เหล่าดารา คนดัง ทยอยชี้แจง หลังมีภาพคู่ บอสพอล The icon
ยังคงเป็นประเด็นร้อน ที่หลายคนให้ความสนใจ กับกรณีของ The icon ที่ตอนนี้มีผู้เสียหายเข้าแจ้งความเป็นจำนวนมาก ซึ่งหลายคนหลงเชื่อลงทุนเพราะเห็นทีดาราคนดัง เข้าไปเป็น บอส หรือมีภาพถ่ายกับบอสพอล เจ้าของบริษัท ทำให้เกิดความน่าเชื่อถือ แม้ว่า บรรดาบอสทั้งหลายไม่ว่าจะเป็น บอสมิน พีชญา , บอส กัน กันตถาวร ,บอสแซม ยุรนันท์ จะออกมาบอกว่า ทุกคนล้วนแล้วแต่เป็นพรีเซนเตอรเท่านั้น ไม่ได้มีส่วนในการชักชวนคนมาลงทุน ซึ่งเรื่องของคดีนั้นคงต้องติดตามกันต่อไป
อย่างไรก็ดียังมีภาพของเหล่าคนดังเข้าไปเกี่ยวข้องอีกหลายคน และก็ทยอยกันออกมาชี้แจง ก่อนหน้านี้มี บอย ปกรณ์ เดินทางมาออกรายการโหนกระแส แสดงความบริสุทธิ์ใจ บอกว่าตนเองเป็นเพียงพรีเซนเตอร์เท่านั้น พร้อมยืนเคียงข้างผู้เสียหาย
หลังจากนั้น ก็มีเหล่าดาราทยอยออกมาชี้แจง อย่างกรณีที่เพจ อีซ้อขยี้ข่าว ได้โพสต์ภาพของ ลีซอ ธีรเทพ นักฟุตบอลชื่อดัง ที่ถ่ายรูปคู่กับ บอสพอล งานนี้ ลีซอ ไม่ปล่อยให้รอนาน รีบออกมาชี้แจงผ่านเฟซบุ๊กว่า
“ชี้แจงก่อนเลยนะครับ ผมไม่ได้เป็นแม่ทีมอะไรทั้งนะครับ ผมก็เป็นผู้เสียหายเช่นกัน สูญเงินไป2.5แสนบาท ของไม่เคยขาย ยังไม่เคยชวนใครมาสมัครใดๆ”
ด้าน ครูอ้วน มณีนุช ก็เป็นอีกหนึ่งคนที่เคยถ่ายรูปกับ บอสพอล ด้วย งานนี้เจ้าตัวรีบร่อนจดหมายชี้แจง ระบุว่า
“ขออนุญาตชี้แจง เรื่องภาพของครูอ้วน จากในเพจ @อีซ้อขยี้ข่าว : อีซ้อด้วยความสัตย์จริง และจริงใจที่สุดค่ะ
1.มีทีมงานติดต่อมาทางเลขาครูอ้วน แจ้งว่า สนใจให้ครูอ้วนร่วมเป็นพาร์ตเนอร์กับบริษัทดังกล่าว ซึ่งยังไม่ทราบว่าธุรกิจนี้คืออะไร แต่พอจะเห็นตามป้ายโฆษณาอยู่บ้าง จึงถามเลขาไปว่า พาร์ตเนอร์คือทำอะไร คำตอบคือ ร่วมเป็นพาร์ตเนอร์กับบริษัท ไม่มีคำตอบอื่น ในส่วนตัวของอ้วนเอง ได้มีการสอบถามจากคนรู้จัก ว่ามีชื่อของบอสที่ติดต่อมาจริงหรือไม่ และได้รับการยืนยันว่า บอสท่านนั้นมีตัวตนจริงและไว้ใจได้
2.ในช่วงปี 2565 ด้วยความสงสัยอยากรู้ว่าธุรกิจที่ติดต่อมาคืออะไร จึงขอนัดคุยงานกันก่อน ยังไม่มีการตอบตกลงใดๆทั้งสิ้นค่ะ
3.ก่อนวันเข้าไปคุยมีทีมงานแจ้งว่า เพื่อเปิดการต้อนรับในการเข้ามาคุยซึ่งเป็นภาพครูอ้วนที่เคยลงไว้ใน อินสตาแกรม เฟซบุ๊ก กรณีนี้ค่อนข้างตกใจเช่นกันค่ะ เพราะเมื่อไปถึงภาพใหญ่กลางบริษัท และเป็นทางการมากค่ะ(แบบไม่เคยติดมาก่อน)
4.ในการสนทนาวันนั้นมีบอสท่านหนึ่ง และมีอีก 2 ท่านที่มากับบอสท่านนี้ค่ะ ในการสนทนามีสไลด์ขึ้นบนจอทีวี บทสนทนาค่อนข้างวกวนเล็กน้อยค่ะ เพราะสิ่งที่ได้คือผลประโยชน์จะได้คือมหาศาลมาก รถ บ้าน จำนวนเงิน แต่ยังไม่ทราบว่าต้องทำอะไร และขอให้อ้วนได้ลองเข้าคอร์สออนไลน์ สิ่งที่ทำให้รู้ว่าไม่สบายใจในการสนทนาครั้งนั้น ทางบอสท่านนั้นได้ก้าวล่วงมาถึงการทำงานของครูอ้วน โดยบอกว่าครูอ้วนมีนักเรียนเยอะทำงานมานาน ตรงนั้นเป็นกลุ่มเป้าหมายที่ดีมากๆในการทำธุรกิจนี้ หลังจากนั้น อ้วนจึงไม่พูดอะไรอีก ทั้งนี้ทั้งนั้น ทางทีมของบอส และบริษัทติดต่อโดยตรงกับทางเลขาของครูอ้วน เนื่องจากเลขาของครูอ้วนไม่ให้คอนแท็กกับใคร หากครูอ้วนไม่ให้อนุญาตค่ะ
5.เมื่อสนทนาเรียบร้อยแล้ว ทางบอสท่านนั้น และทีมได้ขออนุญาต พาอ้วนเดินทัวร์ทุกชั้นที่บริษัท รวมถึงห้องและโต๊ะทำงานของน้องที่รู้จักด้วย (ตรงนี้ต้องแจ้งไว้ก่อนค่ะ เผื่อมีภาพออกมา เนื่องจากการพาทัวร์ครั้งนั้นได้มีทีมงานมาทักทาย และถ่ายรูปไว้ปกติแล้วในการเป็นบุคคลสาธารณะยากมากที่จะปฏิเสธเรื่องการถ่ายรูป)ซึ่งระหว่างที่ทีมพาทัวร์ ครูอ้วนและเลขามองหน้ากันว่าเราต้องดูกันใช่หรือไม่
6.เมื่อทัวร์บริษัทเสร็จลงมาด้านล่างมีรูปครูอ้วนอยู่ มีคนมุงดูเยอะจนไม่สามารถทราบได้ว่าใครเป็นใครแบบไม่ตั้งตัวจริงๆ ซึ่งเลขาพยายามกันตัวออกมาแล้ว ก็จะมีบางท่านที่ได้รูปไป หลังจากนั้นเราขอตัวกลับทันทีค่ะ
7.ภายหลังกลับออกมาไม่ถึง 5 นาที ได้มีเพื่อนโทร.มา เพราะเห็นจากภาพ ซึ่งคิดว่าอ้วนเข้าไปสมัคร อ้วนได้แจ้งกลับว่า แค่มาคุยงานค่ะ และมีภาพจากเครือข่ายแท็กมากเยอะมาก นี่คือเหตุการณ์โดยรวมในวันดังกล่าว
8.หลังจากวันนั้น ทางทีมงานได้ดึงไลน์ของเลขาครูอ้วนเข้ากรุ๊ปไลน์ เพื่อให้เข้าเรียนคอร์สออนไลน์ และด้วยความอยากรู้ว่าคอร์สของบริษัทดังกล่าวคืออะไร เลขาครูอ้วนจึงเข้าไปนั่งฟังในออนไลน์ โดยทางทีมงานออกตัวให้ว่า ไม่มีค่าใช้จ่าย(ฟรี) แต่นั่งฟังอยู่ 10 นาที ก็ออกมาค่ะ เนื่องจากไม่ใช่งานที่เราถนัดค่ะ หลังจากนั้นทีมงานได้ติดต่อเข้ามาอีก เพื่อให้ครูอ้วนได้ลงคอร์ส และขอคอนแท็ก ครูอ้วน เพื่อจะดึงเข้ากรุ๊ป ถามซ้ำๆ และถูกกดดันจนทำให้ไม่สบายใจ เลขาครูอ้วนจึงทำหน้าที่ตัดปัญหา และตัดขาดการติดต่อกันอีกทันทีค่ะ
ขออนุญาตชี้แจง และยืนยันในความบริสุทธิ์อย่างจริงใจที่สุดมา ณ ที่นี้ด้วยค่ะ ครูอ้วน มณีนุช เสมรสุต”
นอกจากนี้ ครูอ้วน ก็ระบุข้อความอธิบายเพิ่มเติมว่า
“ใจเย็นๆนะคะ ภาพนี้นานมากแล้วเท่าที่จำได้ ได้มีทีมงานติดต่อมาแจ้งว่าสนใจอยากให้เข้ามาเป็น Partner กับธุรกิจนี้ซึ่งก็ไม่ทราบว่าคืออะไร จึงนัดเข้าไปขอคุยกันดูก่อน ซึ่งพอเข้าไปคุยแล้ว ก็อย่างที่หลายๆท่านออกมาพูดกันเลยค่ะ ซึ่งไม่ใช่ทางของครูอ้วนเลยไม่มีการ
ประสานงานต่อแต่อย่างใดค่ะส่วนรูปที่เห็นคือ มีหนึ่งในทีมงานที่ต่อมาขอนำรูปนี้เพื่อขอใช้ต้อนรับการเข้าไปคุยกันในครั้งนั้นค่ะ
ก็ตกใจเช่นกันค่ะเพราะพอไปถึงไม่คิดว่าจะขึ้นรูปใหญ่และทางการขนาดนี้หากอยากทราบรายละเอียดที่คุยในวันนั้นสามารถติดต่อมาได้เลยค่ะ ไม่มีอะไรปิดบังแน่นอนค่ะ”
“ขอบคุณทุกท่านที่เข้าใจ และแสดงความห่วงใยมาในทุกๆทางนะคะ ครูอ้วนสบายดีค่ะ ไม่มีกังวลอะไรค่ะ เพราะไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องเลยค่ะ”
ฝั่งของ ดีเจมะตูม เตชินท์ ก็ออกมาชี้แจงด้วยเหมือนกันเพราะตนเองเคยได้ไปร่วมงานกับ The icon เผยว่า
จากกรณีคลิปที่ไวรัลในtiktok ที่ มะตูมไปโชว์ตัวบนเวทีของงาน Icon meal ช่วงต้นเดือนมิ.ย. ที่ผ่านมา ขออนุญาตชี้แจงตรงนี้ทีเดียวเพื่อให้เข้าใจตรงกันนะครับ
มะตูมได้รับการติดต่อผ่านทางบริษัท Icon group ให้มาเป็น special guest เพื่อเซอรไพส์พี่เบสเทรนเนอร์ส่วนตัวของตูมบนเวที เนื่องจากโปรเจกต์นี้ พี่เบสถูกจ้างให้เป็นโค้ชด้านสุขภาพและโภชนาการกับทางแบรนด์ icon meal โดยทางแบรนด์ต้องการให้มะตูมมาเป็นแขกเซอร์ไพรส์ของพี่เบส และโชว์รูปร่างเพื่อสร้างแรงบันดาลใจเท่านั้น โดยพาร์ทหลักของตูมมีแค่20นาทีบนเวที และหัวข้อที่คุยบนเวทีมีแค่การเล่าประสบการณ์ตอนออกกำลังกายกับพี่เบส หลังจบพาร์ทตูมคณะผู้บริหารก็ขึ้นมามอบดอกไม้พร้อมมอบกระเช้าโพรดักต์และถ่ายรูปเหมือนอีเวนท์ปรกติทั่วไป และตูมก็ได้ออกจากบริเวณงานพร้อมพี่เบสเลยครับ หลังจากที่ตูมออกมาตูมไม่รับรู้หรือรับทราบในส่วนของระบบภายในแล้วครับ
เลยขอยืนยันว่าตูม “ไม่ได้ถูกจ้างให้เป็นพรีเซนเตอร์ เป็นบอส หรือมีส่วนได้ส่วนเสียใดๆกับทางแบรนด์ icon meal เหมือนที่หลายสำนักข่าวเข้าใจครับ”
และถ้าคนที่ติดตามตูมมาตลอด จะรู้ว่าที่ตูมลุกขึ้นมาออกกำลังกายเปลี่ยนแปลงหุ่นนั้น มันประมาณ2ปีกว่าแล้วด้วยครับ จริงๆก่อนจะมีแบรนด์นี้ด้วยซ้ำ และเป้าหมายของตูมคือเดินแฟชั่นวีคครับ ไม่ใช่ถูกจ้างเปลี่ยนหุ่นเพื่อแบรนด์นี้อย่างแน่นอนครับ ตูมมีหลักฐานทุกอย่างอยู่ในช่องยูทูบตูมเลยครับ
ทั้งนี้ตูมขอความเมตตาจากพี่ๆสื่อมวลชนและคนในโซเชียลทุกท่านให้ความเป็นธรรม พร้อมเปิดใจรับฟังในด้านของตูม ถ้าอะไรที่มะตูมทำผิดพลาด ตูมไม่เคยหนี ตูมพร้อมน้อมรับและพยายามแก้ไขปรับปรุงตัวมาเสมอครับ แต่ครั้งนี้ตูมขอชี้แจงในเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริง เพื่อไม่ให้เกิดการตีความและเข้าใจผิดและเสียหายต่อไปในหลายๆสื่อครับ
ขอบคุณคนที่ห่วงใยและเปิดใจรับฟังครับ
ดีเจมะตูม
13/10/24
อีกหนึ่งคนที่ก็ออกมาชี้แจงแบบด่วนๆ หลังมีภาพร่วมเฟรมเหล่าบอส ของ The icon โดยการโพสต์สตอรี่ ระบุข้อความว่า
“จากที่เป็นข่าวนะครับ ผมเปิดบิล กับ THE ICONไป 250,000 เหมือนกันครับ ผมจะกลับจากเกาหลี ถึงไทยพรุ่งนี้ รวบรวมหลักฐานเรียบร้อยจะรีบไปแจ้งความดำเนินคดีครับ”
เป็นการออกชี้แจงของเหล่าคนดัง ที่เคยร่วมเฟรมกับ บอสพอล ซึ่งยังมีคนดังอีกหลายคนยังคงเงียบ และไม่ได้ไปออกมาชี้แจงใดๆ คงต้องติดตามต่อไปว่า หลังจากนี้จะมีใครออกมาชี้แจงอีกไรอีกหรือไม่ หากมีอะไรเพิ่มเติม แอดจะรายงานให้ทราบต่อไปค่ะ