โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธรรมะ

อาจารย์ปวศ.เที่ยวกัมพูชา เจอโลงหินใกล้ปราสาทบายน รุดถ่ายรูปศึกษา คาดบรรจุศพเจ้านาย เมื่อเกือบพันปีก่อน

MATICHON ONLINE

อัพเดต 07 พ.ย. 2566 เวลา 07.05 น. • เผยแพร่ 06 พ.ย. 2566 เวลา 10.42 น.

อาจารย์ปวศ.เที่ยวกัมพูชา เจอโลงหินใกล้ปราสาทบายน รุดถ่ายรูปศึกษา คาดบรรจุศพเจ้านายเมื่อเกือบพันปีก่อน นักวิชาการอิสระ เชื่อโยงศาสนาผี

เมื่อวันที่ 6 พฤศจิกายน รศ.ดร.รุ่งโรจน์ ภิรมย์อนุกูล อาจารย์ภาควิชาประวัติศาสตร์ คณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง เปิดเผยกับ ‘มติชนออนไลน์’ ว่า ขณะที่ตนอยู่ระหว่างเยี่ยมชมโบราณสถานต่างๆในประเทศกัมพูชา ได้พบโลงหินจำนวนมากถูกจัดวางมีระเบียบอยู่ด้านหลังพระอุโบสถวัดชะโงก ใกล้ปราสาทบายน เมืองเสียมเรียบ จึงถ่ายรูปเหล่านี้ไว้เพื่อศึกษาความเป็นมา

“โลงหินเป็นชื่ออยู่ในบทความของศาสตราจารย์ยอร์ช เซเดส์ ส่วนชาวกัมพูชาเรียกว่าอะไรยังไม่ทราบ เพราะสอบถามไกด์ชาวกัมพูชาตอบไม่ได้ ชาวบ้านแถบนั้นก็ไม่รู้ว่าเรียกอะไร และขนมาจากไหน ตั้งแต่เมื่อไร ล้วนไม่มีคำตอบ” รศ.ดร.รุ่งโรจน์ กล่าว

เมื่อผู้สื่อข่าว ได้ส่งภาพถ่ายให้ ศ.ศรีศักร วัลลิโภดม นักประวัติศาสตร์ชื่อดังพิจารณา ศ.ศรีศักร กล่าวว่า ตนคาดว่าเป็นโลงหินใส่ศพเจ้านาย เพราะมีฝาปิด ซึ่งเจอแบบนี้ที่ปราสาทบึงมาลา และไม่แน่ใจมีที่ปราสาทตาพรหม ปราสาทพระขรรค์ แล้วเก็บศพระยะหนึ่ง จากนั้นค่อยนำศพมาเผาตรงลานที่มีรูปปั้นพระยม

ด้าน นายศิริพจน์ เหล่ามานะเจริญ นักวิชาการอิสระ กล่าวว่า กลุ่มโลงหินเหล่านี้ มีรูปทรงคล้ายกล่องรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า ที่มีคิ้วบัวประดับอยู่ที่ทั้งขอบด้านบนและด้านล่าง ลักษณะเช่นนี้คล้ายคลึงกับโลงหินที่พบที่ปราสาทเบงเมเลีย ประเทศกัมพูชา ซึ่งสร้างขึ้นในช่วงราว พ.ศ. 1650 ใกล้เคียงกับช่วงเวลาที่มีการสร้างปราสาทนครวัด นอกจากนี้ยังพบโลงหินที่มีลวดลายประดับอย่างวิจิตรมากกว่าที่ปราสาทบันทายสำเหร่ ประเทศกัมพูชา ซึ่งก็กำหนดอายุได้อยู่ในช่วงเวลาที่ใกล้เคียงกัน

ดังนั้นจึงเป็นไปได้ว่ากลุ่มโลงหินที่พบที่วัดชะโงก และรวมถึงโลงหินอื่นๆ ที่พบในปราสาทของประเทศกัมพูชานั้น จะเกี่ยวข้องกับพิธีศพ และควรจะเกี่ยวกับพิธีการฝังศพครั้งที่สอง โดยมีโลงหินเป็นที่สถิตของขวัญอันเป็นพลังของผีบรรพชน คือเป็นร่างเสมือนของผีบรรพชนนั่นเอง

มีผู้สันนิษฐานว่าโลงหินพวกนี้คือโลงศพ แต่ก็มีทั้งผู้เห็นด้วยและไม่เห็นด้วย ด้วยเหตุผลที่แตกต่างกันไป เช่น โลงหินที่ปราสาทบันทายสำเหร่นั้น มีรูอยู่ที่ทั้งด้านบน และด้านล่างของโลงหิน จึงไม่ควรใช้บรรจุศพ อีกทั้งยังไม่เคยพบหลักฐานเกี่ยวกับศพในโลงเหล่านี้ด้วย ในขณะที่บางท่านกลับสันนิษฐานว่า รูบนโลงหินที่ปราสาทบันทายสำเหร่นั้นทำหน้าที่คล้ายท่อพระบุพโพของโกศ เป็นต้น

“โลงหินเหล่านี้ยังชวนให้นึกถึงกล่องหิน อายุ 3,000 ปี ที่แหล่งโบราณคดีบ้านวังประจบ จ. ตาก โดยแม้ว่ากล่องหินที่วังประจบนั้นจะประกอบขึ้นจากการนำแผ่นหินหลายแผ่นมาเรียงต่อกันเป็นรูปทรงคล้ายกล่องรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า แตกต่างจากกลุ่มโลงหินที่พบในกัมพูชา ซึ่งเป็นการแกะสลักหินจนมีรูปทรงคล้ายกล่อง แต่กลุ่มโลงหินเหล่านี้ก็ล้วนแล้วแต่มีผู้สันนิษฐานว่าเกี่ยวกับพิธีศพทั้งสิ้น

ควรสังเกตด้วยว่า ในศาสนาผีดั้งเดิมของอุษาคเนย์นั้น มีความเชื่อที่เกี่ยวข้องกับคติการนับถือหิน ด้วยการนำหินมาแกะสลัก หรือจัดวางในลักษณะที่แตกต่างกันไปในแต่ละท้องที่ ซึ่งหลายครั้งเลยทีเดียวก็เกี่ยวข้องกับการจัดการกับศพ หรือความเชื่อเกี่ยวกับเรื่องหลังความตาย เช่น ทุ่งไหหิน และสวนหินตั้ง ในประเทศลาว ที่มีการค้นพบกระดูกมนุษย์ถูกฝังร่วมอยู่กับหินตั้ง (standing stone) เหล่านี้ โดยน่าสนใจด้วยว่า กระดูกมนุษย์ที่พบเหล่านี้เกิดจากการจัดการในประเพณีการฝังศพครั้งที่สอง (secondary burial) ไม่ใช่การฝังศพทั้งร่างลงไปใต้หินใหญ่ หรือหินตั้งโดยตรงร่องรอยที่สำคัญอีกอย่างเกี่ยวกับคติการนับถือหิน และพิธีศพยังพบอยู่ในความเชื่อของชาวจามบางกลุ่มคือพวกบาจาม (หมายถึงชาวจาม ที่นับถือศาสนาพราหมณ์-ฮินดู) ที่อาศัยอยู่ทางตอนใต้ของประเทศเวียดนาม ที่ยังมีการทำพิธีฝังศพครั้งที่สอง เพื่อนำขวัญของคนตายไปรวมเข้ากับพลังงานของผีบรรพชนในหินใหญ่ที่เรียกว่า กุต และถือว่ากุตนั้นคือร่างเสมือน (substitute body) ของผีบรรพชนของตนเอง” นายศิริพจน์ กล่าว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...