โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

แนะแนวการเรียนยุค 4.0 : เด็กไทย “จะรอใคร” ไม่ได้แล้ว

BT Beartai

อัพเดต 31 ก.ค. 2560 เวลา 16.13 น. • เผยแพร่ 31 ก.ค. 2560 เวลา 16.13 น.
แนะแนวการเรียนยุค 4.0 : เด็กไทย “จะรอใคร” ไม่ได้แล้ว

เมื่อเข้าสูู่ยุคดิจิทัลที่การเรียนรู้ไร้พรมแดน นักเรียนนักศึกษาในยุคปัจจุบันจะต้องปรับตัวต่อสภาวะการณ์ที่เปลี่ยนไปนี้อย่างไร ?

 

ทำความเข้าใจ “การเรียนยุค 4.0”

อธิบายสั้นๆ คือ

Education 3.0 คือ การเรียนโดยเน้นให้นักเรียนนักศึกษาแสวงหาองค์ความรู้จากแหล่งต่างๆอย่างอิสระ ทั้งสื่อสิ่งพิมพ์, สื่อดิจิทัล และสื่อออนไลน์ และนำมาประยุกต์แลกเปลี่ยนซึ่งกันและกันผ่านการทำงานเป็นกลุ่ม เพื่อพัฒนาการเรียนการสอนต่อไป

Education 4.0 หรือการเรียนยุค 4.0  คือ การเรียนการสอนที่มุ่งเน้นให้นักเรียนนักศึกษา สามารถนำองค์ความรู้ที่มีอยู่ทุกหนทุกแห่งบนโลกนี้ มาบูรณาการเชิงสร้างสรรค์ เพื่อพัฒนานวัตกรรมต่างๆ มาตอบสนองความต้องการของสังคม

(ขอขอบคุณข้อมูลจาก applicadthai)

ยกตัวอย่างการเรียนการสอนในยุค 4.0

ในยุคIoT (Internet of Things) ที่มีการเสพสื่ออย่างอิสระเช่นนี้ เราต้องยอมรับว่าสิ่งที่นักเรียนนักศึกษาได้เรียนรู้ไปแล้วนั้น มันก็คือ “ของเก่า” ในทันทีที่ออกจากห้องเรียน และพวกเขาก็จะรับข้อมูลใหม่ๆเข้ามาอยู่เสมอ ดังนั้นองค์ความรู้ที่แท้จริงจะมาจากการที่ครู “ตั้งคำถาม” ขึ้นมาเพื่อให้นักเรียนได้ “ถกเถียง” อันจะนำไปสู่การ “คิดวิเคราะห์” เพื่อค้นหา“ข้อเท็จจริง” และอันนำไปสู่ “ความรู้ความเข้าใจ” ในที่สุด

กล่าวคือ “ข้อมูล” คือตัวแปรต้น “นักเรียนนักศึกษา” คือตัวแปรตาม และ “ครู” คือตัวแปรควบคุม

ในกรณีนี้ขอยกตัวอย่างจากทวิตเตอร์ของ Stephanie McKellop หรือ @McKellogs ดังนี้

คุณครู Stephanie Mckellop เปิดเผยว่านักเรียนในชั้นเรียนได้ใช้แอปGoogle Docs ในการจดเลคเชอร์ร่วมกันทั้งชั้น

  • Google Docs เป็นแอปสำหรับพิมพ์เอกสาร คล้ายกับ Microsoft Word แต่สามารถแชร์เอกสารให้กับคนอื่นๆได้ใช้และแก้ไขร่วมกันได้แบบเรียลไทม์

เมื่อนักเรียนได้ร่วมกันจดเลคเชอร์ จะนักเรียนบางคนแสดงเครื่องหมายในส่วนที่ตนไม่เข้าใจ และนักเรียนอีกคนที่เห็นจะเข้ามาอธิบายในทันที สุดท้ายผลลัพธ์ที่ได้ก็คือ “การจดเลคเชอร์ระดับมหาชนที่สอดแทรกไปด้วยด้วยคำถามและคำตอบจากเพื่อนร่วมชั้น”

และนั่นทำให้คุณครู Stephanie Mckellop ประหลาดใจ และปราบปลื้มในความฉลาด (มากๆ) ของนักเรียนยุคนี้

คำสำคัญ คือ “การอธิบาย”

นี่คือการเรียนรู้แบบ Interactive ซึ่งมีการแลกเปลี่ยนความรู้ซึ่งกันและกันระหว่างนักเรียนนักศึกษา โดยมีครูเป็นผู้ควบคุมองค์ความรู้ทั้งหมด ซึ่งสิ่งคำคัญที่นักเรียนนักศึกษาได้รับคือการได้ “อธิบาย” ความรู้ที่ตนเองมี ซึ่งจะทำให้เกิด “พัฒนาการในเชิงความคิด” และส่งผลต่อเนื่องต่อการ “ประยุกต์องค์ความรู้” เพื่อพัฒนาไปสู่แนวคิดที่สูงขึ้น

และนั่นมีความสำคัญมากกว่าการที่จะเป็นเพียงแค่ “ผู้รับข้อมูล” แต่เพียงด้านเดียว แต่ไม่ได้สามารถ “อธิบาย” สิ่งที่ได้รับได้

สำหรับนักเรียนนักศึกษาในประเทศไทยนั้น มีสถิติในการเรียนในห้องเรียนมากกว่านักเรียนในต่างประเทศค่อนข้างมาก เนื่องจากในต่างประเทศจะเน้นให้นักเรียนทำกิจกรรมเสริมทักษะมากกว่า นั่นทำให้เรามีโอกาสที่จะนำข้อมูลต่างๆที่เราได้รับมาประยุกต์ให้เหมาะสมการยุคIoT ได้เป็นอย่างดี

และเป็นหน้าที่ของ“ผู้แนะแนวทาง” ที่จะ “ปูทาง” ให้กับนักเรียนนักศึกษาต่อไป

 

ข้อมูลอ้างอิง : pizzabottle

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...