ลูกหนี้โหด ฉุนถูกเจ้าหนี้ทวงเงิน หลอกให้ขี่จยย.มารับ ก่อนชักมีดปาดคอดับ
ลูกหนี้โหด ฉุนถูกเจ้าหนี้ทวงเงิน ออกอุบายให้ขับรถจักรยานยนต์มารับ ก่อนปาดคอ-แทงดับสลด อ้าง ยืม 10,000 บาท แต่ดอกทะลุถึง 40,000 บาท
วันที่ 2 พ.ย.2566 ร.ต.อ.สถาพร ดวงสี รองสารวัตร(สอบสวน) สภ.เมืองนครปฐม เปิดเผยว่า เมื่อเวลา 22.00 น.ของวันที่ 1 พ.ย.ที่ผ่านมา ได้รับแจ้งเหตุมีคนถูกอาวุธมีดปาดคอได้รับบาดเจ็บสาหัส ออกมาขอความช่วยเหลือจากชาวบ้านและช่วยกันนำส่งโรงพยาบาล แต่เสียชีวิตในเวลาต่อมา บริเวณถนนเลียบคลองชลประทาน ม.1 ต.ทัพหลวง อ.เมือง จ.นครปฐม หลังรับแจ้งจึงรุดไปตรวจสอบพร้อมเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน 7 และเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน สภ.เมืองนครปฐม
ลูกหนี้โหด ฉุนถูกเจ้าหนี้ทวงเงิน ออกอุบายให้ขับรถจักรยานยนต์มารับ ก่อนปาดคอ-แทงดับสลด
ที่เกิดเหตุพบรอยเลือดหยดเป็นทางยาว และรถจักรยานยนต์ ยี่ห้อฮอนด้า เวฟ ทะเบียน กษม749 นครปฐม ของผู้ตายล้มคว่ำอยู่ ส่วนผู้เสียชีวิตชื่อ นายณัฐกานต์ (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 27 ปี สภาพศพถูกมีดปาดที่ลำคอจนเส้นเลือดใหญ่ขาด โหนกแก้ม ที่ศีรษะทั้งซ้ายและขวา นอกจากนี้ ตามลำตัว แขนขายังพบร่องรอยบาดแผลถลอก
จากการสอบถาม นายกิตติพงษ์ โพธิ์ชุ่ม อายุ 29 ปี อส.ตร. กล่าวว่า จังหวะนั้นเป็นช่วงออกตรวจพื้นที่ ตนได้รับแจ้งเหตุว่ามีคนถูกอาวุธมีดแทง เมื่อไปถึงพบว่ามีบาดแผลเต็มตัว นอนหงายอยู่กับพื้นแล้ว ซึ่งตอนนั้นมีรอยเลือดและบาดแผลที่บริเวณลำคอ โหนกแก้ม และหลังใบหู จึงได้ช่วยกันปฐมพยาบาลแล้วช่วยกันนำส่งโรงพยาบาล
ด้าน นางสุลาลีวัลย์ (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 58 ปี และ นายบัญชา (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 73 ปี แม่และพ่อของผู้ตาย กล่าวว่า ก่อนเกิดเหตุกำลังเก็บถ้วยชามล้างจานที่บ้าน โดยพ่อถามว่าจะออกไปไหน ซึ่งได้คำตอบว่าออกไปซื้อบุหรี่ คาดว่ามีการนัดแนะกันก่อนที่จะออกไป กระทั่งแม่ได้รับการติดต่อจากผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านอีกครั้งว่าลูกชายถูกแทงบาดเจ็บสาหัส
นางสุลาลีวัลย์ กล่าวต่อว่า ตนทราบว่าสาเหตุเกิดจากการทวงหนี้ ผู้ก่อเหตุได้ยืมเงินของผู้ตายตั้งแต่สมัยช่วงที่ทำงานด้วยกัน จำนวน 40,000 บาท ภายหลังลดให้เหลือ 20,000 บาท และได้มีการทวงถามเงินมาตลอด แต่ก็ไม่เคยได้เงิน จึงได้มีการคุยและตกลงกันว่า ผ่อนให้เดือนละ 5,000 บาท ซึ่งเมื่อเดือนก.ย.ที่ผ่านมา ครบกำหนดจ่ายครั้งแรก 5,000 บาท แต่ปรากฏว่าผู้ก่อเหตุได้ให้มาเพียง 3,000 บาทเท่านั้น
นางสุลาลีวัลย์ กล่าวอีกว่า สำหรับเดือนนี้คาดว่าครบกำหนดที่จะต้องเก็บเงิน จึงได้มีการนัดแนะกันออกไป ทราบว่าผู้ตายไปที่บ้านของผู้ก่อเหตุ และนั่งรถจักรยานยนต์ออกมาด้วยกัน แต่ไม่สามารถตกลงกันได้ จึงได้ก่อเหตุดังกล่าว โดยพ่อและแม่ยืนยันว่า ลูกชายไม่ได้ปล่อยเงินกู้ แต่เป็นการหยิบยืมกันเมื่อเดือดร้อนมาขอยืม ลูกชายก็ให้เงินไปเพื่อช่วยเหลือกัน
นางสุลาลีวัลย์ กล่าวด้วยว่า แต่อาจเป็นเพราะได้ทวงถามบ่อยครั้งจนเกิดความไม่พอใจ ซึ่งนับว่าเป็นเรื่องที่น่าเสียใจเป็นอย่างมาก เนื่องจากในวันนี้ถือว่าผู้ตายได้ไปทำงานวันแรก หลังจากอบรมและพร้อมเข้าทำงาน แต่กลับต้องมาจบชีวิต
ด้าน นายณัฐพงษ์ (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 34 ปี พี่ชายของผู้ตาย กล่าวว่า หลังเกิดเหตุตนได้เดินทางไปยังที่เกิดเหตุเช่นกัน และทราบว่าก่อนเกิดเหตุผู้ตายขับรถออกจากบ้าน โดยอ้างว่าจะออกไปซื้อบุหรี่ แต่ปรากฏว่าขับรถไปยังบ้านของนายวิสุทธิ์ (ขอสงวนนามสกุล) หรือ นายหมู โดยทางบ้านของนายวิสุทธิ์ได้บอกว่า ผู้ตายเข้ามารับนายวิสุทธิ์ไป โดยซ้อนท้ายจักรยานยนต์ออกมาด้วยกัน
นายณัฐพงษ์ กล่าวต่อว่า ซึ่งตนแปลกใจว่า ทำไมจะต้องพกมีดออกมา หากไม่ได้มีการเตรียมตัว ซึ่งสาเหตุหลัก ๆ คาดว่าเกี่ยวกับเรื่องเงิน เนื่องจากถึงกำหนดเวลาที่นายวิสุทธิ์จะต้องจ่ายเงิน เป็นไปได้ประเด็น 1.ชวนมากดเงิน หรือ 2.ออกอุบายว่าให้พาไปเอาเงินที่ใครสักคน แต่แล้วพูดคุยกันไม่ลงตัวระหว่างทาง
นายณัฐพงษ์ กล่าวอีกว่า จึงทำให้นายวิสุทธิ์ก่อเหตุปาดคอผู้ตายบนรถจนล้มลงเสียหลัก แผลเข้าลึก หลังจากนั้นต่างก็แยกย้าย ผู้ตายไปขอความช่วยเหลือจากชาวบ้าน โดยก่อนที่จะแน่นิ่งไป ผู้ตายได้บอกว่า นายหมู เป็นคนแทง ส่วนนายวิสุทธิ์ผู้ก่อเหตุได้หลบหนีไป
จากนั้น เวลา 23.00 น.ของวันที่ 1 พ.ย. ภายหลังเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับแจ้งว่า นายวิสุทธิ์จะขอติดต่อเข้ามอบตัว เจ้าที่ตำรวจจึงได้เดินทางไปรับตัวและพานายวิสุทธิ์ไปชี้จุดบริเวณทิ้งมีดพบว่าเป็นมีดสั้นสำหรับปอกผลไม้ ซึ่งภายหลังเกิดเหตุได้โยนทิ้งมีดไว้ที่ป่ารกข้างทาง
จากการสอบเบื้องต้นทราบว่า นายวิสุทธิ์ยืมเงินจากผู้ตายเพียง 10,000 บาท แต่ปรากฏว่ายอดเงิน ต้นพร้อมดอกเบี้ยทะลุไปถึง 40,000 บาทแล้ว และได้มีการชดใช้เงินจนเหลือ 10,000 บาท ซึ่งผู้ตายต้องการเงินก้อนแต่ไม่มีให้ นายวิสุทธิ์จึงได้วางแผนออกอุบายให้ผู้ตายมารับที่บ้าน เพื่อจะออกไปเอาเงิน จึงนั่งซ้อนท้ายมาด้วยกัน แต่นายวิสุทธิ์เตรียมมีดติดตัวมาด้วย เนื่องจากก่อนหน้านี้เคยถูกผู้ตายข่มขู่ว่าหากไม่นำเงินมาคืน จะเอาปืนมายิงทั้งนายวิสุทธิ์และแม่ของนายวิสุทธิ์ จึงต้องหลอกให้มารับ
ระหว่างทางจึงชักมีดที่เตรียมมาปาดคอและแทงจนได้รับบาดเจ็บล้มลง รถครูดไปกับถนน ทั้งสองได้ชกต่อยกันชุลมุน ก่อนจะแยกย้ายกัน ผู้ตายได้วิ่งไปขอความช่วยเหลือจากชาวบ้าน ส่วนนายวิสุทธิ์ได้วิ่งกลับไปที่บ้าน ซึ่งอยู่ห่างจากที่เกิดเหตุเพียง 200 เมตร ไปเปลี่ยนรองเท้าแล้วหลบหนีไป ก่อนจะติดต่อเข้ามอบตัว ซึ่งมูลเหตุจูงใจก่อเหตุครั้งนี้เพื่อประสงค์ต่อชีวิตที่ไม่พอใจที่ถูกผู้ตายทวงเงิน