เขมรเคลม หรือวัฒนธรรมร่วม? เมนูเขมรหลายอย่างมีรากไทย ตั้งแต่ห่อหมก-ขนมชั้นปรับรสชาติ วิถีวัฒนธรรมใกล้เคียงแต่ต่างรายละเอียด สะท้อนภูมิหลังความสัมพันธ์เพื่อนบ้าน
ณ วันนี้เรื่องเคลมก็คงไม่พ้นชาติเขมรที่กลายเป็นว่าขโมยต้นฉบับกันมาแบบดื้อๆ แต่ก่อนจะมาพูดถึงยุคใหม่แห่งการเคลมของเขมรในวันนี้ เอาเป็นว่าเอย่าเอย่าจะมาเปิดเมนูไทยที่ชาวเขมรเอามาเป็นแรงบันดาลใจและดัดแปลงจนกลายเป็นของตนให้ทราบกัน
เมนูที่ 1 อาม็อก (Amok) ได้แรงบันดาลใจมาจากห่อหมกของไทยโดยมีหลักฐานปรากฎในช่วงศตวรรษที่ 18-19 ซึ่งตรงกับยุคปลายสมัยกรุงศรีอยุธยา ถึงต้นรัตนโกสินทร์ ซึ่งในช่วงเวลาดังกล่าวเป็นความสัมพันธ์รูปแบบ "ผู้อุปถัมภ์" (สยาม) และ "ผู้รับอุปถัมภ์" (เขมร) จึงก่อให้เกิดการไหลของวัฒนธรรมสยามเข้าสู่ราชสำนักเขมรและอาม็อกก็คือหนึ่งในวัฒนธรรมสยามที่ไปสู่เขมรนั่นเอง แต่ปรับให้ใช้เครื่องแกงเขมรและรสชาติออกมันและเผ็ดน้อยลงนั่นเอง
2. แกงกะหรี่เขมร หรือ Kari Sach Moan ก็เป็นอีกเมนูหนึ่งจากราชสำนักไทยที่ไหลไปสู่เขมรและถูกปรับแต่งรสชาติใหม่ให้ลดทอนความเผ็ดร้อนและเพิ่มความหวานมันของกะทิเข้าไปเพื่อให้ถูกปากคนเขมรนั่นเอง
เมนูที่ 3 คือข้าวเหนียวกะทิ หรือBai Domnaeb Khtis แม้เมนูนี้จะไม่ได้เกิดจากการไหลของราชาำนักไทยไปสู่ราชสำนักเขมรแต่ก็ต้องบอกว่าเมนูนี้เป็นของเขมรชาติเดียวก็คงไม่ถูกนักเพราะจุดต่างระหว่างข้าวเหนียวมูนของไทยกับ Bai Domnaeb Khtis คือ ข้าวเหนียวเขมรจะราดกะทิแต่ไม่ได้มูลจนเข้ากันเหมือนไทยนั่นทำให้ความหอมและความเข้มข้นลึกซึ้งของรสชาตต่างกัน
เมนูสุดท้ายที่เอย่าจะนำเสนอคือขนมชั้นหรือ Num Chan แม้ขนมชั้นจะไม่ปรากฎหลักฐานการไหลจากราชสำนักสยามแต่การพัฒนาของอาหารทำให้ขนมชัันของพัฒนาจากความเรียบง่ายเป็นขนมที่เน้นความละเอียดและดีเทลของแต่ละชั้นชัดเจนในขณะที่ Num Chan มีความคงเอกลักษณ์เดิมมากกว่าทั้ง texture ที่นุ่มและความเป็นชั้นแบบไม่เนียน
อีกเรื่องหนึ่งหากเรามาดูคำศัพท์คำว่าขนมชั้นของไทยคำว่าชั้นของเราแปลว่าระดับซึ่งเราก็ใช้คำว่า"ชั้น" เดียวกันในบริบทอื่นด้วย ในขณะที่คำว่าชั้นในภาษาเขมรจะออกเสียงว่า choan จะแตกต่างกับกับว่า chan ของขนมชั้นทั้งตัวเขียนและการออกเสียง คุณผู้อ่านคิดว่าเคลมมาจากไทยไหมอันนี้ลองฝากไปให้คิดดูเป็นการบ้านนะคะ จะได้รู้ว่าชาวเขมรไม่ได้เพิ่งตั้งหน้าตั้งตาก๊อปพี่ไทยในช่วงชีวิตนี้เท่านั้นเพราะความจริงอาจจะก๊อปปี้กันมาเป็นร้อยปีแล้วแต่เราแค่ไม่ถือสาเพราะถือว่าเพื่อนบ้านกัน
ที่มา : AYA