษ์ แม้นกยูงจะทำให้เกิดความเสียหายต่อพืชผลก็จริง แต่ชุมชนก็สามารถที่จะอยู่ร่วมกันกับนกยูงได้ โดยการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ ขณะเดียวกันหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการอนุรักษ์ ก็สามารถนำข้อมูลนี้ไปใช้ในเรื่องของการอนุรักษ์และหาทางป้องกันไม่ให้เกิดอันตรายต่อนกยูงได้ เช่น ถ้าทราบว่าพื้นที่ตรงนี้มีจำนวนประชากรนกยูงจำนวนมาก ควรจะมีนโยบายที่เข้มงวดต่อพื้นที่ห้ามล่าสัตว์ป่า เป็นต้น

ในปี 2564 สถาบันพัฒนาและฝึกอบรมโรงงานต้นแบบ มีโครงการสำรวจประชากรนกยูงที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน และอนาคตจะเพิ่มพื้นที่สำรวจที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ซึ่งได้รับรายงานจากเจ้าหน้าที่ป่าไม้และชาวบ้านว่า พบนกยูงตามแนวตะเข็บชายแดน บริเวณพื้นที่จังหวัดอุบลราชธานี และจังหวัดศรีษะเกษ และหากมีการสำรวจจำนวนประชากรนกยูงครบทั้งประเทศ น่าจะมีหน่วยงานจัดทำแผนที่นกยูงในประเทศไทยเพื่อการอนุรักษ์และการท่องเที่ยวเชิงนิเวศต่อไป

คุณธนานันท์ โชติประเสริฐคุณ นักวิจัยจากสถาบันพัฒนาและฝึกอบรม โรงงานต้นแบบ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี

บทความแนะนำ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...