โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

นิคมปิโตรฯอิหร่านถูกถล่ม โลกสะเทือน ราคาน้ำมันพุ่งแน่

แนวหน้า

เผยแพร่ 19 ชั่วโมงที่ผ่านมา

ช่วงเช้าวันเสาร์ที่ 4 เมษายน 2569 (ประมาณ 08.30 น.ตามเวลาท้องถิ่น) อิสราเอลได้ส่งเครื่องบินรบเข้าโจมตีโรงงานหลายแห่ง ที่อยู่ในนิคมอุตสาหกรรมปิโตรเคมี ใน Mahshahr Special Economic Zone และ Bandar Imam ใน จ.คูเซสถาน (Khuzestan) ทางตะวันตกเฉียงใต้ของอิหร่าน โดยกองทัพอิสราเอล (IDF) อ้างว่า พื้นที่ดังกล่าวถูกใช้เป็นฐานในการผลิตวัสดุสำหรับขีปนาวุธนำวิถี (Ballistic Missiles)

1.ความเสียหายเบื้องต้น มีรายงานผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 5 ราย และบาดเจ็บกว่า 170 ราย (ตัวเลขจากสื่อทางการอิหร่าน IRNA) โรงงานปิโตรเคมีหลักที่ได้รับความเสียหายหนักคือ Karun, Bandar Imam และ Fajr

2.ความสำคัญของโรงงานแห่งนี้ นิคมฯ Mahshahr และ Bandar Imam ไม่ใช่แค่โรงงานผลิตพลาสติกทั่วไป แต่เป็น "เครื่องยนต์ทางการเงิน" ของอิหร่าน รายได้เงินตราต่างประเทศ อุตสาหกรรมปิโตรเคมีสร้างรายได้ให้อิหร่าน ราว 1.5 หมื่นล้านดอลลาร์ต่อปี เป็นสินค้าส่งออกที่ไม่ใช่น้ำมันดิบ (Non-oil export) ที่สำคัญที่สุด

ช่องทางเลี่ยงแซงก์ชัน : ผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมีขนส่งได้ง่ายและตรวจสอบยากกว่าน้ำมันดิบ ทำให้อิหร่านใช้ภาคส่วนนี้ในการหาเงินตราต่างประเทศ เพื่อพยุงค่าเงินเรียล และงบประมาณกองทัพ ที่สำคัญคือ เป็นฐานการผลิตต้นน้ำ เป็นแหล่งผลิตเอทิลีน, โพลีเอทิลีน และสารอะโรมาติกส์ ซึ่งเป็นวัตถุดิบพื้นฐานของอุตสาหกรรมต่อเนื่องเกือบทุกชนิดในประเทศ

3.ผลกระทบต่ออิหร่าน และอุตสาหกรรมโลก

- ผลกระทบต่ออิหร่าน

อัมพาตทางการผลิต : การโจมตีทำให้การผลิตวัสดุเคมีในนิคมฯ ต้องหยุดชะงักทั้งหมด คาดว่าความเสียหายทางเศรษฐกิจอาจสูงถึงหลายพันล้านดอลลาร์

วิกฤตค่าเงิน : เมื่อขาดรายได้จากการส่งออกปิโตรเคมี จะซ้ำเติมปัญหาเงินเฟ้อและการอ่อนค่าของเงินเรียลอย่างรุนแรง

การตอบโต้ทางทหาร : อิหร่านขู่ว่าจะโจมตีสถานทูตอิสราเอลทั่วโลก และอาจปิดช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งจะยิ่งทำให้สถานการณ์ลุกลาม

- ผลกระทบต่อโลก

ห่วงโซ่อุปทานเอเชียตึงตัว : อิหร่านเป็นผู้ส่งออกรายใหญ่ไปยัง จีน อินเดีย และเกาหลีใต้ การขาดหายไปของสินค้าปิโตรเคมีจะทำให้ต้นทุนการผลิตพลาสติก สิ่งทอ และชิ้นส่วนยานยนต์ในเอเชียพุ่งสูงขึ้น

ราคาน้ำมันและพลังงาน : แม้จะเป็นโรงงานปิโตรเคมี แต่ความกังวลเรื่องสงครามเต็มรูปแบบอาจดันราคาน้ำมันดิบโลกให้พุ่งสูงขึ้น (นักวิเคราะห์บางส่วนมองว่าอาจแตะ 170 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล หากมีการปิดช่องแคบฮอร์มุซตามมา)

ภาวะเงินเฟ้อรอบใหม่ : ต้นทุนวัตถุดิบปิโตรเคมีที่เพิ่มขึ้นจะส่งผ่านไปยังราคาสินค้าอุปโภคบริโภคทั่วโลกภายใน 2 - 3 เดือนข้างหน้า

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...