โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

“ดาวโจนส์” ปิดลบ 153 จุด กังวล “สงคราม” ดันเงินเฟ้อพุ่ง

ข่าวหุ้นธุรกิจ

อัพเดต 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา • ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์

ผู้สื่อข่าวรายงาน ดัชนีดาวโจนส์ ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดลบเล็กน้อยในวันศุกร์ (1 พ.ค.69) นักลงทุนกังวลความตึงเครียดตะวันออกกลางอาจซ้ำเติมแรงกดดันเงินเฟ้อ ขณะจับตาความคืบหน้าการเจรจา หลังตลาดยังเผชิญความไม่แน่นอนด้านภูมิรัฐศาสตร์

ขณะที่ดัชนี S&P500 และ Nasdaq ปิดที่ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ โดยได้แรงหนุนจากผลประกอบการที่แข็งแกร่งและราคาน้ำมันดิบที่ปรับตัวลง

ทั้งนี้ ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 49,499.27 จุด ลดลง 152.87 จุด หรือ -0.31%, ดัชนี S&P500 ปิดที่ 7,230.12 จุด เพิ่มขึ้น 21.11 จุด หรือ +0.29% และดัชนี Nasdaq ปิดที่ 25,114.44 จุด เพิ่มขึ้น 222.13 จุด หรือ +0.89%

ดัชนี S&P500 ปรับตัวขึ้นในแดนบวกเช่นเดียวกับ Nasdaq โดยได้แรงหนุนจากหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี โดยทั้งสองดัชนีปรับตัวขึ้นต่อเนื่องเป็นสัปดาห์ที่ 6 ติดต่อกัน ซึ่งเป็นช่วงขาขึ้นรายสัปดาห์ที่ยาวนานที่สุดนับตั้งแต่เดือนต.ค. 2567

จากบริษัท 314 แห่งที่รายงานผลประกอบการ มี 83% ที่ทำกำไรสูงกว่าคาด และ 78% มีรายได้ดีกว่าที่คาดการณ์ ตามข้อมูลของ LSEG

นักวิเคราะห์จาก Carson Group กล่าวว่า การเคลื่อนไหวของตลาดในวันศุกร์เป็นเหมือนการตอกย้ำสัปดาห์ที่แข็งแกร่งอีกสัปดาห์สำหรับนักลงทุน เนื่องจากผลประกอบการออกมาดีกว่าคาดอย่างต่อเนื่อง ขณะเดียวกันดัชนี S&P500 ยังทำผลงานเดือนเม.ย. ได้ดีที่สุดเป็นอันดับสองนับตั้งแต่ปี 2493

ความคืบหน้าในการยุติสงครามระหว่างสหรัฐฯ-อิสราเอลกับอิหร่านอย่างสันติยังคงชะงักงัน โดยการปิดช่องแคบฮอร์มุซสร้างแรงกดดันให้ราคาพลังงานปรับตัวขึ้นและกระตุ้นความกังวลด้านเงินเฟ้อ

อย่างไรก็ตาม ราคาน้ำมันดิบล่วงหน้าปรับตัวลง หลังมีรายงานว่าอิหร่านได้ยื่นข้อเสนอใหม่เพื่อเจรจากับสหรัฐฯ

โดยข้อมูลเศรษฐกิจบ่งชี้ว่ากิจกรรมภาคการผลิตของสหรัฐฯ ขยายตัวในเดือนเม.ย. เป็นเดือนที่ 4 ติดต่อกัน แต่ดัชนีราคาที่จ่าย (prices-paid component) ซึ่งเป็นตัวชี้วัดเงินเฟ้อ พุ่งขึ้นสู่ระดับสูงสุดในรอบ 4 ปี ตามข้อมูลของสถาบันจัดการด้านอุปทาน (ISM)

ใน 11 กลุ่มอุตสาหกรรมหลักของดัชนี S&P500 หุ้นกลุ่มเทคโนโลยีปรับตัวขึ้นมากที่สุด ขณะที่หุ้นกลุ่มพลังงานปรับตัวลงมากที่สุด

หุ้น Apple พุ่งขึ้น 3.3% หลังบริษัทคาดการณ์ยอดขายที่แข็งแกร่ง โดยได้รับแรงหนุนจากความต้องการ iPhone 17 และ MacBook Neo

หุ้นกลุ่มซอฟต์แวร์ปรับตัวขึ้น หลัง Atlassian ปรับเพิ่มคาดการณ์รายทั้งปี โดยราคาหุ้นพุ่งขึ้น 29.6%

ขณะที่หุ้น Salesforce และหุ้น ServiceNow ปรับตัวขึ้น 4.1% และ 3.2% ตามลำดับ

กำไรไตรมาสล่าสุดของ Exxon Mobil ถูกกระทบจากสถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลาง ส่วน Chevron แม้กำไรออกมาดีกว่าที่คาด แต่ภาพรวมยังอยู่ในระดับต่ำสุดในรอบ 5 ปี ส่งผลให้หุ้นของทั้งสองบริษัทปรับตัวลง 1.0% และ 1.4% ตามลำดับ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...