โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สุทธิลักษณ์ ประธานอุตฯ "ตราด" ลุ้นก้าวข้ามวิกฤตโควิด 3 เดือน

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 05 ส.ค. 2563 เวลา 09.44 น. • เผยแพร่ 03 เม.ย. 2563 เวลา 08.13 น.

รายงาน

“ตราด” จังหวัดเล็ก ๆ ในภาคตะวันออก ปี 2560 สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ระบุว่า มีผลิตภัณฑ์มวลรวมจังหวัด (GPP) มูลค่า 46,965 ล้านบาท ภาคเกษตรกรรมมูลค่า 22,970 ล้านบาท ภาคนอกเกษตรมูลค่า 23,995 ล้านบาท โดยมีสาขาเกษตรกรรม การป่าไม้ การประมง เป็นสาขาหลักในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ สัดส่วน 48.9% รองลงมา สาขาการขายส่งขายปลีก 15% สาขาขนส่ง 5.7% สาขาโรงแรมและบริการ 5.3% สัดส่วนสาขาอุตสาหกรรมมีสัดส่วนเพียง 4.4% มูลค่าการผลิต 2,053 ล้านบาท มีอัตราการขยายตัว 12% ปัจจุบันมีโรงงานอุตสาหกรรม 171 แห่ง ส่วนใหญ่เป็นโรงงานขนาดเล็ก ทำอุตสาหกรรมเกษตรต่อเนื่อง แปรรูป เช่น โรงงานสับปะรด ข้าวโพด ไม้ยางพารา

“ประชาชาติธุรกิจ” มีโอกาสสัมภาษณ์ “สุทธิลักษณ์ คุ้มครองรักษ์” ประธานสภาอุตสาหกรรมจังหวัดตราด วัย 44 ปี ซึ่งนั่งเก้าอี้เป็นวาระที่ 2 ด้วยมติเอกฉันท์ไร้คู่แข่ง เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2563 ปัจจุบันทำธุรกิจส่วนตัวตามที่ร่ำเรียนมา จบปริญญาตรีบัญชี มหาวิทยาลัยรามคำแหง ทำธุรกิจสำนักงานรับตรวจบัญชีกว่า 10 ปี เป็นกรรมการผู้จัดการ บริษัท กิติรักษ์ การบัญชี จำกัด มีแนวทางที่จะก้าวข้ามวิกฤตโควิด-19 ผลักดันกลไกทางเศรษฐกิจของจังหวัดตราดให้ฟื้นตัวภายหลังสิ้นสุดวิกฤตโควิด-19 ภายในระยะเวลา 3 ปี

จี้รัฐอุ้มนายจ้าง-ลูกจ้างเพิ่ม

นับตั้งแต่เดือนมกราคม-เมษายน สถานการณ์นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ และชาวไทยที่เข้ามาในจังหวัดตราดลดลงแทบเหลือ 0% มีผลกระทบต่อผู้ประกอบการและแรงงาน แม้ภาครัฐจะออกมาตรการเข้ามาช่วยเหลือ ตั้งแต่ชุดที่ 1 และ 2 ล่าสุดภายหลังการประกาศใช้พระราชกำหนดฉุกเฉิน “สุทธิลักษณ์” ได้สะท้อนมุมมองมาตรการเยียวยาของภาครัฐ 8 ประเด็น ผ่านทางสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.)

คือ 1) ให้ภาครัฐดูแลโรงงานอุตสาหกรรมที่มีความจำเป็นยิ่งยวด critical industry & supply chain (CISC) และการขนส่งสินค้า (logistics) เพื่อป้องกันไม่ให้หยุดชะงัก 2) ของดการจ่ายประกันสังคม สำหรับลูกจ้างและนายจ้างเป็นระยะเวลา 4 เดือน 3) ให้ภาครัฐเพิ่มเงินช่วยเหลือลูกจ้างที่ว่างงานหรือถูกเลิกจ้างจากเดิมร้อยละ 50 เป็นร้อยละ 80 4) ขอเลื่อนการจ่ายค่าน้ำ ค่าไฟออกไป 4 เดือน 5) ให้ภาคเอกชนหักค่าใช้จ่ายได้ 3 เท่า กรณีใช้งบประมาณเพื่อการป้องกันไวรัสโควิด-19 6) ให้ระบบสาธารณูปโภคพื้นฐานสามารถให้บริการต่อเนื่อง 7) ภาครัฐที่มีภารกิจติดต่อกับภาคเอกชนสามารถให้บริการทางออนไลน์ และ 8) ให้ผู้ขนส่งสินค้าสามารถขนส่งสินค้าได้ตลอดวัน โดยเฉพาะสินค้าอุปโภคบริโภค

สุทธิลักษณ์กล่าวว่า มาตรการชุดที่ 2 ลดเงินสมทบประกันสังคมนายจ้าง จาก 5% เหลือ 4% และลูกจ้าง 1% น่าจะลดนายจ้างเหลือ 1% เท่ากัน ซึ่งจริง ๆ มติคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) เสนอรัฐบาลไปแล้ว ควรจะยกเลิกไม่เก็บทั้งนายจ้าง ลูกจ้าง ระยะเวลา 3-6 เดือน มาตรการในการควบคุมจุดคัดกรองที่เข้าจังหวัดตราด ต้องมีการผ่อนปรนเพื่อให้โรงงานได้ผลิตตามปกติ เพราะโรงงานอุตสาหกรรมบางแห่ง หรือบริษัทใหญ่ ๆ ต้องใช้ช่างเทคนิเชี่ยนที่มีความชำนาญจากกรุงเทพฯมาตรวจ ซ่อมเครื่องจักร หากต้องถูกกักตัว 14 วัน ทำให้โรงงานไม่สามารถผลิตได้ตามปกติ

หวั่น เม.ย.ขาดแรงงานเก็บผลไม้

นอกจากนี้ ควรมีการแก้ไขกฎหมายที่เกี่ยวกับแรงงานต่างด้าวด้วย เช่น การแจ้งย้ายเข้า-ออก แรงงานต่างด้าวต้องแจ้งภายใน 15 วัน ซึ่งอัตราโทษปรับ 4,000-20,000 บาท น่าจะยกเลิก เพราะในสภาพที่แท้จริง แรงงานลาไปเยี่ยมบ้านได้สิทธิ์ 30 วัน แต่แรงงานกลับเข้ามาและไม่กลับมาทำงานเดิม กว่าจะแน่ใจว่าแรงงานไม่กลับมาแล้วเกินเวลา 15 วัน ต้องถูกปรับ 4,000 บาท

“จังหวัดตราดใช้แรงงานต่างด้าวประมาณกว่า 20,000 คน แต่แรงงานภาคเกษตรที่เข้ามาทำตามฤดูกาล (เมษายน-กรกฎาคม) ใช้ประมาณ 4,000-5,000 คน หากสถานการณ์โควิด-19 ยืดเยื้อ ภาคเกษตรที่ต้องการใช้แรงงานเก็บผลไม้ตามฤดูกาล น่าจะมีปัญหามาก ทุกวันนี้เราใช้ระบบหมุนเวียนแรงงานต่างด้าว จากภาคอุตสาหกรรมไปภาคเกษตร แต่ติดปัญหาที่เราต้องแจ้งเข้า-ออก แจ้งการเปลี่ยนนายจ้างที่ต้องเสียค่าปรับคนละ 4,000 บาท กว่า 100 ราย แม้ว่าปลายปี 2562 จะปรับเปลี่ยนให้แจ้งทางอินเทอร์เน็ตแล้ว เพราะแรงงานบางรายไม่ได้แจ้งลาออก เปลี่ยนงาน หรือเดินทางแล้วถูกกักตัว 14 วัน ทำให้นายจ้างต้องแจ้งล่าช้า จึงเสนอให้ยกเลิกค่าปรับแรงงานย้ายนายจ้าง” นายสุทธิลักษณ์กล่าว

ชี้พักหนี้ช้า-ใช้น้ำ-ไฟฟรี 3 เดือน

มาตรการช่วยเหลือพักชำระหนี้ต่าง ๆ รัฐบาลประกาศมาตรกรให้ความช่วยเหลือมาตั้งแต่ชุดที่ 1 แล้ว แต่ในมาตรการชุดที่ 2 ยังไม่มีรายละเอียด มาตรการช่วยเหลือต่าง ๆ เช่น การพักชำระหนี้ ธนาคารสาขาในต่างจังหวัดยังไม่สามารถดำเนินการอะไรได้ตามนโยบายรัฐ เพราะต้องรอรายละเอียดจากสำนักงานใหญ่ ต้นเดือนเมษายนซึ่งล่าช้า นอกจากนี้การเตรียมเอกสาร การทำสัญญาต้องมีระยะเวลา ทำให้ผู้ประกอบการที่ไม่ได้อยู่ในพื้นที่ต้องมาดำเนินการหลายครั้ง ไม่ได้รับความสะดวก

ส่วนมาตรการเยียวยา แรงงานลูกจ้าง ลูกจ้างชั่วคราว อาชีพอิสระที่ไม่ได้อยู่ในระบบประกันสังคมจากการปิดกิจการ ให้เงินรายละ 5,000 บาท/เดือน ระยะเวลา 3 เดือน เป็นมาตรการที่ดี เพราะแรงงานในระบบประกันสังคมหัก 50% ของค่าจ้าง ทางที่ดีรัฐบาลควรมีมาตรการยกเลิกค่าน้ำ ค่าไฟฟ้า ให้ใช้ฟรีใน 3 เดือน เพื่อให้คนอยู่บ้านหรือที่พัก บ้านเช่า อย่างไรต้องมีค่าใช้จ่ายอยู่ ไม่อย่างนั้นเขาจะแห่กลับบ้าน เพราะต้องการประหยัดค่าที่พัก อาหาร ไฟฟ้า น้ำประปา

3 เดือน ตราดฟื้นตัว… ถ้าหยุดโควิด-19 ได้

สุทธิลักษณ์กล่าวทิ้งท้ายว่า สภาอุตสาหกรรมฯตั้งธงปี 2563 ก่อนมีภาวะโควิด-19 คือ การพัฒนาเศรษฐกิจ เพื่อส่งเสริมการพัฒนาด้านการค้า การลงทุน และการท่องเที่ยว ด้วยการสนับสนุนการเปิดด่านถาวรบ้านท่าเส้น-บ้านทมอดา การส่งเสริมการพัฒนาอุตสาหกรรมเกษตรแปรรูปในพื้นที่ชายฝั่ง อำเภอคลองใหญ่ การพัฒนาสาธารณูโภคพื้นฐานโครงข่ายเชื่อมโยงเส้นทางขนส่งภายในจังหวัดและต่างจังหวัด การสนับสนุนให้เปิดใช้ท่าเทียบเรืออเนกประสงค์คลองใหญ่ เพื่อการท่องเที่ยวเชื่อมโยงระหว่างประเทศและระหว่างชายฝั่งกับเกาะต่าง ๆ ในจังหวัดตราด

“เมื่อสถานการณ์โควิด-19 ผ่านพ้นไป หวังว่าเร็วสุด 3-6 เดือน คือ เดือนมิถุนายน หรือเดือนธันวาคม ตอนนี้จังหวัดตราดอยู่ในสถานะปิดเมืองหยุดการแพร่เชื้อไวรัสโควิด-19 ผู้ประกอบการต้องเตรียมตัว อาจจะรีโนเวตโรงแรม ที่พัก พัฒนาพนักงาน เพราะโรงแรมเกาะช้าง เกาะหมาก ปิดตัวลงหลายแห่ง เพื่อเตรียมความพร้อมที่จะเปิดเมือง หากปิดเมือง 3 เดือน เปิดมาคือฤดูการท่องเที่ยว โอกาสที่จังหวัดตราดจะฟื้นตัวทางเศรษฐกิจไม่ใช่เรื่องยาก เพราะศักยภาพของจังหวัดตราด ทั้งผลไม้ อาหารทะเล แหล่งท่องเที่ยว ทำให้หลายคนอยากมาพักผ่อนท่องเที่ยว หากในช่วงเชื้อไวรัสโควิด-19 แพร่ระบาด สามารถรักษาสภาพพื้นที่ปลอดเชื้อไว้ได้ เหลือเพียงจังหวัดเดียวในภาคตะวันออก” นายสุทธิลักษณ์กล่าวทิ้งท้าย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...