โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

[บทความ] เนื้อเรื่องในเกม 'The Legend of Zelda' ภาคไหนควรเอามาสร้างเป็นหนังมากที่สุด

BT Beartai

อัพเดต 09 พ.ย. 2566 เวลา 12.15 น. • เผยแพร่ 09 พ.ย. 2566 เวลา 09.37 น.
[บทความ] เนื้อเรื่องในเกม 'The Legend of Zelda' ภาคไหนควรเอามาสร้างเป็นหนังมากที่สุด

https://assets.beartai.com/uploads/speaker/post-1327045.mp3?cb=1699532270.mp3

หลังจาก Nintendo ประกาศว่าได้ทำการร่วมมือ Sony Pictures สร้างภาพยนตร์คนแสดงจากเกม ‘The Legend of Zelda’ แถมยังได้ เวส บอล (Wes Ball) จากแฟรนไชส์ ‘Maze Runner’ มากำกับทำให้มีการคาดหวังว่ามันจะเป็นภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์ระดับมหากาพย์ ที่เชื่อว่าแฟน ๆ ซีรีส์ ‘Zelda’ ต้องรอลุ้นว่าจะออกมายิ่งใหญ่สมกับฟอร์มของเกมหรือไม่

โดยสิ่งหนึ่งที่น่าจับตามองคือเนื้อเรื่องในภาพยนตร์ ‘The Legend of Zelda’ จะหยิบยกเอาของภาคไหนมาสร้าง เพราะเป็นที่รู้กันว่าสิ่งที่จุดเด่นของซีรีส์นี้คือเนื้อเรื่องที่เข้มข้น ซึ่งในแต่ละภาคมีความโดดเด่นและแตกต่างกันมีความเป็นเอกลักษณ์ในแต่ละภาค ทำให้ทีมงาน Beartai ได้ทำการคาดเดาว่าผู้สร้างควรจะหยิบเอาภาคไหนมาทำเป็นหนัง (บทความนี้ไม่ใช่การจัดอันดับ)

‘The Legend of Zelda ภาคแรก’

จะเริ่มต้นสร้างทั้งทีการคืนสู่ต้นฉบับภาคแรกของซีรีส์อาจจะเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจ เพราะว่ามันง่ายในการสร้างเนื่องจากเนื้อเรื่องใน ‘The Legend of Zelda ภาคแรก’ ที่ออกบน Famicom Disk System ในยุค 80S ไม่มีความซับซ้อนมากนัก แค่ไปรวบรวม Triforce ให้ครบแล้วไปต่อสู้กับ Ganon แล้วช่วยเจ้าหญิง Zelda เพื่อคืนความสงบสุขให้กับอาณาจักร Hyrule ทำให้ง่ายในการดัดแปลงและใส่สิ่งใหม่ ๆ เข้าไปอาจจะคล้ายกับหนัง Mario ที่ประเด็นหลักคือต่อสู้อับบอสใหญ่แต่เสริมความแปลกใหม่เข้าไปด้วย


‘The Legend of Zelda: A Link to the Past’

อีกภาคที่ออกวางขายบน Super Famicom ในยุค 90S ส่วนเหตุผลที่มันน่าสนใจเอามาสร้างเพราะเนื้อเรื่องเริ่มมีความซับซ้อนมากขึ้น มีการพูดถึงโลกต่างมิติไม่ได้แค่เดินทางรวบรวมของแล้วช่วยเจ้าหญิง Zelda ทำให้ตัวเอกอย่าง Link ต้องออกเดินทางไปทั้ง 2 โลกพร้อมกับการแก้ปริศนา รวมทั้งต้องช่วยปลดปล่อยทายาทของนักปราชญ์ทั้ง 7 ที่อยู่ในโลกแห่งความมืด แม้จะดูซับซ้อนขึ้นแต่หากผู้กำกับสามารถดึงเอาจุดเด่นและสร้างโลกที่เหมาะสมมันก็น่าจะเป็นหนึ่งเรื่องราวที่น่าจะลองหยิบมาสร้างเป็นหนัง


‘The Legend of Zelda: Ocarina of Time’

ภาคในตำนานที่มีความโดดเด่นทั้งกราฟิกที่เป็น 3 มิติครั้งแรกของซีรีส์ และยังมาพร้อมกับเนื้อเรื่องที่ซับซ้อนมากขึ้น แถมยังมีตัวละครที่มีมิติมากกว่าเดิมแถมยังมีการใส่บทตัวละครผู้ช่วยสุดป่วนอย่าง Navi ที่เป็นตัว Fairy ส่วนเนื้อเรื่องที่โดดเด่นมากคือการย้อนเวลาไปสู่อดีต และยังมี Link 2 ช่วงอายุคือวัยผู้ใหญ่กับตอนเป็นเด็ก ทำให้หากนำมาสร้างเป็นหนังจริง ๆ ผู้สร้างต้องหานักแสดงมารับบทเป็น Link 2 คน

แน่นอนว่านักแสดงที่จะมารับบทเจ้าหญิง Zelda ก็ต้องหามา 2 คนด้วย แถมด้วยตัวร้ายของภาคนี้คือ Ganondorf ที่ดูน่ากลัวและเท่กว่าบอสหลักของภาคก่อน แถมยังมาพร้อมความซับซ้อนของเนื้อเรื่อง และฉากหลังของเกมที่นำมาเป็นภาพยนตร์ได้จริงจะน่าดูมากเช่นวิหารแห่งน้ำที่ในเกมดูดีมาก แถมในภาคนี้ยังมีระบบการใช้เครื่องดนตรีเพื่อร่วมแก้ปริศนา ที่เมื่อถูกสร้างเป็นหนังมันจะทำให้มีมิติกว่าเดิมแน่และเชื่อว่าแฟนเกมอยากให้นำภาค ‘The Legend of Zelda: Ocarina of Time’ มาสร้างเป็นหนังแน่เพราะมันเป็นภาคที่ดีที่สุดตลอดกาลของซีรีส์


‘The Legend of Zelda: The Wind Waker’

หนึ่งในเกม ‘The Legend of Zelda’ ภาคที่มาแปลกในตอนที่เปิดตัวครั้งแรกเพราะมันได้เปลี่ยนกราฟิกใหม่หมด โดยใช้แบบการ์ตูนเซลเฉดที่ดูน่ารักมาก Link ของเราก็เปลี่ยนกลายเป็นตัวละครหัวโตตาโตที่ดูน่ารัก แต่เกมเพลย์ยังคงสนุกเหมือนเดิม ความโดดเด่นของเนื้อเรื่องในภาคนี้คือโลกในเกมที่เปลี่ยนจากขี่ม้าตะลุยทุ่งหญ้า เปลี่ยนมาเป็นล่องเรือไปในท่องทะเลที่สวยงาม

ส่วนอาณาจักร Hyrule ในภาคนี้ก็จมอยู่ใต้น้ำ แม้อาจจะดูแปลก ๆ แต่หากผู้สร้างอยากสร้างสิ่งแปลกใหม่ จะลองหยิบภาคที่ฉีกจากอะไรเดิม ๆ ของซีรีส์ ‘The Legend of Zelda’ มาสร้างเป็นหนังก็ถือเป็นสิ่งที่น่าสนใจ หรือไม่ก็หยิบแค่ส่วนหนึ่งของเกมไปใส่ในเวอร์ชันภาพยนตร์ก็ได้ เช่นการเสริมฉากล่องเรือหรือฉากที่เกี่ยวกับการต่อสู้ด้วยเรือรบใส่เข้าไปในหนังแค่บางฉาก


‘The Legend of Zelda: Twilight Princess’

อีกหนึ่งใน ‘The Legend of Zelda’ ที่มีความโดดเด่นในความ Dark ของเนื้อเรื่องที่มีความมืดมนไล่ตั้งแต่กราฟิกที่ดูมืดกว่าภาคอื่น และเนื้อเรื่องที่เกี่ยวกับโลก Twilight กับโลกหลักในเกม ในภาคนี้ Link ของเราจะโดนสาปให้มีอีกร่างเป็น “หมาป่า” ที่มีความสามารถในการต่อสู้และดมกลิ่น พร้อมกับตัวละครผู้ช่วยอย่าง Midna ที่มีความโดดเด่นและมีมิติที่น่าสนใจรวมทั้งความลึกลับของโลกที่เต็มไปด้วยสิ่งที่สร้างความประหลาดใจตลอดตั้งแต่ต้นไปจนจบ ซึ่งหากผู้กำกับตีความดี ๆ หรือหยิบเอาบางส่วนไปใช้จะออกมาดีมากแน่


‘The Legend of Zelda: Skyward Sword’

‘The Legend of Zelda’ ภาคที่มีเนื้อเรื่องเหมือนเป็นจุดกำเนิดของซีรีส์ เพราะเล่าเรื่องราวย้อนไปถึงยุคที่ดาบ Master ยังไม่ถูกสร้าง และเรื่องราวเกิดบนดินแดนลอยฟ้าและ Link ต้องลงไปทำภารกิจหลักที่ดินแดนด้านล่างโดยมีนกยักษ์เป็นยานพาหนะ ซึ่งหากจะดัดแปลงเป็นหนังคนแสดงถือว่ามีข้อดี เพราะจะได้เริ่มต้นกับจุดกำเนิดเรื่องราว รวมทั้งตัวละครที่จะค่อย ๆ พัฒนากลายเป็นสิ่งที่พบเจอได้ในภาคอื่น และโลกบนท้องฟ้าหากผู้สร้างตีความได้ถูกต้องมันจะดูดีมากบนจอภาพยนตร์


‘Breath of the Wild และ Tears of the Kingdom’

ภาคล่าสุดที่หากหยิบเอาเรื่องราวมาดัดแปลงก็น่าจะเหมาะสม เพราะว่ามันเป็นภาคที่ขายดีที่สุดและยังมีเนื้อเรื่องที่โดดเด่นแถมยังมาพร้อมกับการเล่าเรื่องที่พัฒนามากกว่าเดิมเพราะมีเสียงพากย์แล้ว รวมทั้งคัตซีนก็ทำออกมาดี ส่วนเนื้อเรื่องจะเริ่มที่ Link ตื่นขึ้นมาและต้องออกไปค้นหาความจริง ที่เรื่องราวจะค่อย ๆ เล่าผ่านการพัฒนาตัวละคร ทำให้มีช่องว่างที่ใส่สิ่งใหม่ ๆ เข้าไปได้มากมาย

รวมทั้งเนื้อเรื่องใน ‘Breath of the Wild’ มีส่วนของ Hyrule ในอดีตที่ล่มสลายจากการรุกรานของ Calamity Ganon ที่ได้ปรากฏตัวและคุกคาม Hyrule ซึ่งในเวอร์ชันเกมมีตัวละครที่โดดเด่นมากมายเช่นเหล่าฮีโร Champions ทั้ง 4 หรือสัตว์จักรกล Divine Beasts ขนาดยักษ์ที่เชื่อว่าต้องมีคนอยากเห็นในเวอร์ชันภาพยนตร์แน่นอน

และหากมันประสบความสำเร็จการสร้างภาคต่อก็ง่ายดายเพราะผู้สร้างสามารถหยิบเอาภาค ‘Tears of the Kingdom’ มาสานต่อได้เลย หรือจะเล่าเนื้อเรื่องในอดีตในภาค ‘Hyrule Warriors: Age of Calamity’ ก็ได้เรียกว่าเป็นภาคที่เหมาะมากในการสร้างเป็นหนังมหากาพย์ แต่อาจจะมีข้อเสียที่ความซับซ้อนและตัวละครเยอะไปหน่อย แต่หากเขียนบทดี ๆ มันอาจจะเป็นหนังจากเกมที่ยอดเยี่ยมที่สุดได้ไม่ยาก

พิสูจน์อักษร : สุชยา เกษจำรัส

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...