สุวรรณภูมิในอาเซียน : Black Death ในประวัติศาสตร์โลก 'ห่า' กาฬโรค ในประวัติศาสตร์ไทย
Black Death เป็นชื่อเหตุการณ์โรคระบาดในประวัติศาสตร์โลกที่มีคนตายนับล้านๆ ตั้งแต่จีนถึงยุโรปเมื่อเกือบ 800 ปีมาแล้ว ราวหลัง พ.ศ. 1800 ซึ่งเป็นช่วงเวลาเดียวกับคำบอกเล่าของไทยเรื่องพระเจ้าอู่ทองอพยพผู้คนพลไพร่หนีโรคห่า แล้วสร้างเมืองใหม่กรุงศรีอยุธยา
ชวนให้น่าเชื่อว่าโรคห่าในคำบอกเล่าตอนนี้ คือ Black Death หรือ กาฬโรค ที่แพร่ออกจากจีนโดยมีสัตว์คือหมัดหนูในสำเภาจีนเป็นพาหะแพร่สู่คนตามเมืองท่าที่สำเภาจีนแวะจอดขนถ่ายสินค้า ซึ่งมีพระนครศรีอยุธยารวมอยู่ด้วย
สำเภาจีนแล่นเลียบชายฝั่งติดต่อค้าขายกับบ้านเมืองรอบอ่าวไทยตั้งแต่ก่อนมีกรุงศรีอยุธยา จึงเป็นเหตุสำคัญการแพร่เข้ามาของโรคระบาดจากจีนถึงไทย มีคนล้มตายจำนวนมาก โดยเฉพาะชุมชนเมืองที่เป็นหลักแหล่งของคนชั้นสูงซึ่งเป็นคนชั้นนำของบ้านเมือง จนทำให้เกิดปั่นป่วนโกลาหลในราชสำนัก ดังพบหลักฐานในวรรณกรรมจากความทรงจำหรือคำบอกเล่าลักษณะตำนานและนิทานสะท้อนความเปลี่ยนแปลงทางการเมืองและสังคม โดยเฉพาะทางภาษาและวัฒนธรรมทั้งของกรุงศรีอยุธยาในภาคกลางกับเมืองนครศรีธรรมราชในภาคใต้
กรุงศรีอยุธยา มีความเคลื่อนไหวเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ เช่น ภาษาไทย (ตระกูลไต-ไท) ซึ่งเป็นภาษากลางทางการค้ากับดินแดนภายในมาก่อนนานแล้ว ถูกยกระดับขึ้นเป็นภาษาทางการของราชอาณาจักร มีอำนาจเหนือภาษาเขมร (ขอม) ที่มีความสำคัญอยู่ก่อน จากนั้นน่าเชื่อว่าความจำเป็นทางการค้าและการเมืองกระตุ้นให้ต้องมีอักษรไทยที่ปรับปรุงจากอักษรเขมรเป็นหลัก
เมืองนครศรีธรรมราช ภาษาไทยได้รับยกย่องเป็นภาษาทางการแทนภาษาที่มีอยู่ก่อน (เช่น ภาษามลายู) วัฒนธรรมจากลุ่มน้ำเจ้าพระยา ภาคกลาง ได้รับความนิยมแพร่หลาย ซึ่งเรียกกันสืบมาว่าหนังตะลุง กับ โนราชาตรี
‘น้ำลายพิษ’ ในเอกสารฮอลันดา
“ห่า” ชื่อเรียกโรคระบาดในคำบอกเล่าเรื่องพระเจ้าอู่ทอง หมายถึง Black Death หรือกาฬโรค พบหลักฐานมีน้ำหนักน่าเชื่อมากอยู่ในเอกสารฮอลันดา ว่าเมืองอยุธยาถูกทำลาย มีคนล้มตายหมด จากน้ำลายพิษของมังกรร้ายในหนองน้ำใหญ่
“น้ำลายพิษของมังกรร้าย (หรือนาคราช) มีฤทธิ์ฆ่าคนตายหมดเมืองจนร้าง” คือ โวหารสัญลักษณ์ที่น่าจะหมายถึงพิษร้ายจากหมัดหนู แสดงอาการของ Black Death หรือกาฬโรค เป็นหลักฐานมีอายุเก่าแก่มาก ได้จากปากคำโดยตรงของขุนนางข้าราชการในราชสำนักอยุธยาแผ่นดินพระเจ้าปราสาททอง [พ.ศ.2172-2199] พบใน พงศาวดารกรุงศรีอยุธยา ฉบับวันวลิต พ.ศ.2182 (วัน วลิต เป็นพ่อค้าชาวฮอลันดา เข้าถึงพระนครศรีอยุธยา แล้วพำนักอยู่ระหว่าง พ.ศ.2176-2185 เป็นแผ่นดินพระเจ้าปราสาททอง)
ความทรงจำเรื่องนาคมังกร จากพงศาวดารฯ วัน วลิต เป็นหลักฐานประเภทเดียวกับนิทานเรื่องท้าวอู่ทอง พาไพร่พลหนีโรคห่าจากเมืองท้าวอู่ทอง (ลุ่มน้ำจรเข้สามพัน จ. สุพรรณบุรี) ไปสร้างเมืองใหม่กรุงศรีอยุธยา ที่สมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชา นุภาพ ทรงใช้ในพระนิพนธ์สันนิษฐานเรื่องกำเนิดอยุธยา แล้วได้รับความเชื่อถือสืบเนื่องยาวนานเป็นประวัติศาสตร์แห่งชาติของไทย (แต่ปัจจุบันยกเลิกแล้ว เพราะพบหลักฐานใหม่ว่าไม่เป็นไปตามนั้น)
พระเจ้าอู่ทอง ‘วีรบุรุษในตำนาน’ ไม่มีตัวตนจริง
พระเจ้าอู่ทองเป็นชื่อพบในพระราชพงศาวดารที่เขียนสมัยหลัง ส่วนชื่อดั้งเดิมตามคำบอกเล่าคือท้าวอู่ทอง แล้วถูกนิยามโดยนักปราชญ์ทางพงศาวดารสมัยต่อมาให้หมายถึงกษัตริย์ผู้ทรงสร้างกรุงศรีอยุธยา พ.ศ. 1893
พระเจ้าอู่ทองไม่มีตัวตนจริง แต่เป็นชื่อ “วีรบุรุษในตำนาน” ของกลุ่มคนพูดตระกูลภาษาไต-ไท ที่เคลื่อนไหวไปมาตั้งแต่ลุ่มน้ำโขง ถึงลุ่มเจ้าพระยา (หนาแน่นทางฟากตะวันตก มีศูนย์กลางอยู่เมืองสุพรรณภูมิ ครั้นก่อนสมัยอยุธยาได้ขยายพื้นที่ไปตั้งชุมชนอยู่ทางด้านทิศใต้นอกเกาะเมืองอยุธยา มีศูนย์กลางอยู่บริเวณที่เรียกเวียงเหล็ก ปัจุจบันคือวัดพุทไธสวรรย์)
ดังนั้น พระเจ้าอู่ทองจึงไม่หมายจำเพาะเจาะจงถึงพระราชาหรือพระเจ้าแผ่นดินองค์ใดองค์หนึ่งเพียงองค์เดียว
อหิวาต์ หรือ กาฬโรค?
ห่า ถูกทำให้หมายถึงอหิวาตกโรคโดยประวัติศาสตร์แห่งชาติของไทย เรื่องพระเจ้าอู่ทองอพยพไพร่พลหนีโรคห่า แล้วสร้างเมืองแห่งใหม่ชื่อกรุงศรีอยุธยา เมื่อ พ.ศ.1893
จากนั้นถูกทำให้เป็นที่รับรู้กว้างขวางผ่านการศึกษาระบบโรงเรียนทั่วประเทศจนฝังรากลึกยากจะเปลี่ยนแปลง ว่าห่าคืออหิวาตกโรคเท่านั้น โดยไม่พาดพึงถึงกาฬโรค หรือ Black Death ในประวัติศาสตร์โลก เสมือนไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกัน
มีนักค้นคว้านักวิชาการจำนวนหนึ่งพยายามตั้งคำถาม แล้วเสนอทางเลือกว่าห่าน่าจะหมายถึงอย่างอื่นได้อีก แต่ไม่มีใครได้ยิน เพราะไม่ได้ฟัง
โลกเดียวกัน
Black Death เหตุการณ์โรคระบาดในประวัติศาสตร์โลก ตั้งแต่จีนถึงยุโรป มีคนตายนับล้าน อันเนื่องมาจากการติดต่อถึงกันในการค้าโลกซึ่งมีกว้างขวางอย่างยิ่งสมัยนั้น ดังนั้น ประชากรรัฐอยุธยาทั้งคนชั้นนำและสามัญชนคนทั่วไป ย่อมหนีไม่พ้นต้องรับผลกระทบรุนแรงถึงขนาดล้มหายตายจากมากมายด้วยั้
เหตุดังนี้คำบอกเล่าเรื่องพระเจ้าอู่ทองหนีโรคห่าในตำนานนิทานของไทย ย่อมเป็นส่วนหนึ่งของประวัติศาสตร์โลกเรื่อง Black Death เพราะรัฐอยุธยาไม่ได้อยู่ดาวดวงอื่น และบรรพชนคนไทยสมัยนั้นไม่ใช่มนุษย์ต่างดาว
รัฐอยุธยาไม่ได้ตั้งโดดเดี่ยวอยู่บนดาวดวงอื่น แต่เป็นรัฐหนึ่งในภูมิภาคอุษาคเนย์บนเส้นทางการค้าโลก ซึ่งมีการค้าทางทะเลกับตะวันออก คือ จีน และตะวันตก คือ อินเดีย, ยุโรป, ตะวันออกกลาง
คนสมัยนั้นในรัฐอยุธยาไม่ใช่มนุษย์ต่างดาวที่มีคุณวิเศษเหนือคนอื่นในโลกมนุษย์ แต่ล้วนเป็นลูกผสมจากคนหลายเผ่าพันธุ์ “ร้อยพ่อพันแม่” ของมนุษย์ในโลกนี้ ซึ่งเป็นบรรพชนคนไทยปัจจุบัน
พม่าเรียกอยุธยาว่า ‘ทวารวดี’
มีจารึกบอกไว้บนปืนใหญ่
*โดย ปัญชลิต โชติกเสถียร
ชมรมนักโบราณคดี (สมัครเล่น) เมืองสุพรรณ*
ที่พิพิธภัณฑ์ ROYAL ARMOURIES (พิพิธภัณฑ์และอาวุธเกราะแห่งชาติของ สหราชอาณาจักร) มีปืนใหญ่กระบอกหนึ่ง (ทะเบียน XIX.118) มีจารึกเป็นภาษาพม่า (โปรดดูภาพ) ทางพิพิธภัณฑ์แปลเป็นภาษาอังกฤษว่า
“In the year 1128 Dwarawati was conquered”
ถ้าแปลงเป็นภาษาไทยก็คงประมาณว่า “ในปีที่พิชิตทวารวดี ปี 1128”
ศักราชในจารึกคือเมียนมาศักราชซึ่งตรงกันกับจุลศักราชของไทย ถ้าแปลงเป็นพุทธศักราช จะตรงกับ พ.ศ.2310 ซึ่งตรงกับเหตุการณ์การเสียกรุงศรีอยุธยาครั้งที่ 2 พอดี เป็นไปได้หรือไม่ว่า “ทวารวดี” ในจารึกนี้หมายถึง “กรุงศรีอยุธยา”
ด้วยเหตุนี้ทำให้ทางพิพิธภัณฑ์อธิบายที่มาของปืนใหญ่กระบอกนี้ว่า “ปืนใหญ่กระบอกนี้อาจจะตกเป็นของกองทัพพม่าในคราวที่กรุงศรีอยุธยาพ่ายแพ้ต่อการโจมตี ในปี พ.ศ.2310 ปืนใหญ่กระบอกนี้ถูกส่งมาที่อังกฤษในปี พ.ศ.2428 หลังจากนั้นถูกขนย้ายไปที่อาคาร Chatham Dockyard โดยสำนักงานกิจการทหารเรือและนาวิกโยธิน ใน ปี พ.ศ.2504”
ปี พ.ศ.2428 เป็นปีเดียวกับที่อังกฤษเข้ายึดพระราชวังของพระเจ้าธีบอที่มัณฑะเลย์ มีการขนย้ายสมบัติจากพระราชวังมัณฑะเลย์ไปอังกฤษหลายรายการ
รูปพรรณปืนใหญ่กระบอกนี้มีดังนี้ “มีแหวนรัดสี่วงกับห่วงสำหรับยก แหวนรัดสองวงอยู่ค่อนไปทางด้านท้าย[1] อีกสองวงอยู่ค่อนไปทางด้านเรียว[2] บริเวณค่อนไปทางด้านท้ายมีจารึกเป็นภาษาพม่าว่า “ในปีที่พิชิตทวารวดี จ.ศ. 1128″ ท้ายปืนใหญ่ มีลักษณะเป็นแหวนซ้อนลดหลั่นกันเป็นรูปกรวย”
ข้อมูลอื่นๆ ที่น่าสนใจ ความยาวลำกล้อง 90 นิ้ว (228.6 เซนติเมตร), ความยาวทั้งหมด 100 นิ้ว (254 เซนติเมตร) เส้นผ่าศูนย์กลางลำกล้อง 4.6 นิ้ว (11.7 เซนติเมตร)
นอกจากนี้ทางพิพิธภัณฑ์ได้ทำหมายเหตุไว้ด้วยว่าโปรตุเกสมีอิทธิพลต่อสยามอย่างมากในคริสต์ศตวรรษที่ 16 ซึ่งมีผลทำให้รูปแบบปืนชนิดนี้ใช้สืบทอดกันมา เปรียบเทียบกับปืนหมายเลข XIX.91
ข้อมูลของจารึกปืนใหญ่กระบอกนี้เข้าไปดูได้ที่ https://collections.royalarmouries.org/object/rac-object-33865.html
หมายเหตุ
[1] Reinforce คือบริเวณถัดจากกลางลำกล้องมาจนถึงท้ายปืนซึ่งมีลักษณะอ้วนป้อมกว่า
[2] Chase คือบริเวณถัดจากกลางลำกล้องมาขึ้นจนถึงปากกระบอกปืนซึ่งเรียวเล็กกว่า
เพลง อยุธยา ทำนอง รำวง
เนื้อร้อง สุจิตต์ วงษ์เทศ (2548)
๏ อยุธยา นามเต็ม ว่ากรุงเทพ
ทวารวดี ศรี อยุธยา
สืบทวา- รวดี มีมา
สืบละโว้ อโยธยา ศรีรามเทพนคร
แห่งแรก อาณาจักร สยาม
เริ่มนาม คนไทย ที่นี่ก่อน
เครือญาติ ชาติพันธุ์ ประชากร
ผสมเผ่า พระนคร กรุงศรีอยุธยา