ผ่าแนวคิด "ไอชิน กรุ๊ป" คุณภาพต้องมาก่อน
ในแวดวงอุตสาหกรรมยานยนต์และชิ้นส่วนยานยนต์ หากจะพูดถึงชื่อชั้นของยักษ์ใหญ่ในฐานะผู้ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ของญี่ปุ่น และ ระดับโลกอย่าง “ไอชิน กรุ๊ป” เชื่อว่าแทบจะไม่มีใครไม่รู้จักความยิ่งใหญ่ในอาณาจักรชิ้นส่วนยานยนต์ ซึ่งมีบริษัทในเครือมากถึง 217 แห่งทั่วโลก มีพนักงานกว่า 1.1 แสนคน มีเครือข่าย โรงงานผลิต และบริษัทกระจายอยู่ทุกภูมิภาคทั่วโลก จนทำให้ “ไอชิน กรุ๊ป” ก้าวขึ้นเป็นผู้ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์อันดับ 6 ของโลก ซึ่งได้ตัดสินใจเข้ามาลงหลักปักฐานในประเทศไทยมาเป็นระยะเวลาพอสมควรแล้ว
วันก่อน “ประชาชาติธุรกิจ” มีโอกาสสัมภาษณ์พิเศษ “โซอิจิ ซาโตะ” ผู้อำนวยการบริษัท ไอชิน เอเซีย (ประเทศไทย) จำกัด ถึงโอกาส และทิศทางในการขับเคลื่อนไอชิน ให้มีความแข็งแกร่งและเติบโตได้อย่างมั่นคง จะเป็นอย่างไรไปติดตามกัน
เปิดอาณาจักรไอชินในไทย
ย้อนกลับไปเมื่อช่วงก่อนปี 2540 บริษัทแม่ได้ตัดสินใจเข้ามาลงทุนตั้งโรงงานผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ ป้อนให้กับโรงงานผลิตรถยนต์ของค่ายรถยนต์ชั้นนำต่าง ๆ ของญี่ปุ่นก่อน ซึ่งช่วงแรกมีเพียง 2-3 โรงงานเท่านั้น
แต่พอหลังวิกฤต “ต้มยำกุ้ง” จนมาถึงปี 2546 ในช่วงที่โตโยต้ามีโครงการ “IMV” ตัวแรกจนถึงปัจจุบันเป็นระยะเวลา 15-16 ปี ไอชิน กรุ๊ป ได้มีการขยายเครือข่ายธุรกิจ ก่อร่างสร้างฐานในประเทศไทยเป็นฐานผลิต
ขณะที่ธุรกิจอะไหล่ทดแทน หรือ (REM) นั้น ไอชินเพิ่งจะเริ่มดำเนินการในประเทศไทย ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา จนทำให้ปัจจุบันมีโรงงานผลิตชิ้นส่วนในประเทศไทย 17 โรงงาน
ล่าสุด บริษัทแม่ได้ตัดสินใจตั้งโรงงานในกลุ่มเราคือ ไอชิน เอดับบลิว ซึ่งเป็นผู้ผลิตชุดเกียร์อัตโนมัติ อันดับหนึ่งของโลกในประเทศไทยเมื่อปี 2561 ซึ่งมีทุนจดทะเบียนประมาณ 2,000 ล้านบาท โดยยังไม่รวมถึงมูลค่าการลงทุนที่นิคมอุตสาหกรรมอมตะซิตี้ จ.ระยอง
รุกขยายอะไหล่ทดแทน
ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ไอชินได้รับความไว้วางใจจากลูกค้าทั่วโลก รวมทั้งลูกค้าในประเทศไทย สิ่งสำคัญที่เราเน้นย้ำและยึดมั่นมาอย่างต่อเนื่องคือ วิสัยทัศน์ ที่กลุ่มบริษัทไอชินยึดมั่นมาตลอดระยะเวลากว่า 50 ปี คือ”คุณภาพต้องมาก่อน” (Quality First) ภายใต้ 4 หลักใหญ่ ๆ ที่มุ่งเน้น คือ 1.การพัฒนาคุณภาพควบคู่ไปกับการสร้างมูลค่า 2.การเติบโตอย่างมั่นคง 3.มีความกลมกลืนกับสังคม และ 4.มุ่งเน้นการคิดค้นและสร้างนวัตกรรมใหม่ ๆ
ปัจจุบันชิ้นส่วนรถยนต์ที่ไอชิน กรุ๊ป ผลิตมีมากกว่า 10,000 ชิ้น จากชิ้นส่วนรถยนต์ที่มีประมาณ 30,000 ชิ้น ครอบคลุมทั้งส่วนของเครื่องยนต์, ตัวถัง, ระบบเบรก, ระบบอิเล็กทรอนิกส์ และระบบไฮบริด ซึ่งถือว่าเราเป็นผู้ผลิตและจัดจำหน่ายชิ้นส่วนยานยนต์ระดับโลก
ดันยอดขายปีนี้แตะ 1,000 ล.
สำหรับประเทศไทย ปีนี้บริษัทมีความตั้งใจจะรุกธุรกิจ REM เพิ่มมากขึ้น โดยล่าสุดได้มีการประกาศความร่วมมือกับพันธมิตรทางธุรกิจ แต่งตั้งตัวแทนจัดจำหน่ายอะไหล่ทดแทนเกรดพรีเมี่ยมของไอชิน เพิ่มอีก 4 ราย ได้แก่ บริษัท จิ้นเซ่งฮวดอะไหล่ยนต์ จำกัด, บริษัท เอส.ซี.แอล.มอเตอร์ พาร์ท จำกัด, บริษัท เอเซียคอมแพ็ค จำกัด และบริษัท เอ็ม เอ็น อินเตอร์ โฮลดิ้ง จำกัด จากเดิมที่มีอยู่ 2 ราย บริษัท มโนยนต์ชัยจำกัด และบริษัท ยุทธกิจมอเตอร์ อิมปอร์ต 2005 จำกัด ที่จะมาช่วยเป็นกำลังสำคัญในการสร้างธุรกิจ เครือข่ายการจัดจำหน่ายให้กับไอชิน เพื่อทำให้เราไปสู่เป้าหมายที่ตั้งไว้ในปีนี้ โดยเป้าหมายคือยอดขาย1,000 ล้านบาท เติบโตประมาณ 20% จากปี 2561 ที่มียอดขายประมาณ 800 ล้านบาท
พร้อมกันนี้ยังได้ตั้งเป้าหมายภายในระยะเวลา 3 ปี โดยคาดหวังว่ายอดขายของเราจะมีการเติบโตมากกว่า 50% หรือมีรายได้ 2,000 ล้านบาทให้ได้
เราตั้งใจและมุ่งมั่นอย่างยิ่งที่จะทำให้ยอดขายของเรามีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง ซึ่งหลัก ๆ เราจะเติบโตจากกลุ่มสินค้าเดิม และจะมีสินค้าใหม่เข้ามาเสริมทัพมากขึ้น จากเดิมเรามีกลุ่มสินค้า 4 กลุ่มหลัก คือ เครื่องยนต์, ระบบขับเคลื่อน, ระบบเบรก และเคมีภัณฑ์
แต่สำหรับอนาคตเราเพิ่มสินค้าเข้ามาไลน์อัพให้หลากหลาย ทั้งระบบช่วงล่าง, ตัวถัง, ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์, เคมีภัณฑ์, ฟิวเตอร์และน้ำมันเครื่องรถจักรยานยนต์ เพราะเทรนด์ที่เราเห็น คือสินค้าในกลุ่มเดิม ๆ นั้นเริ่มมีการชะลอตัว
จับมือพันธมิตรโหมรุกตลาด
เราจึงมีการพัฒนาสินค้าใหม่ ๆ ออกสู่ตลาดมากขึ้น ประสานกับการทำงานร่วมกับพันธมิตรที่เข้มแข็งทั้ง 6 ราย ทำให้เพิ่มช่องทางจำหน่าย เพิ่มอีก 3-4 เท่าหรือมีกระจายอย่างน้อย 1,000 ร้านค้าและแต่ละรายมีความเชี่ยวชาญและเข้มแข็งที่แตกต่างกัน น่าจะมีส่วนสำคัญทำให้ไอชินเติบโตอย่างแข็งแกร่งและมีศักยภาพ
โดยสัดส่วนการจำหน่ายปัจจุบัน เราแบ่งเป็นขายในประเทศ 70% และส่งออก 30% แน่นอน นโยบายจากนี้ไอชินจะเข้าไปหาลูกค้า ผ่านช่องทางการขายให้ได้มากขึ้น และมีสินค้านวัตกรรมเข้ามา
อนาคตเราจะพัฒนานำระบบ
อีคอมเมิร์ซมาช่วย ควบคู่ไปกับพันธมิตรอันแข็งแกร่งทั้ง 6 ราย และยังคงตอกย้ำความมั่นใจด้วยกลยุทธ์ 4P คือ product มีสินค้ามากกว่าหนึ่งหมื่นรายการ และจะมีสินค้าใหม่อย่างต่อเนื่อง price ลูกค้าสามารถเข้าถึงได้ และเป็นสินค้าที่เทียบเท่าอะไหล่แท้ OEM ภายใต้วิสัยทัศน์
“คุณภาพต้องมาก่อน” มีความหลากหลายของราคา ตั้งแต่ premium, sub-premiumและ commodity เป็นทางเลือกให้กับลูกค้า place กระจายออกไปยังพื้นที่ต่าง ๆ ทั้งประเทศ ไม่ว่าจะเป็นอู่ การาจ ร้านค้าส่ง ร้านค้าปลีก ผ่านพันธมิตรผู้เชี่ยวชาญทั้ง 6 ราย และยังกระจายไปยังประเทศเพื่อนบ้านในกลุ่ม CLMV ที่บริษัทมีพันธมิตรในประเทศนั้น ๆ ด้วย และ promotion อย่างต่อเนื่อง ผ่านกิจกรรมส่งเสริมการขาย โปรโมชั่นต่าง ๆ
สุดท้าย “โซอิจิ ซาโตะ” ยังได้ฉายภาพความเชื่อมั่นว่า อุตสาหกรรมชิ้นส่วนยานยนต์ และอุตสาหกรรมยานยนต์จะเติบโตต่อเนื่องจากปีที่ผ่านมา และจะยังคงเติบโตต่อเนื่องต่อไปในอนาคต
และไอชินจะยังคงมุ่งมั่นที่จะรักษาปรัชญา “คุณภาพต้องมาก่อน” พร้อมย้ำความเหนือกว่าของ “ไอชิน” คือ ผู้คิดค้น พัฒนานวัตกรรม ฉะนั้นแล้วเราจึงไม่ใช่เพียงแค่ผู้ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์เท่านั้น