โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

จับตาเงินหมุนเวียน “สงกรานต์” แตะ 1.30 แสนลบ. ลุ้นโรงแรม-เครื่องดื่ม รับอานิสงส์

ข่าวหุ้นธุรกิจ

อัพเดต 2 วันที่แล้ว • เผยแพร่ 12 ชั่วโมงที่ผ่านมา • ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ระหว่างวันที่ 13-15 เมษายน 2569 ซึ่งเป็นช่วงวันหยุดยาวที่ประชาชนมีการเดินทางและใช้จ่ายเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ส่งผลให้หุ้นหลายกลุ่มธุรกิจมีแนวโน้มได้รับอานิสงส์จากกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่คึกคักขึ้น ทั้งภาคการท่องเที่ยว การบริโภค และการเดินทางภายในประเทศ อย่างไรก็ตาม ภาพรวมการใช้จ่ายในปีนี้ยังเผชิญแรงกดดันจากปัจจัยภายนอก โดยเฉพาะราคาพลังงานที่ปรับตัวสูงขึ้น ซึ่งอาจจำกัดการฟื้นตัวของกำลังซื้อในประเทศ

นายธนวรรธน์ พลวิชัย อธิการบดีมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย และประธานที่ปรึกษาศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ ประเมินว่า เศรษฐกิจไทยยังเผชิญแรงกดดันจากปัจจัยภายนอก โดยเฉพาะความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลาง ซึ่งผลักดันราคาน้ำมันในตลาดโลกปรับตัวเพิ่มขึ้นแตะระดับประมาณ 110 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล และส่งผลให้ราคาน้ำมันในประเทศขยับขึ้นใกล้ระดับ 60 บาทต่อลิตร เมื่อรวมกับต้นทุนการขนส่งที่สูงขึ้น จึงเริ่มสะท้อนผ่านพฤติกรรมการใช้จ่ายของประชาชนในช่วงเทศกาลสงกรานต์ปีนี้อย่างมีนัยสำคัญ

ทั้งนี้ แม้สงกรานต์โดยปกติจะเป็นช่วงเวลาที่มีการใช้จ่ายสูงสุดของปี แต่ในปี 2569 ประชาชนมีแนวโน้มระมัดระวังการใช้จ่ายมากขึ้น สอดคล้องกับบรรยากาศที่เคยเกิดขึ้นในช่วงการแพร่ระบาดของโควิด-19 และเหตุการณ์สงครามรัสเซีย-ยูเครน ขณะเดียวกัน ยังต้องติดตามแรงหนุนจากภาคการท่องเที่ยว โดยเฉพาะจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติในช่วงเทศกาล ซึ่งหากเพิ่มขึ้นจากแรงดึงดูดของเทศกาล อาจช่วยพยุงบรรยากาศเศรษฐกิจโดยรวมได้บางส่วน

ผลสำรวจพฤติกรรมผู้บริโภคช่วงสงกรานต์ปี 2569 จากกลุ่มตัวอย่าง 1,280 ราย ระหว่างวันที่ 25-30 มีนาคม 2569 พบว่า มูลค่าการใช้จ่ายโดยรวมคาดว่าจะอยู่ที่ 129,649 ล้านบาท ลดลง 3.7% จากปี 2568 ที่มีมูลค่า 134,631 ล้านบาท และถือเป็นระดับต่ำสุดในรอบ 4 ปีนับตั้งแต่ปี 2566 สะท้อนว่ากำลังซื้อของภาคครัวเรือนยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่ แม้กิจกรรมเศรษฐกิจตามฤดูกาลจะกลับมาคึกคักก็ตาม

สำหรับพฤติกรรมการเข้าร่วมกิจกรรม พบว่า 41.8% ของผู้ตอบแบบสอบถามมีแผนเข้าร่วมกิจกรรมสงกรานต์ ขณะที่ 56.6% เลือกทำกิจกรรมภายในจังหวัดที่อาศัยอยู่ 28.0% เลือกพักผ่อนอยู่บ้าน 5.5% วางแผนเดินทางไปต่างประเทศ 5.0% เดินทางกลับภูมิลำเนาโดยไม่มีแผนท่องเที่ยว 4.2% กลับบ้านพร้อมวางแผนท่องเที่ยว และ 0.7% มีแผนเดินทางไปต่างประเทศเพิ่มเติม สะท้อนว่าการใช้จ่ายส่วนใหญ่ยังเน้นกิจกรรมภายในประเทศเป็นสำคัญ

ด้านค่าใช้จ่ายเฉลี่ยของประชาชนกระจายอยู่ในหลายหมวด โดยการซื้อสินค้าฟุ่มเฟือยมีมูลค่าสูงสุด 11,375 บาท รองลงมา ได้แก่ สินค้าคงทน 5,563 บาท ค่าเดินทางกลับต่างจังหวัด 5,514 บาท ค่าใช้จ่ายด้านการสังสรรค์ 3,802 บาท และค่าอุปโภคบริโภคทั่วไป 2,559 บาท นอกจากนี้ยังมีค่าใช้จ่ายด้านประเพณี เช่น การรดน้ำดำหัว 2,393 บาท รวมถึงค่าใช้จ่ายด้านอื่น ๆ อาทิ การรับประทานอาหารนอกบ้าน การท่องเที่ยวเพื่อความบันเทิง และการทำบุญ

ในด้านความกังวลของประชาชน พบว่า ราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้นเป็นปัจจัยหลักที่สร้างความกังวลมากที่สุด คิดเป็น 95.1% รองลงมา ได้แก่ ราคาสินค้าและบริการ ความปลอดภัยในทรัพย์สิน ปัญหาการจราจร และเหตุทะเลาะวิวาทในช่วงเทศกาล ขณะที่บรรยากาศการเล่นน้ำสงกรานต์ ประชาชน 51.8% มองว่ายังคงสนุกสนานใกล้เคียงกับปีก่อน 33.1% เห็นว่าสนุกลดลง และ 15.1% มองว่าสนุกมากขึ้น

ในเชิงการลงทุน แม้ธีม “หุ้นรับอานิสงส์สงกรานต์” ยังคงเป็นหนึ่งในธีมเด่นที่นักลงทุนให้ความสนใจในระยะสั้น จากพฤติกรรมการบริโภคและการเดินทางที่เพิ่มขึ้นตามฤดูกาล แต่ทิศทางการฟื้นตัวของเศรษฐกิจและผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนในระยะสั้นยังขึ้นอยู่กับปัจจัยภายนอกเป็นสำคัญ โดยเฉพาะราคาพลังงาน ต้นทุนค่าครองชีพ และกำลังซื้อของประชาชนภายในประเทศ

สำหรับกลุ่มหุ้นที่คาดว่าจะได้รับความสนใจในช่วงสงกรานต์ ได้แก่ กลุ่มท่องเที่ยว โรงแรม และสายการบิน อาทิ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ AOT, บริษัท ดิ เอราวัณ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ ERW, บริษัท โรงแรมเซ็นทรัลพลาซา จำกัด (มหาชน) หรือ CENTEL, บริษัท ไมเนอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) หรือ MINT, บริษัท การบินกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BA และบริษัท เอเชีย เอวิเอชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ AAV ซึ่งมีโอกาสเห็นรายได้ฟื้นตัวตามการเดินทางที่เร่งตัวขึ้นในช่วงวันหยุดยาว

ขณะเดียวกัน หุ้นกลุ่มค้าปลีกและร้านสะดวกซื้อ เช่น บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) หรือ CPALL, บริษัท เซ็นทรัล รีเทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ CRC, บริษัท เบอร์ลี่ ยุคเกอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ BJC, บริษัท โฮม โปรดักส์ เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ HMPRO และบริษัท สยามโกลบอลเฮ้าส์ จำกัด (มหาชน) หรือ GLOBAL มีแนวโน้มได้รับอานิสงส์จากการจับจ่ายใช้สอยของผู้บริโภคในช่วงเทศกาล รวมถึงแรงหนุนจากมาตรการกระตุ้นการใช้จ่ายของภาครัฐ

ขณะที่กลุ่มอาหารและเครื่องดื่ม เช่น บริษัท คาราบาวกรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ CBG, บริษัท โอสถสภา จำกัด (มหาชน) หรือ OSP, บริษัท อิชิตัน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ ICHI, บริษัท เซ็ปเป้ จำกัด (มหาชน) หรือ SAPPE, บริษัท ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ TU และบริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ CPF ก็มีโอกาสได้แรงหนุนจากยอดขายที่ขยายตัวตามบรรยากาศการท่องเที่ยวและการเฉลิมฉลอง

นอกจากนี้ หุ้นในกลุ่มพลังงานและค้าปลีกน้ำมัน เช่น บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) หรือ PTT, บริษัท พีทีจี เอ็นเนอยี จำกัด (มหาชน) หรือ PTG และบริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือ OR ยังมีแนวโน้มได้รับอานิสงส์จากปริมาณการเดินทางที่เพิ่มขึ้นทั่วประเทศ ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อความต้องการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงและธุรกิจต่อเนื่องภายในสถานีบริการน้ำมัน

ด้านนายฐกฤต ชาติเชิดศักดิ์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายวิจัย บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน) หรือ KSS เปิดเผยกับ “ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์” ว่า หุ้นที่คาดว่าจะได้รับอานิสงส์จากเทศกาลสงกรานต์ปี 2569 จะกระจุกตัวอยู่ใน 2 กลุ่มหลัก ได้แก่ กลุ่มโรงแรม และกลุ่มเครื่องดื่ม ซึ่งเป็นกลุ่มที่ได้รับแรงหนุนโดยตรงจากฤดูกาลท่องเที่ยวและสภาพอากาศร้อนในช่วงดังกล่าว

ทั้งนี้ ในส่วนของกลุ่มโรงแรม มองว่าเป็นกลุ่มที่มีแนวโน้มเห็นรายได้และผลประกอบการโดดเด่น โดยเฉพาะผู้ประกอบการที่มีโรงแรมในประเทศ ได้แก่ บริษัท ดิ เอราวัณ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ ERW และบริษัท โรงแรมเซ็นทรัลพลาซา จำกัด (มหาชน) หรือ CENTEL ซึ่งมีโอกาสได้รับแรงหนุนจากการเดินทางท่องเที่ยวภายในประเทศที่เพิ่มขึ้นในช่วงวันหยุดยาว

ขณะที่กลุ่มเครื่องดื่มเป็นอีกกลุ่มที่น่าสนใจ เนื่องจากปีนี้สภาพอากาศร้อนมากกว่าปกติ จึงมีโอกาสหนุนยอดขายสินค้าเครื่องดื่มเร่งตัวขึ้น โดยบริษัท อิชิตัน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ ICHI และบริษัท เซ็ปเป้ จำกัด (มหาชน) หรือ SAPPE เป็นหุ้นที่คาดว่าจะได้รับอานิสงส์อย่างมีนัยสำคัญ

ส่วนบริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ AOT นั้น KSS มองว่าอาจได้รับปัจจัยบวกในลักษณะทางอ้อมจากการเดินทางที่เพิ่มขึ้นทั้งในประเทศและต่างประเทศ อย่างไรก็ตาม หากพิจารณาในเชิงธีมการลงทุนช่วงสงกรานต์ ฝ่ายวิจัยยังให้น้ำหนักต่อกลุ่มโรงแรมและเครื่องดื่มมากกว่า โดยมี ERW, CENTEL, ICHI และ SAPPE เป็นหุ้นเด่นที่น่าจับตาในช่วงเทศกาลนี้

อย่างไรก็ดี มุมมองจาก นายกรรณ์ หทัยศรัทธา หัวหน้ากลยุทธ์การลงทุนและนักเศรษฐศาสตร์ (ลูกค้ารายย่อย)บริษัทหลักทรัพย์ ซีจีเอส อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) จำกัด หรือ CGSI ประเมินว่า ธีม “หุ้นรับอานิสงส์สงกรานต์” ในปี 2569 อาจไม่ได้โดดเด่นเท่ากับปีก่อน ๆ เนื่องจากบรรยากาศการใช้จ่ายยังถูกกดดันจากราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้น ซึ่งเริ่มกระทบกำลังซื้อของผู้บริโภค โดยเฉพาะกลุ่มรายได้ปานกลางถึงระดับล่าง ส่งผลให้การเก็งกำไรหุ้นตามปัจจัยฤดูกาลในรอบนี้อาจเกิดขึ้นได้เพียงจำกัด

นายกรรณ์ กล่าวว่า ในมุมมองของฝ่ายวิจัย กลุ่มค้าปลีกยังไม่น่าจะเห็นแรงกระตุ้นเด่นในช่วงสั้น แม้ภาครัฐอาจมีมาตรการช่วยเหลือค่าครองชีพออกมาเพิ่มเติม แต่คาดว่าจะมีลักษณะประคองภาระประชาชนมากกว่ากระตุ้นการใช้จ่ายอย่างมีนัยสำคัญ ขณะที่การแข่งขันในกลุ่มเครื่องดื่มยังอยู่ในระดับสูง ทำให้หุ้นที่เคยได้อานิสงส์จากอากาศร้อนและกิจกรรมเทศกาลอาจไม่ได้ตอบรับเชิงบวกชัดเจนเหมือนในอดีต

อย่างไรก็ตาม CGSI มองว่ายังมีบางกลุ่มที่พอได้รับแรงหนุนจากการเดินทางในช่วงวันหยุดยาว โดยเฉพาะหุ้นในกลุ่มโรงแรมและร้านอาหาร ซึ่งมีโอกาสได้ประโยชน์จากการท่องเที่ยวทั้งในประเทศและนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางเข้ามาในช่วงเทศกาล

โดยหุ้นที่แนะนำในธีมดังกล่าว ได้แก่ บริษัท ไมเนอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) หรือ MINT, บริษัท โรงแรมเซ็นทรัลพลาซา จำกัด (มหาชน) หรือ CENTEL และบริษัท ดิ เอราวัณ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ ERW ซึ่งราคาหุ้นได้ปรับฐานลงมาก่อนหน้านี้และมีโอกาสฟื้นตัวได้หากบรรยากาศการเดินทางออกมาดีกว่าคาด

นอกจากนี้ นายกรรณ์ ยังมองว่า หุ้นในกลุ่มสถานีบริการน้ำมันอาจได้รับผลบวกเชิงจิตวิทยาเล็กน้อยจากแนวโน้มที่ภาครัฐปล่อยให้ราคาน้ำมันสะท้อนกลไกตลาดมากขึ้น ทำให้แรงกดดันต่อค่าการตลาดอาจน้อยกว่าช่วงก่อนหน้า อย่างไรก็ตาม CGSI ยังไม่ได้ให้น้ำหนักเชิงบวกเป็นรายตัวต่อหุ้นกลุ่มดังกล่าว จึงมองว่าหากจะเลือกลงทุนตามธีมสงกรานต์ในปีนี้ กลุ่มโรงแรมและท่องเที่ยวยังคงมีความน่าสนใจมากกว่ากลุ่มอื่น

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...