ลืมเด็กไว้ในรถ สถิติที่ไม่เคยเลือนหาย 9 ปีทีผ่านมาเด็กติดในรถ 131 เหตุการณ์
ซ้ำแล้วซ้ำอีกที่มักจะเห็นข่าวบนสื่อต่างๆ ว่า “ผู้ปกครองลืมลูกน้อยไว้ในรถจนขาดอากาศหายใจ” ล่าสุดเมื่อไม่นานมานี้ 22 มี.ค. 2566 แม่ที่ประกอบอาชีพขายไก่ย่างร้องไหแทบขาดใจ ลืมลูกชายวัยเพียง 3 ขวบ ไว้ในรถนานกว่า 2 ชั่วโมง รีบไปเปิดรถดูพบนอนสลบบนเบาะ สุดท้ายยื้อชีวิตไม่ได้ แม้แม่จะเคยสอนให้ลูกบีบแตรแล้ว แต่ก็ไม่ได้ช่วย กลายเป็นเหตุการณ์ล่าสุดที่เพิ่งเกิดขึ้นนับเป็นความสูญเสียที่ไม่อาจประเมินค่าได้ แต่เลือกที่จะป้องกันได้ด้วยการให้ความสำคัญกับวิธีป้องกัน
รศ.นพ.อดิศักดิ์ ผลิตผลการพิมพ์ ผู้อำนวยการสถาบันแห่งชาติเพื่อการพัฒนาเด็กและครอบครัว ม.มหิดล เปิดเผยสถิติที่เด็กถูกลืมไว้ในรถปี 1 จะมี 2-3 ราย จากข้อมูลเด็กเสียชีวิต อายุเด็กที่ถูกลืมไว้ในรถจะอยู่ในช่วง 2-5 ปี นอกจากนี้รถที่มีการลืมเด็กไว้มี 2 ประเภทคือ รถยนต์ส่วนตัวกับรถรับส่งนักเรียน และเด็กเสียชีวิตส่วนใหญ่พบว่าร่างกายไม่สามารถทนควาร้อนได้ โดยปกติแล้วรถที่อยู่กลางแจ้งจะมีอุณหภูมิเกิน 42 องศา ทำให้เด็กทนได้ไม่เกิน 2 ชั่วโมง สาเหตุที่ทำให้เสียชีวิตเกิดจากความร้อนกระจุกในร่างกายสูงและยังไม่มีอากาศถ่ายเทความร้อน ส่งผลให้เซลล์เริ่มตาย เลือดเป็นกรด สมองบวม และปิดกั้นการทำงานของสมองมีผลทำให้เสียชีวิต ปกติมนุษย์จะกักเก็บความร้อนในร่างกายได้ 37 องศา เท่านั้น
ดร.นพ.ไพโรจน์ เสาน่วม ผู้ช่วยผู้จัดการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ให้ข้อมูลที่สอดคล้องกันเกี่ยวกับ กรณีลืมเด็กไว้ในรถ ข้อมูลจากกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุขตั้งแต่ปี 2557-2563 มีเด็กถูกลืมถูกทิ้งอยู่ในรถตามลำพัง 129 เหตุการณ์ ในจำนวนนี้เสียชีวิต 6 ราย เพราะทนความร้อนในรถไม่ไหว ส่วนสถิติด้านสถานที่เกิดเหตุที่พบเด็กเสียชีวิตนั้น เกิดขึ้นในรถรับส่งนักเรียน 5 ราย และรถยนต์ส่วนบุคคล 1 ราย โดยกรณีเด็กทั้ง 6 รายนี้ ถูกลืมทิ้งไว้นานกว่า 6 ชั่วโมงขึ้นไป รวมกับกรณีของ ด.ญ. อายุ 7 ขวบ เสียชีวิตเมื่อปีที่แล้ว 30 ส.ค. 2565 ที่ชลบุรี และกรณีล่าสุดที่บุรีรัมย์ รวม 9 ปี เกิดเหตุเด็กติดอยู่ในรถ 131 เหตุการณ์
พ่อแม่ ผู้ปกครองควรศึกษาและเรียนรู้วิธีป้องกันเพื่อไม่ให้บุตรหลานต้องตกอยู่ในสถานการณ์เสี่ยงอันตราย หนึ่งในวิธีที่ดีและเรียนรู้ง่ายคือ โครงการขับขี่ศึกษา (Safe Education) จาก สสส. ที่ได้รวบรวมข้อมูลองค์ความรู้นี้ไว้
- สำหรับพ่อแม่ ผู้ปกครอง คุณครู สอนให้เด็กรู้วิธีเอาตัวรอด เมื่อถูกลืมทิ้งไว้บนรถ เช่น บีบแตรเพื่อขอความช่วยเหลือ เปิดล็อครถ มีตัวช่วยติดตัวเด็กสำหรับติดต่อสื่อสาร เช่น สมาร์ทโฟน สมาร์ทวอทช์ ป้ายห้อยคอ บอกเบอร์โทรติดต่อฉุกเฉิน ซักซ้อม จำลองสถานการณ์จริง ให้เด็กลงมือทำ
- สำหรับผู้ขับรถ ย้ำว่าต้องตรวจสอบก่อนลงจากรถทุกครั้ง นับจำนวนเด็กที่ขึ้น-ลงจากรถ ตรวจภายในอย่างละเอียดโดยเฉพาะรถตู้ ก่อนล็อกประตูรถ หลีกเลี่ยงการจอดรถตากแดด
- เมื่อเจอเด็กติดอยู่ในรถ หาทางช่วยเด็กโดยเร็ว (ประกาศตามหาเจ้าของรถ ตามคนมาช่วยเปิดประตู) หากเปิดรถไม่ได้ให้ทุบกระจก ปลดล็อครถยนต์จากด้านใน เตรียมเรียกคนที่ปฐมพยาบาล หรือโทร.1669, 191 เมื่อเปิดประตูได้แล้ว อุ้มเด็กออกมาให้อากาศถ่ายเท ยกเท้าขึ้นสูง ปลดเสื้อให้สบาย เช็ดหน้า-ตัว ตรวจเช็คชีพจร ถ้าไม่หายใจ ให้ทำ CPR ทันที
การสูญเสียในรอบ 9 ปีที่ผ่านมาจะเป็นบทเรียนสำคัญเพื่อกระตุ้นให้พ่อแม่หรือผู้ปกครองและสังคมไทยหันมาให้ความใส่ใจกับเด็กที่เป็นอนาคตของชาติมากยิ่งขึ้น