โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เรื่องสั้น

เมียสุดแสบของท่านประธาน

นิยาย Dek-D

อัพเดต 27 ก.พ. 2567 เวลา 02.05 น. • เผยแพร่ 27 ก.พ. 2567 เวลา 02.05 น. • J.Jusmin
เรายังไม่ได้คบกัน จะข้ามขั้นมาเป็นผัวเลยได้ยังไง

ข้อมูลเบื้องต้น

เรื่อง เมียสุดแสบของท่านประธาน

ธีร์ (อธิวัฒน์ ธนามหาเศรษฐ์)

CEO หนุ่มในวัย 30 ปี หล่อ รวย กรวย 60 โสดสนิท (เคยมีแฟนแต่ผิดหวัง)

พรีม (ศรัณย์ภัทร หิรัญอัครมนตรี)

นักศึกษาสาวสวย อายุ 20 ปี โสดซิง นิสัยน่ารัก เข้ากับคนได้ง่าย

**คำโปรย**

ความสัมพันธ์ของทั้งคู่เริ่มต้นเพราะความต้องการของผู้ใหญ่ และเพื่อช่วยประคองธุรกิจครอบครัวของพรีม ธีร์จึงต้องจำยอมหมั้นหมายกับผู้หญิงที่เขาไม่ได้เลือก แต่ใครจะคิดว่าหญิงสาวที่ดูน่ารักในสายตาของผู้ใหญ่ แต่พอย้ายมาอยู่ร่วมบ้านกับเขาแล้วจะกลายเป็นยัยตัวแสบที่ขี้อ้อนและอ่อยเก่ง

*****

"ถ้าพี่ไม่ใช่ผัวแล้วจะเป็นอะไร”

“เป็นแค่คู่หมั้นค่ะ เรายังไม่ได้คบกัน จะข้ามขั้นมาเป็นผัวเลยได้ยังไงคะ”

“เธอขย่มพี่ทั้งคืนแล้วจะไม่รับผิดชอบเหรอยัยตัวแสบ”

*****

คำเตือน

เนื้อหาในเรื่อง ตัวละคร สถานที่ และอาชีพ เป็นเพียงเรื่องสมมติที่แต่งขึ้นตามจินตนาการของนักเขียนเท่านั้นมีการบรรยายถึงเนื้อหาทางเพศ รวมถึงการร่วมรักเหมาะสำหรับบุคคลที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไปอ่านเพื่อความบันเทิงเท่านั้นโปรดใช้วิจารณาญาณในการอ่าน

ลิขสิทธิ์

นิยายเรื่องนี้เป็นลิขสิทธิ์ของนักเขียน นามปากกา J.Jusmin

“สงวนลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ.2537 และพระราชบัญญัติฉบับเพิ่มเติมฉบับอื่นๆ”

ห้ามมิให้ผู้ใดคัดลอก ทำซ้ำ ดัดแปลง หรือนำเนื้อหาไปเผยแพร่โดยไม่ได้รับอนุญาต

หากฝ่าฝืนดำเนินคดีตามกฎหมาย

ตอนที่ 1 - คลุมถุงชน

ภายในห้องสี่เหลี่ยมขนาดใหญ่ที่ถูกตกแต่งด้วยสไตล์โมเดิร์นคุมโทนสีขาว เทาและดำ รายล้อมไปด้วยกระจกสีชาดำที่มองเห็นวิวตึกสูงนับหลายสิบชั้น มองเห็นท้องฟ้าสว่างสดใส ช่วยป้องกันความร้อนจากแสงแดด แต่บุคคลภายนอกหรือผู้ที่อยู่ตึกตรงข้ามไม่สามารถมองเข้ามาเห็นภายในห้องได้ และนี่ก็เป็นห้องทำงานของประธานกรรมการบริหารหรือ CEO หนุ่มในวัย 30 ปี ผู้มีใบหน้าหล่อเหลาที่อยู่ในชุดสูตสีเทาเข้ม กำลังนั่งอยู่หลังโต๊ะทำงานขนาดใหญ่ที่มีคอมพิวเตอร์วางอยู่ และกำลังก้มหน้าตรวจเอกสารที่ได้รับจากเลขาส่วนตัวอย่างละเอียดถี่ถ้วน ก่อนจะลงมือเซ็นชื่อลงไปแล้วแล้วส่งคืนให้กับเลขาหนุ่ม

ครอบครัวธนามหาเศรษฐ์ เป็นเจ้าของธุรกิจอาหารและเครื่องดื่มในเครือ ที เอส กรุ๊ป ที่มีรายได้มากที่สุดในประเทศไทย บริหารงานโดยลูกชายเพียงคนเดียวของบ้านอย่าง ธีร์ อธิวัฒน์ ธนามหาเศรษฐ์

ก๊อก ก๊อก…

เสียงเคาะประตูดังขึ้นอยู่สองครั้ง ประตูห้องก็ถูกเปิดออกโดยพนักงานสาวผู้ทำหน้าที่เป็นผู้ช่วยเลขานุการที่อยู่หน้าห้อง และหญิงวัยกลางคนที่อยู่ในชุดกระโปรงสูตเรียบหรูดูแพง ถือกระเป๋าใบเล็กแบรนด์ดัง สวมใส่นาฬิกาข้อมือเรือนหรูราคาไม่ต่ำกว่าหนึ่งร้อยล้านบาทที่ข้อมือข้างซ้าย เดินเข้ามาภายในห้องอย่างสง่าผ่าเผย

“คุณแม่มาได้ยังไงครับ”

เมื่อเห็นผู้เป็นแม่เดินเข้ามา ธีร์ก็มีท่าทีประหลาดใจ เพราะร้อยวันพันปีถ้าแม่ของเขาไม่มีธุระเร่งด่วนก็จะไม่ค่อยได้เข้ามาที่บริษัท

พิรัชย์เลขาส่วนตัวของธีร์ เมื่อเห็นว่าแม่ของเจ้านายมาหาถึงห้องทำงาน เขาจึงเดินออกจากห้องเพื่อให้เจ้านายทั้งสองมีเวลาพูดคุยกันเป็นการส่วนตัว

“ถ้าแม่ไม่มาจะรู้ว่าลูกชายของแม่ทำงานหนักขนาดนี้เหรอ แล้วนี่ข้าวปลาได้กินบ้างรึเปล่าเนี่ย ดูสิลูกแม่ผอมหมดแล้ว” อมรภัคถามลูกชายด้วยความเป็นห่วง

แม้ว่าธีร์จะเป็นลูกชายเพียงคนเดียวของบ้าน แต่ก็แยกไปอยู่บ้านที่อีกหลังซึ่งสร้างอยู่ในบริเวณเดียวกัน แต่ด้วยงานบริหารที่ยุ่งจนไม่มีเวลา จึงไม่ค่อยได้พบหน้าหรือเข้าไปรับประทานอาหารร่วมกับพ่อและแม่ที่คฤหาสน์หลังใหญ่มานานเกือบเดือน

“คุณแม่ไม่ต้องเป็นห่วงนะครับ ผมกินข้าวทุกมื้อ”

“ทุกมื้อ แต่ไม่ตรงเวลาใช่ไหม” อมรภัคส่งสายตาคาดคั้นลูกชาย

“ก็มีเลยเวลาบ้างครับ แล้ววันนี้คุณแม่นึกยังไงถึงเข้ามาหาผมที่นี่ครับ แล้วคุณพ่อล่ะมาด้วยกันหรือเปล่า” ธีร์ถามผู้เป็นแม่ และไม่ลืมที่จะถามหาพ่อของเขาด้วย

“พ่อแกไปตีกอล์ฟก็เพื่อนน่ะ แม่เลยขอมาหาแกที่นี่” อมรภัคเอ่ยกับลูกชายด้วยใบหน้ายิ้มกริ่มราวกับมีเรื่องอะไรในใจ

“คุณแม่มีอะไรก็พูดมาตามตรงเถอะครับ” ธีร์ก็รู้ทันผู้เป็นแม่เช่นกัน ทำหน้าแบบนี้มีเรื่องที่จะร้องขอเขาอย่างแน่นอน และทุกครั้งเขาก็ไม่อาจปฏิเสธความต้องการของผู้เป็นแม่ได้เลย

“งั้นแม่ขอเข้าเรื่องเลยแล้วกันนะ พอดีบริษัทเพื่อนแม่กำลังเกิดปัญหา แม่เลยอยากให้ลูกเข้าไปช่วยซื้อหุ้นที่พวกผู้ถือหุ้นปล่อยขายทอดตลาดให้หน่อย” อมรภัคเอ่ยสิ่งที่ต้องการ

“ครับ ไม่มีปัญหา” ธีร์รีบตอบตกลง

แค่ช่วยซื้อหุ้นไม่ได้เป็นเรื่องใหญ่อะไร อีกอย่างเรื่องนี้มารดาของเขาก็คงจะปรึกษากับผู้เป็นพ่อมาเป็นอย่างดีแล้ว ไม่อย่างนั้นคงไม่มาขอให้เขาช่วยทั้งที่ยังไม่รู้ว่าบริษัทที่จะให้ไปรับซื้อหุ้นคืนมานั้นสามารถสร้างผลกำไรให้เขาได้อย่างไรหรือมากน้อยแค่ไหน

“ลูกไม่มีปัญหากับเรื่องที่แม่ขอใช่ไหม” อภรภัคถามย้ำเพื่อต้องการคำยืนยันจากปากของลูกชายอีกครั้ง

“ครับ”

“งั้นแม่จะถือว่าลูกตอบตกลงแล้วนะ” อมรภัคยังคาดคั้นคำตอบจากลูกชายต่อ

ธีร์เริ่มเกิดคำถามขึ้นในใจ ครั้งนี้ผู้เป็นแม่ดูจะมีคำถามแปลกๆ ทั้งที่เขาก็ตอบตกลงที่จะยื่นมือเข้าช่วยแล้ว แต่ก็ทำได้แค่ยืนยันคำตอบเดิม

“ครับ”

“เมื่อกี้แม่ยังบอกไม่หมด ลูกช่วยซื้อหุ้นของบริษัทเพื่อนแม่ แล้วแม่จะนำหุ้นนั้นไปขอหนูพรีมลูกสาวของทางนั้นมาเป็นลูกสะใภ้ ลูกจะมากลับคำตอนนี้ไม่ได้แล้วนะ เมื่อกี้แม่อัดเสียงเอาไว้แล้วว่าลูกตอบตกลง”

“นี่แม่กำลังจะคลุมถุงชนผมเหรอครับ” ธีร์ขมวดคิ้วมุ่นจ้องหน้าผู้เป็นแม่ ไม่คิดว่าแม่ของเขาจะใช้วิธีนี้มาบีบบังคับ

“คลุมถุงชนที่ไหนกัน ต้องเรียกว่าน้ำพึ่งเรือ เสือพึ่งป่าต่างหาก หรือลูกจะมองเป็นเรื่องธุรกิจก็ได้นะ อีกอย่างลูกก็อยู่เป็นโสดมาตั้งหลายปี อย่าบอกนะว่ายังลืมแม่คนรักเก่าที่หักอกลูกหนีไปแต่งงานกับชาวต่างชาติคนนั้นไม่ได้น่ะ ตอนนี้เพื่อนแม่กำลังเดือดร้อน เราเสียเงินซื้อหุ้นก็ถือเป็นการช่วยประคับประคองบริษัทของทางนั้นได้ แล้วอีกอย่างเพื่อนแม่ก็เกรงใจ แม่ก็เลยขอลูกสาวเขามาแทนและทางนั้นก็ตอบตกลงแม่มาแล้ว และหุ้นนี้แม่ก็ใช้เป็นค่าสินสอดขอหนูพรีมเพื่อรับเข้ามาอยู่ในบ้านของเราในฐานะลูกสะใภ้ของตระกูลธนามหาเศรษฐ์” อมรภัคอธิบายกับลูกชาย

ธีร์คิดอย่างไรก็ไม่อาจเข้าใจความคิดของผู้เป็นแม่ได้ ถ้าจะมองในเรื่องของธุรกิจเขาก็มีแต่ขาดทุน การเสียเงินเพื่อซื้อหุ้นของอีกบริษัทนั้นก็ต้องได้รับผลตอบแทนสิ แต่นี่แม่ของเขาจะใช้หุ้นที่ซื้อมาเพื่อไปขอลูกสาวของทางนั้นมาเป็นเมียของเขาทั้งที่เราทั้งสองคนยังไม่เคยรู้จักกันมาก่อน แล้วจะให้มารักกันและแต่งงานอยู่ด้วยกันได้อย่างไร แต่จะทำอย่างไรได้นอกจากทำตามใจท่านเพราะได้ตกปากรับคำไปแล้ว

“ผมทำตามที่คุณแม่บอกก็ได้ครับ แต่ผมขอยังไม่แต่งงานได้ไหมครับ” ถึงจะรับปากแต่ธีร์ก็ยังมีข้อแม้กับผู้เป็นแม่

“อ้าว ทำไมล่ะตาธีร์ รับปากแต่ไม่แต่งกับน้องมันหมายความว่ายังไง” อมรภัคหุบรอยยิ้มที่มีเอ่ยถามกับลูกชายอย่างไม่เข้าใจ ทำแบบนี้ก็ถือว่าเป็นการไม่ให้เกียรติอีกฝ่ายหรือเปล่า

“ผมขอแค่หมั้นกันก่อนได้ไหมครับ ให้เวลาผมหน่อย ผมตั้งตัวไม่ทัน แล้วอีกอย่างน้องพรีมของคุณแม่เต็มใจที่จะแต่งกับผมเหรอครับ” ธีร์ยกผู้หญิงอีกคนที่ยังไม่เคยเห็นหน้าค่าตาขึ้นมาอ้าง

ไม่รู้ว่าเป็นผู้หญิงแบบไหนกันถึงได้ยอมเอาตัวและความสุขของตัวเองเข้าแลกเพื่อเงิน ถึงจะขัดสนหรือธุรกิจครอบครัวมีปัญหา แต่ถ้าแม่ของเขามาร้องขอ เขาก็พร้อมจะช่วยเหลือเต็มที่อยู่แล้ว แต่ไม่ใช่ช่วยด้วยการแต่งงาน

“หนูพรีมก็คงยอมทำตามที่ผู้ใหญ่ต้องการนั่นแหละลูก ไม่อย่างนั้นแม่ของน้องจะรับปากแม่ทำไมถ้าน้องไม่ยินดี หนูพรีมเป็นเด็กน่ารัก นิสัยดี แม่เชื่อว่าอยู่ ๆ กันไปเดี๋ยวก็รักกันเอง”

อมรภัคจับมือของลูกชายเข้าไปวางไว้ในฝ่ามือ แล้ววางมืออีกข้างไว้ด้านบนแล้วตบเบาๆ พร้อมกับรอยยิ้มกว้างส่งให้กับคนที่ไม่ค่อยจะเห็นด้วยกับความคิดนี้

ทางด้านของครอบครัวหิรัญอัครมนตรี เมื่อรู้ว่าทางนั้นได้วางกำหนดการหมั้นหมายเอาไว้ในอีกสองเดือนข้างหน้า พิมลพรรณแม่ของพรีมก็รู้สึกผิดกับลูกสาวเป็นอย่างมาก ที่ต้องมาเสียสละตัวเองเพื่อช่วยธุรกิจของครอบครัวที่ก่อตั้งกันมาตั้งแต่สมัยรุ่นปู่รุ่นย่า

“ลูกคิดดีแล้วใช่ไหมที่จะย้ายไปอยู่ที่บ้านของพี่ธีร์ ถ้าลูกลำบากใจก็ไม่…” พิมลพรรณเอ่ยถามกับลูกสาวอย่างไม่เต็มเสียงและยังไม่สิ้นสุดประโยค พรีมก็พูดแทรกขึ้นมา

“คิดดีแล้วค่ะ แม่ไม่ต้องคิดมากนะคะ ก็แค่หมั้นยังไม่ได้แต่งกันสักหน่อย ถ้าอยู่กันไปแล้วไม่รัก หนูก็แค่ถอนหมั้นแค่นั้นเองค่ะ” หญิงสาวเอ่ยกับผู้เป็นแม่ด้วยใบหน้าประดับรอยยิ้ม

ครอบครัวของเธอดำเนินธุรกิจโรงพิมพ์แบบครบวงจรมานานนับหลายสิบปี แล้วจะให้มาล้มเอาตอนนี้ได้อย่างไร อะไรที่พอจะช่วยพยุงธุรกิจให้กลับมาแข็งแกร่งดังเดิมได้พรีมก็พร้อมที่จะทำ แม้จะต้องเข้าไปอยู่ร่วมบ้านกับคนแปลกหน้าก็ตาม

“มันจะไม่ใช่แค่นั้นน่ะสิลูก ถึงจะยังไม่ได้แต่งงานแต่ก็ต้องหมั้นแล้วย้ายไปอยู่ร่วมห้องกันแบบนั้น มันก็ถือว่าเป็นสามีภรรยากันอยู่ดี”

“พรีมทราบค่ะแม่ แต่แม่ไม่ต้องกังวลนะคะ พรีมรับมือได้ค่ะ”

เมื่อลูกสาวยืนยันมาดังนั้นพิมลพรรณจึงไม่ได้พูดอะไรต่อ ได้แต่ส่งยิ้มเพื่อให้กำลังใจลูกสาว และกล่าวขอโทษอยู่ในใจที่ทำให้พรีมต้องมาตกอยู่ในสถานการณ์แบบนี้ แม้ว่าพรีมจะเต็มใจทำเพื่อครอบครัวก็ตาม

สวัสดีค่าาาา

น้องเจ จัสมินนำนิยายเรื่องใหม่มาเสิร์ฟแล้วค่ะ

ฝากพี่ธีร์กับน้องพรีมไว้ในอ้อมอกอ้อมใจของทุกท่านด้วยนะคะ

รับประกันความแสบ(แซ่บ) ความฟิน แบบร้องซี้ดดดดกันเลยทีเดียว

**เรื่องนี้อ่านฟรีจนจบเหมือนเดิม แต่อ่านเงื่อนไขด้านล่างกันนิดนึงนะคะ**

แจ้งข่าวการอัปเดตรายตอน

**ช่วงแรกๆ จะอัปเดตแบบอ่านฟรีทุกวัน (วันละ 1 ตอน)

**หลังจากที่ลงขายอีบุ๊กแล้ว ขออนุญาตติดเหรียญแบบอ่านล่วงหน้าค่ะ

**สำหรับใครที่รออ่านฟรี จะมีการปลดอ่านฟรีแบบวันเว้นวันให้นะคะ

**ตอนพิเศษไม่ฟรี (จะลงแบบติดเหรียญให้หลังจากอัปเดตรายตอนครบทุกตอน)

ย้ำว่าทุกตอนได้อ่านฟรีจนจบอย่างแน่นอน

แต่แต่แต่

ขอสงวนสิทธิ์ให้คนที่ซื้ออีบุ๊กกับติดเหรียญแบบอ่านล่วงหน้าได้อ่านก่อนนะคะ

ตอนที่ 2 - หรือว่าจะเป็นเกย์

“พรีม ทางนี้” ทันทีที่หญิงสาวในชุดนักศึกษาก้าวลงจากรถ เพื่อนรักอย่างนิวเยียร์ที่มาถึงก่อน และได้นั่งรออยู่ที่ม้าหินอ่อนที่อยู่ไม่ไกลจากลานจอดรถของมหาวิทยาลัยชื่อดังก็ได้ยกมือขึ้นตะโกนเรียก

พรีม ศรัณย์ภัทร หิรัญอัครมนตรี นักศึกษาปี 2 คณะวารสารศาสตร์และสื่อสารมวลชน อายุ 20 ปี เจ้าของใบหน้าวีเชฟ สวย เซ็กซี ผมยาวสลวยสีน้ำตาลประกายทอง แม้จะสวมใส่ชุดนักศึกษาที่ไม่รัดรูปมาก แต่ก็พอเห็นส่วนเว้าส่วนโค้ง และก้อนกลมสองก้อนเด่นชัดชวนสะกดสายตาหนุ่มๆ ให้พากันหันมองทุกครั้งที่เดินผ่าน

“เมื่อคืนแกมีเรื่องอะไรจะบอกฉัน” นิวเยียร์ยิงคำถามที่อยากรู้ใส่เพื่อนรักขณะที่ทั้งสองคนกำลังพากันเดินเข้าไปยังอาคารของคณะ เพราะเมื่อคืนที่คุยแชทกันค้างไว้ คือพรีมบอกว่ามีเรื่องจะบอก แต่ขอมาบอกด้วยตัวเองในเช้าวันนี้

“ฉันกำลังจะหมั้น”

“ฮะ!!!” คำตอบสั้นๆ ถึงกับทำให้นิวเยียร์เบิกตาโพลงด้วยความตกใจ เพื่อนสาวของเธอยังไม่มีแฟน อยู่ ๆ จะมาหมั้นกับใคร

“นี่แกแอบซุ่มไปมีแฟนตั้งแต่เมื่อไหร่ ทำไมเพื่อนรักอย่างฉันถึงไม่รู้เรื่อง” นิวเยียร์คาดคั้นเอาคำตอบ

“แฟนบ้าอะไรล่ะ ก็แค่จะหมั้นเพื่อช่วยบริษัทของฉันก็เท่านั้น” พรีมอธิบายสาเหตุที่แท้จริง แม้จะคิดมาดีแล้วกับการตัดสินใจในครั้งนี้ แต่การหมั้นหมายและเข้าไปอยู่ในบ้านของใครก็ไม่รู้ ก็ทำให้เธอเกิดความลำบากใจขึ้นมาไม่มากก็น้อย

“แกจะเอาแบบนั้นจริงๆ เหรอ หมั้นกันเพราะธุรกิจ แล้วคิดว่าผู้ชายคนนั้นจะรักแกได้หรือไง”

“ไม่รู้สิ แต่อีกสองเดือนข้างหน้าฉันก็ต้องหมั้นแล้วย้ายไปอยู่ในบ้านของเขาแล้ว”

“ไม่เป็นไรนะแก ในเมื่อตัดสินใจไปแล้ว ฉันเชื่อว่าแกจะผ่านมันไปได้” นิวเยียร์รีบคว้ามือเพื่อนเอามาจับเพื่อให้กำลังใจ

“ขอบใจแกมากนะ”

“ว่าแต่ผู้ชายคนนั้นเป็นใคร อายุเท่าไหร่”

“เห็นว่าชื่อธีร์ อายุสามสิบ”

“ฮะ อายุขนาดนั้นยังยอมถูกคลุมถุงชนอีกเหรอ เขาเป็นคนรักสันโดษแบบอยากหนีไปบวชอยู่คนเดียว หรือไม่ก็เป็นเกย์ไหมวะแก ถึงไม่ยอมมีเมียสักที” นิวเยียร์ออกความเห็นด้วยความสงสัย

และเธอเองก็สงสัยเรื่องนี้อยู่เหมือนกัน ผู้ชายอายุสามสิบปี เป็นถึง CEO ที่ทั้งเก่งทั้งฉลาดแบบนี้ แถมตระกูลนั้นก็เป็นตระกูลมหาเศรษฐี คงจะหาแฟนเข้าบ้านให้แม่สักคนได้ไม่ยาก แต่ทำไมถึงยังไม่มีนี่สิ ถ้าไม่บ้างานหรือเคยถูกหักอก ก็คงจะเป็นเกย์อย่างที่นิวเยียร์ว่า

“ถ้าเป็นเกย์ก็ดีน่ะสิ จะได้ตกลงกันง่ายๆ หน่อย”

“ตกลงเรื่องอะไร” นิวเยียร์ถามกลับ

“ก็ในเมื่อหมั้นกันเพราะเรื่องธุรกิจ งานแต่งของเราก็คงไม่จำเป็นต้องทำให้มันเกิดขึ้นก็ได้ และการอยู่ด้วยกันแบบนอนห้องเดียวกันอย่างที่ทางนั้นต้องการ แต่ถ้าอีตาพี่ธีร์นั่นเป็นเกย์อย่างที่คิดไว้จริงๆ ก็คงไม่มีอารมณ์มาทำผู้หญิงสวยๆ อย่างฉันหรอก แกว่าไหม” พรีมยกยิ้มตอบเพื่อนสาว

“ก็หวังว่าเขาจะเป็นเกย์อย่างที่คิดไว้นะ” นิวเยียร์ตอบอย่างไม่เต็มเสียง เพราะเธอเองก็ไม่เคยรู้จัก ไม่เคยเห็นลักษณะนิสัยหรือท่าทางของผู้ชายคนนั้นมาก่อน ก็ได้แต่คาดเดาตามความคิดของเธอก็เท่านั้น

เวลาหมั้นก็ใกล้จะมาถึง พรีมขอให้นิวเยียร์มาลองชุดหมั้นเป็นเพื่อนที่ร้าน เพราะคนที่เธอจะหมั้นหมายด้วยให้เหตุผลว่าติดงานมาไม่ได้ และตั้งแต่วันที่ทั้งสองครอบครัวตกลงเรื่องนี้กัน เธอก็ยังไม่เคยพูดคุยหรือเห็นแม้แต่เศษเสี้ยวใบหน้าของผู้ชายคนนั้นเลยด้วยซ้ำ

“ว่าที่คู่หมั้นของแกนี่ยังไงกัน ขนาดลองชุดหมั้นก็ยังไม่มา ช่างให้เกียรติเพื่อนรักของฉันซะจริง”

“เอาน่า เป็นแบบนี้ก็ดีแล้วไม่ใช่เหรอ”

พรีมคิดในแง่ดี บางทีการที่ทางนั้นเป็นฝ่ายไม่เห็นเธออยู่ในสายตามันก็เป็นผลดีต่อตัวเธอ ยิ่งเขาไม่สนใจเธอมากเท่าไร เธอก็ยิ่งมีอิสระทำอะไรตามใจตัวเองได้มากเท่านั้น

“เอาแกว่าก็แล้วกัน ไหนดูสิว่าคนสวยสุดเซ็กซีที่มีนามว่าแม่นางศรัณย์ภัทรจะใส่ชุดแบบไหนให้อีตาคู่หมั้นตะลึงในความงามดี” นิวเยียร์เอ่ยพลางเลือกดูชุดหมั้นให้กับเพื่อนสาว ก่อนจะหยิบออกมาจากราวชุดหนึ่งแล้วยื่นให้เพื่อนรัก

พรีมรับชุดมาไว้ในมือแล้วเข้าไปลองสวมใส่ในห้องลองชุด ก่อนจะออกมาด้วยชุดไทยที่มีความเรียบหรู ท่อนบนห่มด้วยสไบสองชั้น ชั้นในเป็นสไบแพรจีบสีชมพูกลีบบัว ห่มทับด้วยสไบปักสีทอง ท่อนล่างเป็นผ้าซิ่นที่เป็นผ้าไหมยกทอง คาดด้วยเข็มขัดทอง และสวมใส่เครื่องประดับแบบเต็มยศ ขนาดเพื่อนรักเห็นยังตะลึงในความสวยเบิกตาโพลงค้างจ้องมองอย่างไม่วางตาขนาดนี้ ถ้าผู้ชายคนนั้นมาเห็นจะไม่ตะลึงยิ่งกว่านิวเยียร์เหรอ

“โหยัยพรีม สวยเวอร์วังมากจ้า…” นิวเยียร์ถึงกับรีบลุกขึ้น แล้วหยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดชัตเตอร์รัวๆ ส่วนอีกคนก็ยืนโพสต์ท่าให้เพื่อนถ่ายได้หนำใจ

“งั้นฉันเอาชุดนี้แหละ ขี้เกียจลองหลายชุด” พรีมเอ่ยกับเพื่อนรัก

แม้ในร้านจะมีชุดสวยๆ ให้เลือกมากมาย แต่มันก็แค่พิธีที่ทำให้มันเสร็จๆ ไป จะใส่ชุดไหนก็เหมือนกัน

“จะไม่ลองอีกสักชุดสองชุดเหรอ เผื่อมีชุดอื่นที่สวยกว่า” นิวเยียร์อดเสียดายไม่ได้ ถ้าเป็นเธอก็คงจะเลือกไม่ถูกว่าจะใส่ชุดไหนดี

“เอาชุดนี้แหละ แกว่าสวยก็พอแล้ว” พรีมก้มลงมองชุดที่สวมใส่อีกครั้ง ก่อนจะฉีกยิ้มให้เพื่อนรัก

“จ้าแม่คนสวย”

“ฉันกลับเข้าไปเปลี่ยนชุดก่อนนะ เอาเวลาไปหาของกินอร่อยๆ ดีกว่า”

ออกจากร้านทั้งสองสาวก็ตรงไปที่ห้างสรรพสินค้าที่อยู่ไม่ไกล แล้วพากันเข้าไปนั่งในร้านเพื่อกินปิ้งย่างสไตล์เกาหลีอย่างสบายใจ เมื่อกินกันอิ่มแล้วก็จัดการเช็กบิลแล้วพากันเดินออกจากร้าน

ทั้งสองคนเดินย่อยอาหารพูดคุยกันไป และพอไปถึงชั้นที่เป็นซูเปอร์มาเก็ต ก็พากันหยิบตะกร้าใบเล็กคนละใบ เดินเลือกซื้อของกินติดไม้ติดมือกลับบ้านไปด้วย

พรีมขอแยกกับเพื่อนเพราะนิวเยียร์กำลังเดินไปยังโซนขนมขบเคี้ยว ส่วนเธอก็เดินไปยังโซนตู้แช่เย็นเพื่อหาซื้อนมและโยเกิร์ต เมื่อเธอหยิบของใส่ในตะกร้าที่วางไว้กับพื้น และก้มหยิบตะกร้าหมุนตัวจะเดินออกมา ก็ชนเข้ากับชายคนหนึ่งที่อยู่ในชุดสูตเต็มยศ และข้างๆ ยังมีผู้ชายวัยใกล้เคียงกันยืนอยู่ด้วยอีกคน แต่ประเด็นคือเธอชนจนโทรศัพท์ในมือของเขาหล่นลงพื้นไปเป็นที่เรียบร้อย

“ขอโทษค่ะ ฉันไม่ทันระวังเอง” พรีมช้อนสายตาขึ้นมองอีกฝ่ายเพื่อขอโทษ

“ไม่เป็นไร”

พรีมแล้วรีบก้มหยิบโทรศัพท์ที่ตกอยู่ที่พื้น เป็นจังหวะเดียวกันกับเจ้าของมือถือที่ก้มลงมาพร้อมกันจนศีรษะของทั้งสองคนชนกันจนเกิดเสียงดัง

“โอ๊ย…” หญิงสาวก้นจ้ำเบ้านั่งพับเพียบลงกับพื้น ดีที่กระโปรงไม่ได้สั้นมาก ไม่อย่างนั้นคงจะเห็นไปถึงไหนต่อไหนแล้ว

ในขณะที่อีกฝ่ายแค่ยกมือลูบตรงหน้าผากแล้วก็คว้าโทรศัพท์ของเขาแล้วเดินออกไป โดยที่ไม่สนใจเธอเลยสักนิดว่าจะเจ็บตรงไหนหรือเปล่า

“ไอ้บ้า คนอะไรหน้าตาก็ดี แต่ไร้มารยาทที่สุด” พรีมหันไปถลึงตาใส่แผ่นหลังของคนตัวสูงที่ไม่แม้แต่จะหันกลับมามอง พร้อมกับด่าตามหลังเสียงอู้อี้ในลำคอ รีบลุกขึ้นยืนพร้อมกับคว้าตะกร้าเดินไปหาเพื่อนที่เดินเลือกซื้อขนมด้วยอารมณ์ขุนมัว

ตอนที่ 2 มาแล้วคร๊าาาา

อยากจะแหม… ให้อีตาพี่ธีร์

เมินน้องแบบนี้ให้ได้ตลอดนะจ๊ะ ขอเตือนไว้ก่อน อิอิ

ตอนที่ 3 - งานหมั้นที่ไม่เต็มใจ

“ฉันล่ะตื่นเต้นแทนแกจังเลยยัยพรีม แต่ดูแกจะชิวมากเลยนะ” นิวเยียร์ที่กำลังช่วยจัดแจงชุดไทยสำหรับใส่ในพิธีหมั้น ก็พูดคุยกับเพื่อนพลางก้มลงมองตรงนั้นทีหันมองตรงนี้ทีเพื่อให้ทุกอย่างออกมาอย่างเพอร์เฟกต์ไร้ที่ติ และพรีมต้องเป็นผู้หญิงที่สวยที่สุดในงานวันนี้เท่านั้น

งานหมั้นถูกจัดขึ้นที่บ้านของฝ่ายชาย หลังจากพิธีหมั้นเสร็จสิ้น พรีมก็ต้องย้ายไปอยู่ที่บ้านของธีร์ตามที่พ่อแม่ของทั้งสองฝ่ายได้ตกลงกันเอาไว้

“มีอะไรให้ตื่นเต้นกัน ทำอย่างกับจะมาหมั้นแทนฉันอย่างนั้นแหละ”

“ไม่เอาอะ ฉันไม่ชอบคนแก่ แต่เมื่อกี้ตอนที่ไปเข้าห้องน้ำ ฉันเห็นหน้าว่าที่คู่หมั้นของแกแล้วนะ”

“อืม แล้วไง” พรีมถามกลับอย่างขอไปที

“อยากจะบอกว่าหล่อมาก หล่อเวอร์วังยิ่งกว่าในรูปที่ฉันเอาให้แกดูซะอีก หุ่นนี่สูงยาวเข่าดีเหมาะกับการเป็นพ่อพันธ์ชั้นดีเลยอะแก” นิวเยียร์เอ่ยพลางยกยิ้ม แหงนหน้ามองฝ้าเพดานราวกับคนละเมอเพ้อพก

“จะหล่อ จะสูง จะยาว ก็เรื่องของแกเถอะ ฉันไม่สนใจหรอก ก็แค่หมั้นและอยู่ด้วยกันเพราะธุรกิจ”

“อยู่ด้วยกันทุกวันมันก็ไม่แน่นะ ไม่แกก็อาจจะเป็นเขาที่เผลอมีใจให้กันก็ได้ ใครจะรู้”

“ใครไม่รู้ แต่ฉันรู้ใจตัวเองก็แล้วกัน” พรีมตอบเพื่อนรักอย่างมั่นใจ

ระหว่างที่คุยกันอยู่ประตูห้องแต่งตัวก็ได้ถูกเปิดออก ทั้งสองสาวต่างพากันหันไปมองและเห็นพิมลพรรณแม่ของพรีมเดินเข้ามาภายในห้อง

“ใกล้จะถึงฤกษ์แล้วเหรอคะแม่”

“จ๊ะ ลูกพร้อมแล้วใช่ไหม” พิมลพรรณยื่นมือมาจับมือทั้งสองข้างของลูกสาวแล้วเอ่ยถามอีกครั้ง ถ้าพรีมเกิดเปลี่ยนใจ คนเป็นแม่อย่างเธอก็ไม่อาจบังคับให้ลูกต้องทำในสิ่งที่ไม่ยินยอมได้

“พร้อมแล้วค่ะ” พรีมคลี่ยิ้มกว้างอย่างคนไม่คิดอะไร เธอทำใจมาตั้งสองเดือนแล้ว จะมากลัวอะไรในวันนี้

หลังจากนั้นทั้งสามคนก็พากันเดินออกจากห้องเพื่อลงไปทำพิธีที่ชั้นล่างของคฤหาสน์ และนี่ก็เป็นการพบหน้ากันครั้งแรกของเขาและเธอ

พรีมหันมองคู่หมั้นหนุ่ม คิ้วเล็กก็ขมวดเข้าหากัน เพราะใบหน้าของเขานอกจากจะหล่อ ไร้เม็ดสิว หรือแม้กระทั่งรอยตีนกาหรือรอยเหี่ยวย่นแล้วนั้น ใบหน้าหล่อของเขายังไม่เหมือนกับคนที่อายุสามสิบเลยด้วยซ้ำ ส่วนอีกฝ่ายก็มองเธอด้วยสายตานิ่งเฉย เย็นชา ไร้ความรู้สึกเหมือนวันนั้นไม่มีผิด วันที่เธอเดินชนจนทำให้โทรศัพท์ของเขาร่วงลงพื้น

และก็มีเพียงสายตากับความคิดของพรีมเท่านั้นที่กำลังทำงานอย่างต่อเนื่อง เพราะอีกฝ่ายทำเหมือนไม่รู้จักกันและทำพิธีตามที่ผู้ใหญ่ได้ชี้นำจนเกือบจะเสร็จพิธี

“ไหว้พี่เขาสิลูก” พิมลพรรณบอกกับลูกสาว

“ต้องไหว้ด้วยเหรอคะแม่”

“ถ้าน้องไม่อยากไหว้ก็ไม่เป็นไรครับ” เสียงทุ้มเปล่งออกมาจากปากของชายคู่หมั้น

“หนูพรีมยังเด็กไม่แปลกที่จะไม่รู้พิธี แม่ว่าต่างคนต่างไหว้กันดีกว่าจ้ะ จะได้รักและเคารพกัน” อมรภัคแม่ของฝ่ายชายเอ่ยพร้อมกับมองชายหญิงทั้งสองสลับกัน

พรีมและธีร์หันมองสบตากันครู่หนึ่ง ก่อนที่จะยกมือไหว้กันและกันอย่างจำใจก็เป็นอันเสร็จพิธี หลังจากนั้นก็ต้องปั้นหน้าถ่ายรูปยิ้มสวยๆ นั่งอยู่ข้างชายคู่หมั้นที่ดูเขาก็ไม่ค่อยเต็มใจกับงานนี้สักเท่าไร โดยที่ด้านหลังมีญาติผู้ใหญ่ของทั้งสองฝ่ายนั่งอยู่ที่เก้าอี้ และแขกที่มาร่วมงานก็ผลัดเปลี่ยนกันเข้ามาถ่ายรูปร่วมกัน

งานวันนี้ไม่ได้เชิญแขกเหรื่อมามากมาย มีเพียงญาติและเพื่อนสนิทของทั้งสองฝ่ายก็เท่านั้น หลังจากงานเลี้ยงจบลง คนทั้งสองก็ขึ้นห้องพร้อมกัน โดยที่มีพ่อแม่ของทั้งสองฝ่ายเดินตามขึ้นไปส่งราวกับส่งตัวบ่าวสาวเข้าเรือนหออย่างไรอย่างนั้น

“อยู่กับพี่ธีร์ก็อย่าดื้อนะลูก เชื่อฟังพี่เขานะ” พิมลพรรณอบรมลูกสาว พอนึกว่าจะต้องห่างกันก็รู้สึกใจหายอย่างบอกไม่ถูก

“ค่ะแม่”

“ลูกก็เหมือนกันตาธีร์ อย่าให้แม่รู้นะว่ารังแกน้อง หรือทำให้น้องเสียใจ” อมรภัคเอ่ยกับลูกชาย

“ครับแม่”

“หนูพรีมจ๊ะ ถ้าต้องการอะไรก็บอกพี่เขาได้เลยนะไม่ต้องเกรงใจ” แม่ของฝ่ายชายหันไปเอ่ยกับหญิงสาว

“ขอบคุณค่ะคุณแม่”

“น่ารักที่สุดเลยลูกสะใภ้ของแม่” อมรภัคยกมือขึ้นลูบผมของพรีมอย่างเบามือ พร้อมกับคิดในใจว่าคิดไม่ผิดจริงๆ ที่เลือกเด็กคนนี้เป็นลูกสะใภ้ รับรองว่าเอาลูกชายของเธออยู่หมัดอย่างแน่นอน

ผู้ใหญ่พากันแยกย้ายลงไปชั้นล่าง ทั้งสองคนก็เข้าไปในห้องนอน พรีมที่เดินตามหลังก็สอดสายตามองไปยังพื้นที่ภายในห้องที่มีเตียงขนาดคิงส์ไซซ์ตั้งอยู่ตรงกลางห้อง ด้านข้างผนังมีโซฟาหนังแท้สีดับขลับตั้งวางอยู่คล้ายกับมุมอ่านหนังสือ และมีโต๊ะทำงานตั้งอยู่ใกล้ๆ กัน

“ชื่อพี่ธีร์ใช่ไหมคะ”

“อืม”

แค่คำตอบสั้นๆ ก็รับรู้ได้ถึงความเยือกเย็นจากผู้ชายตรงหน้า ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมถึงยังไม่มีใคร

“หนูชื่อพรีมนะคะ”

“รู้แล้ว”

พรีมถึงกับอยากจะมองบนและถอนหายใจออกมาแรงๆ เพราะคำตอบมันสั้นมากเหมือนคนไม่อยากจะคุยกัน ถือได้ว่าผู้ชายคนนี้มีมนุษยสัมพันธ์ที่ติดลบเอามากๆ

“พี่คือคนที่พรีมชนที่ห้างวันนั้นใช่ไหมคะ”

“อืม”

แทนที่จะถามว่าศีรษะของเราที่ชนกันวันนั้นเธอเจ็บหรือเปล่า แต่เขาก็ยังตอบกลับมาแค่อืมสั้นๆ

“แล้วโทรศัพท์พี่พังไหมคะ”

“พังก็แค่ซื้อใหม่”

“รู้ค่ะว่ารวย” รวยแค่เงิน แต่แล้งน้ำใจ พรีมลอบด่าในใจ

“คุยกันก่อนได้ไหมคะ พรีมมีเรื่องจะคุยกับพี่” พรีมเอ่ยกับเจ้าของห้องที่เดินไปย่อตัวลงนั่งที่โซฟาหนังแท้ราคาแพง

“…”

ในเมื่อเขาให้ความเงียบกลับมา พรีมจึงพูดต่อเอง

“พี่คิดจะให้พรีมอยู่ด้วยไปจนถึงเมื่อไรคะ”

ประโยคแรกที่ออกจากปากของหญิงสาวก็ทำให้ชายหนุ่มช้อนสายตาขึ้นมองใบหน้าสวย ที่ตอนนี้กำลังทำหน้าจริงจังยืนรอฟังคำตอบของเขาอยู่

“อยากอยู่นานแค่ไหนก็ตามใจ”

“ดูเหมือนจะไม่ค่อยเต็มใจให้อยู่ด้วย แล้วทำไมถึงยอมตกลงหมั้นกับพรีมล่ะคะ ดูหน้าแล้วไม่เหมือนคนที่อยากหมั้นกันเลยสักนิด”

“แล้วคิดว่าไง”

ที่ถามไปยังไม่ได้คำตอบ นี่ยังจะถามเธอกลับมาอีก

“ไม่อยากตอบก็ไม่เป็นไรค่ะ แต่ยังไงก็ขอบคุณพี่ธีร์ด้วยนะคะที่ยอมหมั้นกับพรีมและช่วยเรื่องหุ้นของบริษัท งั้นเรามาทำข้อตกลงในการอยู่ร่วมกันดีไหมคะ” ในเมื่อเขาไม่อยากบอก เธอก็จะเข้าประเด็นเลยแล้วกัน

“ข้อตกลงอะไร”

เป็นไงล่ะจ๊ะพี่ธีร์ คู่หมั้นคนนี้ถูกใจมั้ยคะ 5555

เขาบ้านวันแรกก็โดนยัยน้องตั้งเงื่อนไขซะแล้ว ดูซิคุณพี่ธีร์จะทำยังไง

อ่านต่อนิยายเรื่องนี้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...