“เอส กันตพงศ์” สัมภาษณ์รองแต้ม เพื่อนรักคุณพ่อ ในฐานะพิธีกร รองแค้ม ลั่น! เห็นมาตั้งแต่เด็กตอนแก้ผ้า
“เอส กันตพงศ์” สัมภาษณ์รองแต้ม เพื่อนรักคุณพ่อ ในฐานะพิธีกร รองแค้ม ลั่น! เห็นมาตั้งแต่เด็กตอนแก้ผ้า
เอาละค่ะ ล่าสุด “ผู้การแต้ม” อดีตรองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล วันนี้จะเปิดใจถึงวงการตำรวจไทย และจุดเริ่มต้นฉายามือปราบหูดำ ยิงมาแล้วกว่า 39 ศพ พร้อมเผยชีวิตมือปราบ กินอยู่บนรถเป็นเดือนๆ พร้อมเปิดอาชญากรรมสุดโหด เดิมพันด้วยชีวิต และได้มี “เอส กันตพงศ์” นั่งเก้าอี้เป็นพิธีกรดำเนินรายการเป็นครั้งแรก
เป็กกี้ : เป็นครั้งแรกกับการที่ เอส เป็นพิธีกรรายการคุยแซ่บShow เป็นยังไงบ้างกับการกลับมา
เอส : ตื่นเต้นมาก ดีใจ ถ้างานพิธีกรหลายท่านอาจได้ดูตามสื่อ ส่วนใหญ่ผมเป็นแขกรับเชิญ ถ้าพิธีกร นี่เป็นครั้งแรกจริงๆ หลังหายป่วยแล้ว ก็ดีใจและแฮปปี้มาก ขออนุญาตฝากเนื้อฝากตัวกับแฟนคลับรายการนี้ ผมอาจมีอะไรผิดพลาด พูดผิดไปบ้าง น่าจะเข้าใจว่าผมป่วยมาก่อน แต่ผมจะทำเต็มที่ ที่กล้ากลับมารับงานพิธีกรเพราะคิดว่าใกล้เคียงเดิมมากๆ แล้ว
เป็กกี้ : คุณเหมือนเดิมเป๊ะเลย เตรียมตัวยังไงบ้าง
เอส : พูดไปเดี๋ยวคุณแม่โกรธหรือเปล่า (หัวเราะ) ผมตั้งใจแล้วว่าจะไม่นอนดึก เมื่อคืนนอนเกือบตีสามเพราะทำการบ้าน (หัวเราะ) ทางรายการมีประวัติ มีเรคคอร์สมาให้ก็จริงเกี่ยวกับแขกรับเชิญ แต่แขกรับเชิญวันนี้ ผมรู้จักท่านมาพอสมควร ชอบหาข้อมูลและทำการบ้าน ความตั้งใจอยากให้ผู้ชมได้รับชมแล้วได้ประโยชน์ในมุมที่ไม่เคยได้รับจากการสัมภาษณ์ท่านอื่นของแขกท่านนี้
รองแต้ม : พิธีกรถือเป็นหลานชาย ผมเป็นเพื่อนพ่อเขานะ เพื่อนรักกันมานานมาก เห็นเอสตั้งแต่ 10 กว่าขวบ ตั้งแต่แก้ผ้าอยู่เลย (หัวเราะ) สนิทกับครอบครัว
เป็กกี้ : ไม่เจอพี่แต้มนานเท่าไหร่แล้ว
เอส : จำไม่ได้เลยจริงๆ อย่างที่ทุกคนทราบในข่าวว่าความจำในอดีตผมหายไปแล้ว ต่อให้ความจำกลับมาครั้งสุดท้าย ตอนไปต่างประเทศด้วยกัน มีสิ่งหนึ่งไม่รู้อาแต้มจำได้หรือเปล่า ผมชอบเล่าให้คุณแม่และครอบครัวฟัง เด็กๆ ผมอยากเป็นตำรวจเหมือนกัน ไอดอลผมคืออาแต้ม อันนี้เรื่องจริง ผมเห็นด้วยกับวิธีที่อาปฏิบัติงานมากๆ คือชัดเจน เด็ดขาด ไม่มีใครอยู่เหนือกฎหมาย นี่คือความสุดยอดของคุณอาจริงๆ
เอส : คดีปล้นฆ่าคนสะพานลอย ถามแล้วจะของขึ้นหรือเปล่า
รองแต้ม : สมัยก่อนมีโจรจี้สะพานลอยเยอะมาก เวลาคนจี้มันไม่บอกว่าเอาของมานะ แล้วก็ไปนะ มันเอามีดแทงแล้วเอาของไปเลย เป็นที่เลื่องลือมากในกรุงเทพฯ ผมใช้กำลังตร.เฝ้าที่ใต้สะพานลอย ปลอมตัวทุกสะพานลอย พอมันมาก่อเหตุ ผมก็วิสามัญตายบนสะพานลอย เลือดหยดติ๋งๆ ตั้งแต่วันนั้นยันวันนี้ ยังไม่มีโจรจี้บนสะพานลอยเลย เราต้องเด็ดขาด
เป็กกี้ : เวลาไปเฝ้าผู้ร้ายต้องมีการปลอมตัว พี่แต้มปลอมตัวยังไง
รองแต้ม : แต่ก่อนเราเป็นตำรวจสายสืบ ไม่แต่งในเครื่องแบบ จะแต่งตัวตามสภาพแวดล้อม สมมติให้ลูกน้องสืบคนร้ายที่เป็นคนอีสาน เราก็ให้คนอีสานปลอมเป็นแท็กซี่บ้าง สามล้อบ้าง แต่ถ้าจะไปสืบสูงหน่อยก็แต่งสูท เท่ เอาคนที่หน้าตาไปได้หน่อย ถ้าเอาอีสานไปใส่สูทเขาก็รู้ ต้องทำเหมือนสารวัตรแจ๊ะสมัยนี้
เป็กกี้ : ความเป็นธรรมต้องมาก่อน วิสามัญไปทั้งหมดเท่าไหร่
รองแต้ม : พูดไปเดี๋ยวจะเป็นการด้อยค่า เอาเป็นว่าผมเป็นผกก.สืบสวนนครบาลแห่งเดียว 39 คน นี่เป็นที่เดียว จริงๆ มีเยอะมาก
เป็กกี้ : พี่แต้มเคยตามจับผู้ร้ายคดีฆ่าด้วยก้นบุหรี่อันเดียว แล้วตามจับได้
รองแต้ม : สมัยก่อนพวกเราสู้กันด้วยงาน สู้ด้วยความรู้ความสามารถ อดทน แล้วมีประสบการณ์ ผมโชคดีได้ทำงานกับมือปราบระดับประเทศหลายคน อย่างตอนเป็นร.ต.ท. ผมทำงานกับท่านสมเกียรติ พ่วงทรัพย์ มือปราบตี๋ใหญ่ ทำงานกันท่านคงเดช ชูศรี , ท่านประสงค์ ฯลฯ คนมีชื่อเสียงทั้งนั้น ท่านสมคิด บุญถนอม มือปราบทั้งนั้น ผมก็ได้ประสบการณ์ของแต่ละคนมาทำงาน เราก็จะรู้ไหวพริบคนร้ายพอสมควร