โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

“พัทยา-ภูเก็ต” สะพัดหมื่นล้าน ผับบาร์คึกโรงแรมจองเต็มรับปีใหม่

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 28 ธ.ค. 2566 เวลา 13.07 น. • เผยแพร่ 29 ธ.ค. 2566 เวลา 23.22 น.

ปีใหม่ พัทยา-ชลบุรี คึกคักสุดๆ คาดมีนักท่องเที่ยวไทย-ต่างประเทศ แห่ร่วมฉลองเทศกาลส่งท้ายปีเก่า ต้อนรับปีใหม่กว่า 3 แสนคน รายได้กระฉูด 2.6 พันล้าน โรงแรมจอง 100% เต็ม 140,000 ห้อง ผับ บาร์เบียร์ เริงร่า โดยเฉพาะ “วอล์คกิ้งสตรีท-ถนนบัวขาว-พัทยาสาย 3” ส่วนภูเก็ตไม่น้อยหน้าเงินสะพัด 8 พันล้าน เฉพาะบางลาป่าตองเพียงย่านเดียว ตัวเลขพุ่งคืนละ 100 ล้าน ส่วนเชียงใหม่ผิดคาดผับบาร์หงอย-เปิดตี 4 ทำต้นทุนพุ่ง นักเที่ยวน้อย หวั่นพิษ ฝุ่นพีเอ็ม 2.5 ยาว 4 เดือน ทำรายได้วูบหนัก วอนรัฐหาทางเร่งแก้

หลังจากคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 28 พฤศจิกายน 2566 มีมติเห็นชอบ กฎกระทรวงมหาดไทย ที่ไฟเขียวให้สถานบริการที่ตั้งอยู่ในโรงแรมตามกฎหมายว่าด้วยโรงแรม สถานบริการที่ตั้งอยู่ในพื้นที่นำร่อง 5 จังหวัด ได้แก่ กรุงเทพฯ ภูเก็ต ชลบุรี (พัทยา) เชียงใหม่ และท้องที่ อ.เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี ที่เข้าเกณฑ์สามารถเปิดทำการได้ถึง 04.00 น. ของวันรุ่งขึ้น เริ่มตั้งแต่วันที่ 15 ธันวาคม 2566

ล่าสุด ผู้สื่อข่าว “ประชาชาติธุรกิจ” ได้สำรวจความพร้อมและความคาดหวังของสถานบันเทิงสำหรับเทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ที่จะมีวันหยุดยาว 3-4 วัน

คาดพัทยาเคานต์ดาวน์คึกคัก

นายปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ นายกเมืองพัทยา เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ตั้งแต่วันที่ 15 ธันวาคม 2566 ที่ผ่านมา เมืองพัทยาจัดเขตโซนนิ่งเปิดสถานบันเทิงถึงตี 4 เฉพาะบริเวณถนนพัทยาสาย 3 เข้ามา 50 เมตรไปฝั่งทะเล ยาวไปถึงวงเวียนโลมา จนถึงวอล์คกิ้งสตรีท มีนักท่องเที่ยวคึกคักมาก จากการพูดคุยกับนายกสมาคมธุรกิจกลางคืน คาดว่าสถานบริการมีรายได้เฉลี่ยเพิ่มขึ้นประมาณ 30% ขณะที่ผับบาร์ในย่านวอล์คกิ้งสตรีท มีรายได้เพิ่มขึ้นมากกว่า 50% และคาดว่าในช่วงวันหยุดยาวของเทศกาลส่งท้ายปีเก่า ต้อนรับปีใหม่ เมืองพัทยาจะมีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติเข้ามาเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะชาวรัสเซีย อินเดีย เกาหลี จีน เวียดนาม ฯลฯ

คาดว่าจำนวนนักท่องเที่ยวที่มีการจองที่พักในพื้นที่พัทยา นาจอมเทียน บางเสร่ จะมีไม่ต่ำกว่า 90% และในคืนวันที่ 31 ธันวาคม 2566 ที่มีงานเคานต์ดาวน์ คาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวเข้ามาเที่ยวในงาน Pattaya Countdown ไม่ต่ำกว่า 332,540 คน และคาดว่าจะก่อให้เกิดรายได้ไม่ต่ำกว่า 2,605 ล้านบาท

อย่างไรก็ตาม สำหรับในพื้นที่ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี มีสถานประกอบการที่ได้รับใบอนุญาต 2,580 แห่ง ได้แก่ บาร์เบียร์ 741 แห่ง บาร์น้ำ 4 แห่ง, ภัตตาคาร 9 แห่ง, สถานที่จัดโชว์การแสดง 51 แห่ง, สถานบริการอาหารและบันเทิง 217 แห่ง, สวนอาหาร/ร้านอาหาร 1,526 แห่ง, ห้องอาหาร (ในโรงแรม) 32 แห่ง หลังวันที่ 15 ธันวาคม 2566 มีสถานประกอบการมาขอใบอนุญาตเปิดเพิ่มในพื้นที่โซนนิ่ง 23 แห่ง

โรงแรมชลบุรียอดจองเต็ม

นายธเนศ ศุภรสหัสรังสี นายกสมาพันธ์ท่องเที่ยวชลบุรี เปิดเผยว่า ขณะที่มีนักท่องเที่ยวทั้งคนไทยและคนต่างชาติจองห้องพักเข้ามาเที่ยวใน จ.ชลบุรี ช่วงวันหยุดยาวส่งท้ายปีเก่า ต้อนรับปีใหม่ 3 วัน เต็ม 100% ประมาณ 140,000 ห้อง จากที่พักในจังหวัดชลบุรี มีประมาณ 2 แสนห้อง แต่ปัจจุบันเปิดให้บริการเพียง 70% โดยโรงแรมหลายแห่งที่รับกรุ๊ปทัวร์จีนยังไม่เปิดให้บริการ

อย่างไรก็ตาม หลังจากเทศกาลปีใหม่ผ่านไป ยังไม่รู้ว่าจะคึกคักมากน้อยเพียงใด เนื่องจากตอนนี้พฤติกรรมการจองห้องพักของนักท่องเที่ยวต่างชาติเปลี่ยนไปจากเดิมการจองสั้น 4-5 วัน แต่ปัจจุบันเปลี่ยนไปจองวันต่อวัน หากมีโรงแรมใดราคาถูกกว่าจะย้ายทันที ซึ่งทำให้ผู้ประกอบการโรงแรม รีสอร์ต บริหารลำบากขึ้น นอกจากนี้ธุรกิจโรงแรมยังมีการแข่งขันด้านราคาที่พัก ทำให้มีการแย่งลูกค้ากันพอสมควร

วอล์คกิ้งสตรีทเงินสะพัด 2 เท่า

นายดำรงเกียรติ พินิจการ ผู้บริหาร Hollywood Pattaya และเลขานุการสมาคมอุตสาหกรรมบันเทิงและการท่องเที่ยวเมืองพัทยา จ.ชลบุรี กล่าวในเรื่องนี้ว่า การอนุญาตให้สถานบันเทิงเปิดได้ถึงตี 4 ทำให้เมืองพัทยามีความคึกคักมาก และช่วยกระตุ้นการท่องเที่ยวได้เป็นอย่างดี สร้างรายได้ให้ผู้ประกอบการเพิ่มขึ้นประมาณ 20% และช่วงเทศกาลคริสต์มาส ส่งท้ายปีเก่า ต้อนรับปีใหม่ คาดว่าจะมีเม็ดเงินสะพัดประมาณณ 200 ล้านต่อคืน หรือเพิ่มขึ้นถึง 2 เท่า กลุ่มลูกค้าเป็นชาวไทย 20% ต่างประเทศประมาณ 80% อาทิ จีน เกาหลี อินเดีย และคาดว่าช่วงปีใหม่จะมีนักท่องเที่ยวเข้ามาเพิ่มขึ้น

ขณะที่ นางอำพร แก้วแสง ผู้บริหารร้านเดอะสโตนเฮ้าส์ ซึ่งตั้งอยู่บริเวณวอล์คกิ้งสตรีท พัทยา อ.บางละมุง จ.ชลบุรี กล่าวไปในทิศทางเดียวกันว่า หลังรัฐบาลอนุญาตให้เปิดสถานบันเทิงได้ถึงตี 4 ภาพรวมธุรกิจในเมืองพัทยามีรายได้เพิ่มขึ้น 20-30% ขณะเดียวกันก็ทำให้หลาย ๆ ธุรกิจ ทั้งร้านค้าทั่วไป ร้านอาหาร รวมถึงพนักงานบริการ หรือเด็กเสิร์ฟ มีรายได้เพิ่มขึ้น

“ตอนนี้สถานบันเทิงในพัทยาเติบโตขยายออกไปหลายพื้นที่ โดยเฉพาะซอยบัวขาว และถนนพัทยาสาย 3 มีนักลงทุนต่างชาติขยายไปลงทุนกันจำนวนมาก โดยเฉพาะคนอินเดีย จีน เนื่องจากบริเวณวอล์คกิ้งสตรีทมีระยะทางเพียง 2 กม. และค่อนข้างแน่น มีสถานบันเทิงประมาณ 200-300 แห่งแล้ว ตอนนี้นักลงทุนเลยแห่ไปลงทุนด้านนอกกันมาก โดยเฉพาะซอยบัวขาวจะมีการเปิดบาร์เบียร์จำนวนมาก” นางอำพรกล่าว

บางลาป่าตองโกย 100 ล้าน

นายวีรวิชญ์ เครือสมบัติ ประธานชมรมผู้ประกอบการสถานบันเทิงหาดป่าตอง จ.ภูเก็ต แสดงความเห็นในเรื่องนี้ว่า การขยายเวลาเปิดสถานบริการ สถานบันเทิง ถึงตี 4 ทำให้มีเม็ดเงินสะพัดเพิ่มขึ้น ประเมินว่าเฉพาะถนนบางลาป่าตองเพียงย่านเดียว น่าจะมีประมาณ 100 ล้านบาทต่อคืน ขณะเดียวกันก็ทำให้มีการจ้างงานเพิ่มมากขึ้น ส่วนในโซนอื่น ๆ ที่เป็นพื้นที่โซนนิ่งยังไม่มีการสำรวจ ซึ่งนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ 99% เป็นชาวต่างชาติ และที่เหลือเป็นนักท่องเที่ยวคนไทย อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันแม้ว่าผู้ประกอบการร้านค้าส่วนใหญ่เป็นของคนไทย และมีร้านค้าของชาวต่างชาติประมาณ 10% แต่ก็พบว่าคนต่างชาติแนวโน้มที่จะเข้ามาลงทุนเพิ่มขึ้น

นายเลิศชาย หวังตระกูลดี ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานภูเก็ต เปิดเผยว่า คาดการณ์วันสิ้นปีและวันขึ้นปีใหม่ 2567 จังหวัดภูเก็ต (29 ธันวาคม 2566 – 1 มกราคม 2567) รวม 4 วันจากการสอบถามกลุ่มตัวอย่างโรงแรมจากร้อยละ 30 ของแต่ละพื้นที่ท่องเที่ยวในจังหวัดภูเก็ต โดยจำนวนห้องพักทั้งหมด 101,556 ห้อง จำนวนโรงแรม 1,890 แห่ง

อัตราการเข้าพักเฉลี่ยอยู่ที่ 81.69% วันพักเฉลี่ย 3.62 วัน จำนวนผู้เยี่ยมเยือน 265,835 คน-ครั้ง คาดว่าจะก่อให้เกิดรายได้เฉลี่ย 8,348.40 ล้านบาท

ผับบาร์เชียงใหม่ไม่คึกคัก

นายธนิต ชุมแสง นายกสมาคมร้านอาหารและสถานบันเทิงเชียงใหม่ กล่าวในเรื่องนี้ว่า ปัจจุบันมีร้านอาหารและสถานบริการในเชียงใหม่เปิดบริการตาม พ.ร.บ.สถานบริการ พ.ศ. 2509 มีเพียง 27 แห่ง แต่ในจำนวนนี้มีร้านที่เปิดบริการถึงตี 4 เพียง 10 แห่งเท่านั้น ขณะที่ร้านอาหารและสถานบันเทิงในเชียงใหม่มีจำนวนราว 12,800 แห่ง แต่ยังไม่มีใบอนุญาตตามพระราชบัญญัติสถานบริการ พ.ศ. 2509

ร้านที่เปิดถึงตี 4 มีเพียง 10 ร้าน ซึ่งถือว่าน้อยและไม่ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจเท่าที่ควร และร้านที่เปิดส่วนใหญ่ก็จะเปิดไม่ถึงตี 4 เนื่องจากภาระต้นทุนค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ที่เพิ่มขึ้น และในแง่ของผู้เข้ามาใช้บริการก็ไม่นั่งกันถึงตี 4 อย่างมากสุดถึงแค่ประมาณตี 2 เนื่องจากคนที่มาใช้บริการส่วนใหญ่เป็นคนไทยที่อยู่ในจังหวัดเชียงใหม่ เป็นกลุ่มคนทำงานและวัยรุ่น ขณะที่ชาวต่างชาติไม่ใช่ลูกค้ากลุ่มหลักของสถานบันเทิงที่เปิดบริการถึงตี 4

ประเด็นของร้านอาหารและสถานบันเทิงในเชียงใหม่ ที่น่ากังวลมากกว่าการเปิดถึงตี 4 คือ ปัญหาฝุ่นควัน PM 2.5 ที่กำลังจะเกิดขึ้นในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า และผลกระทบจะกินเวลายาวนานราว 4 เดือน คนจะออกมาใช้บริการลดลงมากในช่วงนั้น

ทั้งนี้ เมื่อดูจากผลิตภัณฑ์มวลรวมของจังหวัดเชียงใหม่ (GPP) อยู่ที่ราว 2.8 แสนล้านบาทต่อปี คิดเป็นสัดส่วนธุรกิจการบริการท่องเที่ยว 70% (196,000 ล้านบาทต่อปี) แบ่งเป็นสัดส่วนของธุรกิจร้านอาหารและสถานบันเทิงราว 10% (19,600 ล้านบาทต่อปี) ซึ่งธุรกิจร้านอาหารและสถานบันเทิงในเชียงใหม่จะสูญเสียรายได้ในช่วงที่เกิดฝุ่นควัน PM 2.5 คาดว่าเกือบ 10,000 ล้านบาท จึงอยากให้รัฐบาลแก้ปัญหาในเรื่องฝุ่นควัน PM 2.5 เป็นวาระเร่งด่วน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...