โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

ฟ้องให้เป็นบรรทัดฐาน! ‘ไพบูลย์’ย้ำใครเผยแพร่-ใช้ประโยชน์‘คลิปดักฟัง’ผิดกม.โทษถึงคุก

แนวหน้า

เผยแพร่ 18 ก.ย 2567 เวลา 17.00 น.

ฟ้องให้เป็นบรรทัดฐาน! ‘ไพบูลย์’ย้ำใครเผยแพร่-ใช้ประโยชน์‘คลิปดักฟัง’ผิดกฎหมายมีโทษถึงคุก

เมื่อวันที่ 19 ก.ย.2567 นายไพบูลย์ นิติตะวัน เลขาธิการพรรคประชารัฐ ให้สัมภาษณ์กับรายการ “สีสันการเมือง แบบ เด้งเด้ง” ทางช่องยูทูบ “แนวหน้าออนไลน์” ในประเด็นคลิปเสียงคาดว่าเป็นการดักฟังโทรศัพท์และได้มียื่นฟ้องสื่อที่นำมาเผยแพร่ไปแล้ว ซึ่งก่อนหน้านี้ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า อดีตเลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ ได้ออกมาบอกว่าเคยเตือนไปแล้วให้ระวัง ว่า จากการตรวจสอบร่วมกับทีมที่ดูประเด็นนี้ ก็พอสรุปได้แล้วว่าน่าจะเป็นใครบ้าง

โดยเบื้องต้นเท่าที่พอจะพูดได้ คนหนึ่งเคยเป็นสมาชิกพรรค ส่วนอีกคนหนึ่งปัจจุบันยังคงเป็นสมาชิกพรรคอยู่ แต่ขอไม่เปิดเผยชื่อหรือตัวอักษรย่อ แต่รู้ว่ามีอย่างน้อย 2 คนที่เกี่ยวข้อง แต่เมื่อคดีไปถึงศาล ทนายความฝ่ายตนที่เป็นโจทก์ก็ต้องถามสื่อที่เป็นคู่กรณีอยู่แล้วว่าได้รับคลิปเสียงดังกล่าวมาอย่างไร หรือแม้แต่ในชั้นพนักงานสอบสวน ตำรวจก็คงต้องถามเช่นกัน แต่จะบอกหรือไม่ก็เป็นเรื่องของเขา แต่ก็ถือว่าคลิปนี้ได้มาโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย

ทั้งนี้ เคยมีคดีที่คล้ายกัน คือกรณี นายจตุพร พรหมพันธุ์ อดีตแกนนำกลุ่ม นปช. ถูกศาลอาญาลงโทษจำคุก 2 ปี ปรับ 4 หมื่นบาท โดยโทษจำคุกให้รอลงอาญา ในความผิดฐานร่วมกันกระทำด้วยประการใดๆ เพื่อดักรับไว้ใช้ประโยชน์ หรือเปิดเผยข้อความข่าวสาร หรือข้อมูลอื่นใด ที่มีการสื่อสารทางโทรคมนาคม โดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย ตาม พ.ร.บ.การประกอบกิจการโทรคมนาคม พ.ศ.2544 มาตรา 74 ซึ่งแม้บุคคลที่เป็นเจ้าของเสียงในคลิปที่นายจตุพรนำมาเผยแพร่จะไม่เอาความ แต่คดีนี้เป็นความผิดต่อรัฐ ศาลจึงสั่งลงโทษได้

แต่ในส่วนคดีของตน เป็นการฟ้องตาม ประกาศคณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขฉบับที่ 21 เรื่อง ห้ามการดักฟังทางโทรศัพท์หรือเครื่องมือสื่อสารใด ซึ่งในข้อ 2 ระบุว่า ผู้ใดรับรู้ข้อความที่ได้มาจากการกระทำความผิดตามข้อ 1 ใช้ประโยชน์หรือเปิดเผย ข้อความนั้นต่อผู้อื่น โดยไม่มีอำนาจโดยชอบด้วยกฎหมาย ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 1 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ เท่ากับข้อหานี้โทษจะหนักขึ้น

อนึ่ง ตนอยากเน้นให้ใช้คำว่า “คลิปดักฟัง” ไม่ใช่ “คลิปลับ” เพราะคลิปลับบางทีเจ้าตัวก็มีเจตนาทำเองแต่เป็นความลับ ซึ่งแบบนั้นไม่ผิดกฎหมาย แต่คลิปดักฟังคือการลักลอบดักฟัง คือเจ้าตัวไม่ได้ต้องการให้ใครรับรู้เรื่องที่สนทนา ส่วนจะมีการดำเนินคดีกับบุคคลที่เกี่ยวข้องกับการดักฟังหรือไม่ ขณะนี้กำลังตรวจสอบหาพยานหลักฐาน หากเป็นบุคคลที่ดักฟังโทษจะเท่ากับผู้เผยแพร่ แต่หากเป็นผู้บงการให้บุคคลอื่นไปดักฟังโทษจะหนักขึ้น

“เรื่องนี้ก็ถือเป็นบรรทัดฐานสำหรับสังคม การจะไปใช้คลิปที่มาจากการลักลอบดักฟังมันผิดกฎหมาย จะมาเผยแพร่หรือใช้ประโยชน์ กฎหมายเขียนว่านำมาใช้ประโยชน์หรือเปิดเผยก็ผิดแล้ว” นายไพบูลย์ กล่าว

นายไพบูลย์ กล่าวต่อไปว่า ส่วนกรณีที่ นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ อดีตโฆษกพรรคเพื่อไทย นำเรื่องคลิปเสียงไปร้องเรียน พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ กับหน่วยงานต่างๆ จะสามารถใช้เป็นข้อมูลได้หรือไม่ ก็มีเฉพาะสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เท่านั้นที่ใช้คลิปเสียง ไม่มีการใช้ที่หน่วยงานอื่น แต่นายพร้อมพงศ์ก็ถูกมองว่าเป็นผู้นำคลิปดักฟังมาใช้ประโยชน์

ส่วนกรณีที่มีการพูดกันว่า พรรคพลังประชารัฐมีคลิปลับบ้านจันทร์ส่องหล้า และคลิปลับชั้น 14 ทำให้เป็นที่มาของการเผยแพร่คลิปเสียงดังกล่าวหรือไม่ ตนมองว่าจะไปเปรียบเทียบอย่างนั้นไม่ได้ เพราะจะกลายเป็นว่าบ้านจันทร์ส่องหล้ามาดำเนินการ อย่าไปกล่าวหาเขาเลย และตนยืนยันว่าไม่มีคลิปลับบ้านจันทร์ส่องหล้า ในส่วนที่ตนทราบ และ พล.อ.ประวิตร ท่านก็ไม่มีของผิดกฎหมายอยู่แล้ว แต่หากใครมี ถ้ามาจากการดักฟังก็อย่านำไปใช้เพราะจะผิดกฎหมาย บ้านจันทร์ส่องหล้าซึ่งตนไม่ได้หมายถึง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...