โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

“ดาวโจนส์” ปิดบวก 301 จุด รับสัญญาณบวก “สหรัฐ–อิหร่าน” จ่อเปิดโต๊ะเจรจารอบ2

ข่าวหุ้นธุรกิจ

อัพเดต 8 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 8 ชั่วโมงที่ผ่านมา • ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดบวกในวันจันทร์ (13 เม.ย.) หลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ กล่าวว่า อิหร่านต้องการทำข้อตกลงเพื่อยุติสงคราม ซึ่งข่าวดังกล่าวทำให้นักลงทุนมีความหวังว่ายังคงมีทางออกสำหรับการยุติความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ขณะเดียวกันนักลงทุนจับตาการเปิดเผยผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนอย่างใกล้ชิด

ทั้งนี้ ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 48,218.25 จุด เพิ่มขึ้น 301.68 จุด หรือ +0.63%, ดัชนี S&P500 ปิดที่ 6,886.24 จุด เพิ่มขึ้น 69.35 จุด หรือ +1.02% และดัชนี Nasdaq ปิดที่ 23,183.74 จุด เพิ่มขึ้น 280.84 จุด หรือ +1.23%

ในช่วงแรก ดัชนีดาวโจนส์ปรับตัวลง หลังจากสหรัฐฯ และอิหร่านไม่สามารถบรรลุข้อตกลงเพื่อยุติสงคราม ในการเจรจาสันติภาพซึ่งจัดขึ้นที่ประเทศปากีสถานเมื่อช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา และกองทัพสหรัฐฯ ได้เริ่มปิดล้อมช่องแคบฮอร์มุซ ในขณะที่อิหร่านขู่ว่าจะตอบโต้ด้วยการโจมตีท่าเรือของประเทศเพื่อนบ้านในอ่าวเปอร์เซีย

อย่างไรก็ดี ดัชนีดาวโจนส์ รวมทั้ง S&P500 และ Nasdaq ดีดตัวขึ้นสู่แดนบวก หลังจากปธน.ทรัมป์กล่าวว่า คณะบริหารของเขาได้รับสายโทรศัพท์จากอิหร่านเมื่อช่วงเช้าวันจันทร์ โดยอ้างว่าอิหร่านต้องการทำข้อตกลงเป็นอย่างมาก ขณะที่ฝ่ายสหรัฐฯ ได้ส่งสัญญาณถึงความกระตือรือร้นในการบรรลุข้อตกลงเพื่อยุติความขัดแย้งด้วยเช่นกัน

แม้ว่าปธน.ทรัมป์ไม่ได้เปิดเผยว่ารัฐบาลสหรัฐฯ ได้ตกลงที่จะเจรจากับอิหร่านอีกรอบก่อนที่ข้อตกลงหยุดยิงจะสิ้นสุดลงในวันที่ 21 เม.ย.หรือไม่ แต่สื่อหลายสำนักของสหรัฐฯ รายงานโดยอ้างแหล่งข่าวจากเจ้าหน้าที่สหรัฐฯ และแหล่งข่าวในภูมิภาคว่า ทั้งสหรัฐฯ และอิหร่านต่างก็เปิดช่องทางไว้สำหรับการเจรจาเพิ่มเติม

ตลาดยังได้แรงหนุนจากการที่ราคาน้ำมัน WTI ลดช่วงบวกลงมาปิดที่ระดับต่ำกว่า 100 ดอลลาร์/บาร์เรล รวมทั้งการแสดงความเห็นของออสแตน กูลส์บี ประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) สาขาชิคาโกซึ่งระบุว่า ทิศทางของตลาดน้ำมันในขณะนี้สะท้อนให้เห็นว่าการพุ่งขึ้นของราคาน้ำมันจะเกิดขึ้นเพียงระยะสั้น และตราบใดที่ยังเป็นเช่นนี้ ผลกระทบที่มีต่อเศรษฐกิจสหรัฐฯ อาจอยู่ในวงจำกัด

โดยหุ้น 9 ใน 11 กลุ่มในดัชนี S&P500 ปิดในแดนบวก นำโดยหุ้นกลุ่มการเงินพุ่งขึ้น 1.73% ตามด้วยหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีพุ่งขึ้น 1.72% ส่วนหุ้นกลุ่มสาธารณูปโภคร่วงลง 1.19% และกลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภคปรับตัวลง 1.04%

ส่วนหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีได้รับแรงหนุนจากการพุ่งขึ้นของบริษัทผู้ผลิตซอฟต์แวร์ ซึ่งรวมถึงหุ้น Microsoft ปิดตลาดพุ่งขึ้น 3.6% และหุ้น Oracle ทะยานขึ้น 12.7%

ขณะที่หุ้น Goldman Sachs ปิดตลาดปรับตัวลง 1.9% เนื่องจากนักลงทุนผิดหวังผลประกอบการ โดยแม้ว่าธนาคารเปิดเผยกำไรโดยรวมที่สูงกว่าคาดในไตรมาสแรกที่สิ้นสุดวันที่ 31 มี.ค. แต่รายได้จากธุรกิจซื้อขายตราสารหนี้ ค่าเงิน และสินค้าโภคภัณฑ์ (FICC) ปรับตัวลง 10% สู่ระดับ 4.01 พันล้านดอลลาร์

ส่วนหุ้นกลุ่มธุรกิจเดินทางในดัชนีดาวโจนส์ (Dow Jones Transportation Average Index) ปรับตัวลง 2.5% ท่ามกลางความวิตกกังวลเกี่ยวกับต้นทุนเชื้อเพลิงที่ปรับตัวสูงขึ้น ทั้งนี้ หุ้น United Airlines และหุ้น Delta Air Lines ต่างก็ร่วงลงกว่า 1% และหุ้น American Airlines ปรับตัวลง 0.8%

ด้านนักลงทุนจับตาผลประกอบการของธนาคารรายใหญ่ในสัปดาห์นี้ ซึ่งรวมถึง JPMorgan, Citi และ Wells Fargo นอกจากนี้ นักลงทุนยังรอดูข้อมูลเศรษฐกิจที่สำคัญของสหรัฐฯ ซึ่งได้แก่ตัวเลขการจ้างงานของภาคเอกชนรายสัปดาห์จาก ADP, ดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI), ดัชนีตลาดที่อยู่อาศัยจากสมาคมผู้สร้างบ้านแห่งชาติ (NAHB), รายงานสรุปภาวะเศรษฐกิจ หรือ Beige Book จากธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด), จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ และการผลิตภาคอุตสาหกรรม

ส่วนข้อมูลเศรษฐกิจที่มีการรายงานเมื่อคืนนี้ สมาคมนายหน้าอสังหาริมทรัพย์แห่งชาติของสหรัฐฯ (NAR) เปิดเผยว่า ยอดขายบ้านมือสองในสหรัฐฯ ลดลง 3.6% ในเดือนมี.ค. สู่ระดับ 3.980 ล้านหน่วยต่อปีเมื่อปรับตามฤดูกาล ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนมิ.ย. 2568 ขณะที่นักเศรษฐศาสตร์คาดการณ์ไว้ก่อนหน้านี้ว่า ยอดขายอาจชะลอลงสู่ระดับ 4.06 ล้านหน่วยต่อปี

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...