โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อุตสาหกรรมดิจิทัลไทย 2566 ซอฟต์แวร์ โตแรง มูลค่ารวมทะลุ 2 ล้านล้าน

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 10 ก.ย 2567 เวลา 11.36 น. • เผยแพร่ 10 ก.ย 2567 เวลา 11.36 น.

ดีป้า เผยอุตสาหกรรมดิจิทัลไทย ปี 66 ขยายตัว 3.88% มูลค่ารวมกว่า 2 ล้านล้านบาท อุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ เติบโตสูงสุดกว่า 12% มูลค่ารวมพุ่งทะลุ 2 แสนล้านบาท

วันที่ 10 กันยายน 2567 สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (ดีป้า) ร่วมกับ สถาบันไอเอ็มซี เปิดเผยผลสำรวจข้อมูลและประเมินสถานภาพอุตสาหกรรมดิจิทัล ประจำปี 2566 และคาดการณ์แนวโน้ม 3 ปี ระบุภาพรวมอุตสาหกรรมดิจิทัลปี 2566 ขยายตัว 3.88% คิดเป็นมูลค่ารวมกว่า 2.024 ล้านล้านบาท โดยอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ คืออุตสาหกรรมที่ขยายตัวสูงที่สุด ขณะที่คาดการณ์แนวโน้ม 3 ปี พบโตต่อเนื่องในทุกอุตสาหกรรม

ดร.กษิติธร ภูภราดัย รองผู้อำนวยการใหญ่ กลุ่มงานยุทธศาสตร์และความมั่นคง ดีป้า เปิดเผยว่า การสำรวจข้อมูลและประเมินสถานภาพอุตสาหกรรมดิจิทัลที่ดำเนินการร่วมกันระหว่าง ดีป้า และ สถาบันไอเอ็มซี จะมุ่งเน้นไปที่ 4 อุตสาหกรรมหลัก ประกอบด้วย อุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ (Software) อุตสาหกรรมฮาร์ดแวร์และอุปกรณ์อัจฉริยะ (Hardware and Smart Devices) อุตสาหกรรมบริการดิจิทัล (Digital Services) และอุตสาหกรรมดิจิทัลคอนเทนต์ (Digital Content)

โดยการสำรวจข้อมูลและประเมินสถานภาพอุตสาหกรรมดิจิทัล ประจำปี 2566 พบว่า อุตสาหกรรมดิจิทัลโดยภาพรวมเติบโตขึ้นจากปีก่อนหน้าเฉลี่ย 3.88% มีมูลค่ารวมอุตสาหกรรมอยู่ที่ 2,024,173 ล้านบาท โดยอุตสาหกรรมที่ขยายตัวสูงที่สุดคือ

  • อุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ เติบโต 12.80% มีมูลค่า 215,191 ล้านบาท
  • อุตสาหกรรมบริการดิจิทัล เติบโต 9.28% มีมูลค่า 307,630 ล้านบาท
  • อุตสาหกรรมฮาร์ดแวร์และอุปกรณ์อัจฉริยะ เติบโต 1.75% มีมูลค่า 1,457,116 ล้านบาท
  • อุตสาหกรรมดิจิทัลคอนเทนต์ เติบโต 0.01% มีมูลค่า 44,236 ล้านบาท

สำหรับคาดการณ์แนวโน้ม 3 ปี (2567-2569) พบว่า อุตสาหกรรมซอฟต์แวร์จะมีอัตราการเติบโตประมาณ 9-10% อุตสาหกรรมฮาร์ดแวร์และอุปกรณ์อัจฉริยะจะเติบโตต่อเนื่อง 11-16% อุตสาหกรรมบริการดิจิทัลจะโตประมาณ 13-14% ในปี 2567-2568 และการเติบโตมีแนวโน้มที่จะลดลงในปี 2569 ขณะที่อุตสาหกรรมดิจิทัลคอนเทนต์จะโตประมาณ 3-5%

พร้อมกันนี้ ผลสำรวจยังชี้ให้เห็นว่า ปี 2569 ทั้ง 4 อุตสาหกรรมจะมีมูลค่ารวม 2,940,377 ล้านบาท ซึ่งการเติบโตดังกล่าวสอดคล้องกับทิศทางขาขึ้นของเทคโนโลยีใหม่ที่สร้างความตื่นตัวในภาคอุตสาหกรรม โดยเฉพาะเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่จะเป็นปัจจัยสนับสนุนให้เกิดความต้องการซื้อที่สูงขึ้น

“ซอฟต์แวร์” ดาวเด่นปี 2566

รศ.ดร.ธนชาติ นุ่มนนท์ ผู้อำนวยการสถาบันไอเอ็มซี กล่าวว่า อุตสาหกรรมที่ขยายตัวสูงที่สุดในปี 2566 คือ อุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ ที่มีอัตราการเติบโตเฉลี่ย 12.80% มีมูลค่ารวมอยู่ที่ 215,191 ล้านบาท เป็นผลมาจากการลงทุนในเทคโนโลยีขั้นสูง ไม่ว่าจะเป็น AI, Data Analytic, Cloud, Cyber Security ตลอดจนเทคโนโลยีที่ตอบโจทย์ด้านความยั่งยืน และใช้เป็นเครื่องมือสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขัน อีกทั้งนำไปสู่การพัฒนาองค์กร สอดคล้องกับความเปลี่ยนแปลงของโลก

ทั้งนี้ การสำรวจอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์แบ่งออกเป็น 2 ประเภท ได้แก่

  • ซอฟต์แวร์ มีอัตราการเติบโตเฉลี่ย 4.31% มีมูลค่ารวมอยู่ที่ 81,405 ล้านบาท
  • บริการซอฟต์แวร์ มีอัตราการเติบโตเฉลี่ย 18.68% มีมูลค่ารวมอยู่ที่ 133,785 ล้านบาท

โดยผลสำรวจยังพบอีกว่า ปี 2566 ซอฟต์แวร์ที่ผลิตใช้ในประเทศไทยมีมูลค่า 159,466 ล้านบาท เติบโต 14.93% ขณะที่การส่งออกมีมูลค่ามีมูลค่า 2,413 ล้านบาท หดตัวลง 1.63% ส่วนการนำเข้ามีมูลค่า 53,312 ล้านบาท ขยายตัว 7.55%

ฮาร์ดแวร์และอุปกรณ์อัจฉริยะ โตเฉพาะส่วน

รศ.ดร.ธนชาติ กล่าวว่า ปี 2566 อุตสาหกรรมฮาร์ดแวร์และอุปกรณ์อัจฉริยะ มีมูลค่า 1,457,116 ล้านบาท เติบโตเล็กน้อยที่ 1.76% โดยมูลค่าอุตสาหกรรมแบ่งเป็นการนำเข้า 464,376 ล้านบาท เติบโต 5.90% และมูลค่าการส่งออก 992,740 ล้านบาท หดตัว 0.07% ทั้งนี้ การเติบโตที่โดดเด่นของอุตสาหกรรมฮาร์ดแวร์และอุปกรณ์อัจฉริยะคือ มูลค่าการนำเข้าอุปกรณ์อัจฉริยะ โดยมีอัตราการเติบโตสูงถึง 52.68% ด้วยมูลค่ารวม 176,464 ล้านบาท

ผู้อำนวยการสถาบันไอเอ็มซี กล่าวต่อว่า การที่อุตสาหกรรมฮาร์ดแวร์และอุปกรณ์อัจฉริยะมีตัวเลขการเติบโตเล็กน้อยเป็นผลมาจากการชะลอตัวของภาวะเศรษฐกิจโลก ซึ่งส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อของผู้บริโภคในภาพรวม โดยเฉพาะในกลุ่มสินค้า Consumer Electronics

และหากวิเคราะห์เชิงลึกจะพบว่า ความต้องการเครื่องคอมพิวเตอร์ในช่วงปี 2566 เริ่มเข้าสู่ภาวะอิ่มตัว เนื่องจากรอบการซื้อที่ผ่านมากระจุกอยู่ในช่วงการระบาดของ COVID-19 ขณะเดียวกัน ปริมาณความต้องการ Hard Disk Drive ทยอยปรับลดลงจากการถูกแทนที่ด้วย SSD มากขึ้น

บริการดิจิทัลเติบโตตามกระแสนิยม

อุตสาหกรรมบริการดิจิทัลปี 2566 มีมูลค่ารวม 307,630 ล้านบาท เติบโตจากปีก่อน 9.28% โดยมีปัจจัยหนุนมาจากความต้องการใช้บริการดิจิทัลที่เพิ่มขึ้น เพราะผู้ใช้งานปรับเปลี่ยนพฤติกรรมไปตามยุคสมัยที่แทบทุกภาคส่วนมีเครื่องมือและบริการดิจิทัลเพื่ออำนวยความสะดวก ผนวกกับกระแสการใช้งานเครื่องมือและบริการต่าง ๆ ของคนในสังคมที่กดดันให้ผู้ที่ไม่เคยใช้รู้สึกถึงความจำเป็นและเริ่มต้นใช้งานบ้าง เป็นผลให้บริการดิจิทัลขยายตัวทุกประเภท โดยเฉพาะอย่างยิ่งบริการเทคโนโลยีด้านสุขภาพ (Health Tech) และบริการเทคโนโลยีด้านการศึกษา (EdTech)

ทั้งนี้ บริการดิจิทัลแบ่งการสำรวจออกเป็น 8 ประเภท ได้แก่

  • ค้าปลีก (e-Retail) มีมูลค่าอุตสาหกรรมอยู่ที่ 80,054 ล้านบาท เติบโต 2.25%
  • ขนส่ง (e-Logistics) มีมูลค่าอุตสาหกรรมอยู่ที่ 92,429 ล้านบาท เติบโต 10.73%
  • ท่องเที่ยว (e-Tourism) มีมูลค่าอุตสาหกรรมอยู่ที่ 15,881 ล้านบาท เติบโต 55.1%
  • สื่อออนไลน์ (Online Media) มีมูลค่า 43,036 ล้านบาท เติบโต 0.29%
  • ผู้ให้บริการโฆษณาออนไลน์ (e-Advertise) มีมูลค่า 24,974 ล้านบาท เติบโต 12.91%
  • ผู้ให้บริการเทคโนโลยีด้านการเงิน (FinTech) มีมูลค่า 47,690 ล้านบาท เติบโต 12.10%
  • ผู้ให้บริการเทคโนโลยีด้านสุขภาพ (Health Tech) มีมูลค่า 1,378 ล้านบาท เติบโต 85.71%
  • ผู้ให้บริการเทคโนโลยีด้านการศึกษา (EdTech) มีมูลค่า 2,189 ล้านบาท เติบโต 82.26%

บุคลากรผกผันจากสภาวะเศรษฐกิจ

ผลสำรวจยังพบว่า อุตสาหกรรมบริการดิจิทัลมีการเพิ่มขึ้นของบุคลากรเกือบ 10% ซึ่งส่วนใหญ่มาจากกลุ่ม e-Logistics ที่มีจำนวน 41,963 คน สอดคล้องกับตลาดที่มีมูลค่าสูงที่สุดเมื่อเทียบกับบริการประเภทอื่น ส่วนอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ และอุตสาหกรรมฮาร์ดแวร์และอุปกรณ์อัจฉริยะแทบไม่มีการเปลี่ยนแปลง อันเนื่องมาจากภาวะเศรษฐกิจและการเมืองทั่วโลกที่สะท้อนให้เห็นว่า ตลาดโลกไม่มีกำลังซื้อเพิ่ม เจ้าของกิจการจึงจำเป็นที่จะต้องควบคุมปริมาณการขยายตัวของการจ้างงานให้อยู่ในเกณฑ์ที่ปลอดภัย

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : อุตสาหกรรมดิจิทัลไทย 2566 ซอฟต์แวร์ โตแรง มูลค่ารวมทะลุ 2 ล้านล้าน

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...