โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

WHOเตรียมบรรจุ แอสปาร์แตม สารให้ความหวาน เข้าบัญชีสารก่อมะเร็ง

JS100

อัพเดต 30 มิ.ย. 2566 เวลา 10.17 น. • เผยแพร่ 30 มิ.ย. 2566 เวลา 09.40 น. • JS100:จส.100
WHOเตรียมบรรจุ แอสปาร์แตม สารให้ความหวาน เข้าบัญชีสารก่อมะเร็ง

สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานอ้างอิงแหล่งข่าววงใน ระบุว่า แอสปาร์แตม (Aspartame) ที่ถูกนำมาใช้ในผลิตภัณฑ์อาหารและเครื่องดื่มมากมาย กำลังจะถูกบรรจุเข้าในรายการ “สารที่อาจก่อมะเร็งในมนุษย์” ของ องค์กรระหว่างประเทศเพื่อการวิจัยโรคมะเร็ง หรือ IARC ซึ่งเป็นหน่วยงานในสังกัด องค์การอนามัยโลก (WHO) เป็นครั้งแรกในเดือนกรกฎาคมนี้

โดยการตัดสินของ IARC ที่เสร็จสิ้นเมื่อต้นเดือนมิถุนายน มีเป้าหมายในการประเมินอันตรายของสิ่งต่าง ๆ บนพื้นฐานของรายงานการศึกษาวิจัยที่ได้รับการเผยแพร่ออกมา ซึ่งไม่ได้ระบุถึงปริมาณการบริโภคสารแอสปาร์แตมที่ปลอดภัยต่อผู้บริโภค

ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา มีการศึกษาวิจัยเกี่ยวกับสารแอสปาร์แตมออกมามากมาย เช่นเมื่อปีที่แล้ว (2565) มีการศึกษาในฝรั่งเศส ที่เก็บข้อมูลของผู้ใหญ่ 100,000 คน พบว่า ผู้ที่บริโภคสารให้ความหวานแทนน้ำตาลในบริมาณมาก ซึ่งรวมถึงแอสปาร์แตม มีความเสี่ยงต่อโรคมะเร็งมากกว่าผู้ที่บริโภคสารเหล่านี้ในปริมาณที่น้อยกว่า และก่อนหน้านี้ เคยมีการศึกษาในอิตาลีช่วงปี 2000 ที่ระบุว่า โรคมะเร็งที่พบในหนูทดลองมีส่วนเกี่ยวข้องกับสารแอสปาร์แตม

ข่าวอีกกระแสหนึ่งระบุว่า การบรรจุแอสปาร์แตมเป็นหนึ่งในสารที่อาจก่อให้เกิดมะเร็ง มีเป้าหมายเพื่อกระตุ้นให้เกิดการวิจัยมากขึ้น เพื่อช่วยให้หน่วยงานกำกับดูแล ผู้บริโภค และผู้ผลิต ได้ข้อสรุปที่ชัดเจนร่วมกันเพื่อประโยชน์แก่ผู้บริโภคในอนาคต

ทางด้าน ดร.อนันต์ จงแก้ววัฒนา ผู้อำนวยการกลุ่มวิจัยนวัตกรรมสุขภาพสัตว์และการจัดการ ไบโอเทค-สวทช โพสต์ข้อมูลผ่านทางFacebookส่วนตัวว่า ประเด็นเรื่องของการจัดสารให้ความหวานแทนน้ำตาล (Aspartame) ที่พบในน้ำอัดลม Diet ว่าเป็นสารที่อาจก่อมะเร็ง กำลังจะเป็นเรื่องถกเถียงในวงการวิทยาศาสตร์แน่นอน ทั้ง 2 ฟากของความเห็น ทั้งเห็นพ้องและเห็นแย้งต่างมีข้อมูลวิชาการ เป็นการถกเถียงกันด้วยข้อมูลซึ่งแน่นอนผลสรุปที่ได้ออกมาย่อมมีผลกระทบ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในมุมของผู้ผลิต และ ผู้บริโภค

หน่วยงานของ WHO ที่ทำหน้าที่จัดสารเข้าข่ายก่อมะเร็งชื่อว่า International Agency for Research on Cancer (IARC) จะจัดสารดังกล่าวออกมาเป็น 4 ระดับคือ

3: No evidence it causes cancer

2b: Possibly (some evidence, usually slim) it causes cancer

2a: Probably (some evidence, a bit more robust) it causes cancer

1: Causes cancer (strong evidence)

โดยสารให้ความหวานอยู่ในระดับ 2b คือ อาจจะเป็นสารก่อมะเร็งแต่ข้อมูลรองรับยังมีอยู่ไม่มาก โดยตัวอย่างของสารที่ IARC จัดให้อยู่ category 2b เช่น

- Coconut oil soaps (สบู่น้ำมันมะพร้าว)

- Nickel (โลหะนิเกิล)

- Sassafras oil (น้ำมันหอมระเหยชนิดนึง)

- Aloe vera (ว่านหางจระเข้)

- Bracken fern (เฟิร์นกูดเกี๊ยะ)

- Pickled vegetables (ผักดอง)

-Talcum powder (แป้งทัลคัม)

หลายคนเชื่อว่า สาร 2b หลายตัวมีใช้กันมาเป็นเวลานานมาก และ ความเชื่อมโยงกับการก่อมะเร็งยังไม่ชัดเจน ทำให้การนำข้อมูลที่มีไม่มากไปสรุปอะไรใหญ่ๆอย่างให้ความรู้สึกต่อผู้บริโภคว่าประหนึ่งเป็น "สารก่อมะเร็ง" Category 1 ซึ่งมีผลกระทบเป็นวงกว้างโดยเฉพาะในอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่มต่างๆ

#แอสปาร์แตม Aspartame

#WHOขึ้นบัญชีสารก่อมะเร็ง

#อนันต์จงแก้ววัฒนา

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...