โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

“บล.กสิกรไทย” ชี้ SCC รับอานิสงส์อุปทานปิโตรเคมีหาย 20% ดันสเปรดพุ่ง

ข่าวหุ้นธุรกิจ

อัพเดต 2 วันที่แล้ว • เผยแพร่ 2 วันที่แล้ว • ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์

บริษัทหลักทรัพย์ กสิกรไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KS ระบุในบทวิเคราะห์ถึงแนวโน้มธุรกิจของบริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน) หรือ SCC ว่า ผู้บริหารประเมินกำลังการผลิตปิโตรเคมีทั่วโลกที่หายไปจากตลาดอยู่ที่ประมาณ 46 ล้านตัน หรือคิดเป็นราว 20% ของอุปทานโลก โดยในจำนวนดังกล่าวราว 9 ล้านตันต่อปีเป็นกำลังการผลิตที่ต้องปิดดำเนินการเป็นระยะเวลานานกว่า 3 ปี ขณะที่ส่วนที่เหลือเป็นการประกาศเหตุสุดวิสัย (Force Majeure) และการหยุดดำเนินการเชิงพาณิชย์ (Commercial Shutdown) ในสัดส่วนใกล้เคียงกัน

ทั้งนี้ ภาวะดังกล่าวส่งผลให้ผู้ประกอบการที่ยังดำเนินการอยู่จำเป็นต้องเดินเครื่องเต็มกำลังการผลิตเพื่อตอบสนองความต้องการของตลาด ส่งผลให้ภาวะอุปทานตึงตัวมากขึ้น หากการหยุดชะงักยังยืดเยื้อ ซึ่งหนุนให้ส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์ (Spread) ปรับตัวเพิ่มขึ้นราว 250 ดอลลาร์สหรัฐต่อตัน

อย่างไรก็ตาม ราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้นยังเป็นปัจจัยกดดันต้นทุนการผลิต โดยต้นทุนเงินสด (Cash Cost) ปรับเพิ่มจากระดับประมาณ 350 ดอลลาร์สหรัฐต่อตัน มาอยู่ที่ราว 500-550 ดอลลาร์สหรัฐต่อตัน

สำหรับความคืบหน้าของโครงการ Ethane Receiving Project ล่าสุดดำเนินการแล้ว 54% และยังอยู่ภายใต้งบประมาณที่วางไว้ โดยคาดว่าจะแล้วเสร็จตามแผนในช่วงครึ่งหลังของปี 2570 ซึ่งจะเป็นปัจจัยสำคัญต่อการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันด้านต้นทุนในระยะยาว

ขณะที่ธุรกิจซีเมนต์ วัสดุก่อสร้าง (CBM) และธุรกิจอื่น ๆ ยังคงเผชิญแรงกดดันจากต้นทุนพลังงานที่เพิ่มขึ้น รวมถึงต้นทุนวัตถุดิบชีวมวล (Biomass Feedstock) ที่มีแนวโน้มสูงขึ้นเช่นกัน อย่างไรก็ดี บริษัทได้ปรับกลยุทธ์โดยเพิ่มการใช้เชื้อเพลิง RDF และพลังงานหมุนเวียน เพื่อช่วยลดผลกระทบด้านต้นทุน

ด้านสถานะการเงิน SCC ใช้เงินลงทุน (CAPEX) เพียง 5,000 ล้านบาทในไตรมาส 1/2569 แต่ยังคงเป้าการลงทุนทั้งปีไว้ที่ 30,000 ล้านบาท ส่งผลให้เงินสดในมือเพิ่มขึ้นจาก 52,000 ล้านบาท ณ สิ้นปี 2568 เป็น 67,000 ล้านบาท ขณะที่หนี้สินสุทธิลดลงราว 3,000 ล้านบาท ทำให้อัตราส่วนหนี้สินสุทธิต่อ EBITDA (Net Debt/EBITDA) ปรับลดลงมาอยู่ที่ระดับ 5 เท่า สะท้อนฐานะการเงินที่แข็งแกร่งขึ้นต่อเนื่อง ท่ามกลางการฟื้นตัวของธุรกิจปิโตรเคมีในระยะถัดไป

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...