โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ดัน “สวนยางระยอง” ขายคาร์บอนเครดิต วรุณาเครือ ปตท.ดึง 2 หมื่นไร่รับมือ CBAM

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 10 ม.ค. 2567 เวลา 04.31 น. • เผยแพร่ 24 ธ.ค. 2566 เวลา 11.06 น.

วรุณาเครือ ปตท.ผนึกสมาคมสหพันธ์ชาวสวนยางฯ-กยท.ดัน “สวนยาง จ.ระยอง” 2 หมื่นไร่ นำร่องขายคาร์บอนเครดิต ก่อนชง อบก.อนุมัติขายคาร์บอนเครดิตให้ทันกลางปี 2567

ดร.อุทัย สอนหลักทรัพย์ นายกสมาคมสหพันธ์ชาวสวนยางแห่งประเทศไทย เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ทางสหพันธ์ชาวสวนยางแห่งประเทศไทยเตรียมจัดงาน “มหกรรมยางพาราและเกษตรแฟร์ไทย-จีน EEC 2024” ระหว่างวันที่ 5-15 เมษายน 2567 ที่จังหวัดระยอง โดยมีเครือข่ายชาวสวนยางพารา หน่วยงานภาครัฐ รวมถึงมหาวิทยาลัยชิงเต่า ประเทศจีน ฯลฯ เข้าร่วม ที่สำคัญภายในงานจะเปิดให้เกษตรกรมาลงทะเบียนซื้อขายคาร์บอนเครดิตยาง

โดยมี บริษัท วรุณา (ประเทศไทย) จำกัด หรือ VARUNA ผู้ให้บริการเทคโนโลยีอัจฉริยะในภาคการเกษตรและสิ่งแวดล้อม ภายใต้การกำกับดูแลของบริษัท เอไอ แอนด์ โรโบติกส์ เวนเจอร์ส หรือ ARV ในเครือ ปตท.สผ., บริษัท SCG ปูนซิเมนต์ และธนาคารกรุงไทย มาร่วมดำเนินการ

โดยมีการเปิดอบรมให้ความรู้ในการดำเนินการโครงการคาร์บอนเครดิตสวนยางไปตลอดงาน การเข้าร่วมโครงการจะทำให้ชาวสวนยางมีรายได้เพิ่มขึ้นจากการขายคาร์บอนเครดิต

“ที่ผ่านมา กยท.ระยองได้มีการนำร่องโครงการซื้อขายคาร์บอนเครดิต โดยทางบริษัท วรุณาในเครือ ปตท.ได้เข้ามาช่วยสำรวจเก็บข้อมูลต่าง ๆ เรื่องการกักเก็บคาร์บอนในสวนยางไประดับหนึ่งแล้ว ก่อนที่จะขยายผลไปยังสวนยางทั่วประเทศต่อไป” ดร.อุทัยกล่าวและว่า

สำหรับการจัดงาน “มหกรรมยางพาราและเกษตรแฟร์ไทย-จีน EEC 2024” ภายในงานมีการจัดอบรมสัมมนาวิชาการและแสดงนวัตกรรมเกี่ยวกับยางพารา งานแสดงเครื่องจักรผลิตยางแปรรูปยางทันสมัย มีการจับคู่ธุรกิจการซื้อขายผลิตภัณฑ์ยางทุกรูปแบบ ยางก้อนถ้วย น้ำยางสด ยางรมควัน ยางแท่ง ฯลฯ

นายองค์กรณ์ รจนา ผู้ช่วยผู้อำนวยการการยางแห่งประเทศไทยจังหวัดระยอง เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ทาง กยท.จังหวัดระยองได้นำร่องดำเนินการโครงการบริหารจัดการคาร์บอนเครดิตสวนยางมาตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2566

โดยมีการหารือกับสมาคมสหพันธ์ชาวสวนยางแห่งประเทศไทย และบริษัท วรุณา มาร่วมกันดำเนินโครงการ และมีการประสานงานกับองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) หรือ อบก. เกี่ยวกับรูปแบบวิธีปฏิบัติในการบริหารจัดการสวนยาง ตามเป้าหมายโครงการตั้งเป้าต้องการให้มีเกษตรกรเข้าร่วมประมาณ 20,000 ไร่

ปัจจุบันมีเกษตรกรชาวสวนยางที่อยู่ในพื้นที่ อ.เมือง และ อ.บ้านค่าย จ.ระยอง เข้าร่วมประมาณ 7,000 ไร่ และคาดว่าภายในไตรมาส 1 ของปี 2567 จะมีเกษตรกรเข้าร่วมโครงการครบตามเป้าหมาย

“ที่ผ่านมา กยท.มีโครงการสนับสนุนให้เกษตรกรชาวสวนยางมีรายได้เพิ่มขึ้นจากการโค่นไม้ยางพาราเก่าและปลูกใหม่ทดแทน โดยสามารถยื่นคำร้องรับเงินสนับสนุนการปลูกแทนจาก กยท.อัตราไร่ละ 16,000 บาท เราจะดึงเกษตรกรกลุ่มนี้มาเข้าร่วม จะทำให้ครบ 2 หมื่นไร่

การกำหนดเป้าหมายที่ 20,000 ไร่ เพราะมีตัวอย่างบทเรียนจากผู้บริหาร สปป.ลาวที่เคยทำโครงการขายคาร์บอนเครดิตมาตั้งแต่ 9 ปีที่แล้ว ได้นำโมเดลที่เคยทำในพื้นที่ 2,500 ไร่ ต้องใช้เวลา 9 ปีถึงจะคืนทุน จึงมีการคิดต่อยอดจากโมเดลดังกล่าวว่า ถ้าทำในพื้นที่สวนยาง 20,000 ไร่ เกษตรกรสามารถคืนทุนในการบริหารจัดการได้เร็ว

และสามารถจ่ายเงินให้เกษตรกรได้เร็วภายใน 3 ปี โดยปีแรกเป็นช่วงการเก็บข้อมูลพื้นฐาน ปีที่ 2 เก็บข้อมูลเพื่อประเมินคาร์บอนเครดิต ปีที่ 3 มีการประเมินคำนวณได้ว่า แต่ละสวนยางมีปริมาณกักเก็บคาร์บอนได้เท่าไหร่ ตามกติกาและกฎเกณฑ์ที่ อบก.กำหนด

ตอนนี้อยู่ในขั้นตอนการเปิดรับสมัครเกษตรกรชาวสวนยางเข้าร่วมโครงการ หลังจากนั้นมีการอบรม เพื่อให้ความรู้ความเข้าใจกับเกษตรกร ว่ายังไม่ได้เงินจากการขายคาร์บอนเครดิตทันที ต้องดำเนินการตามขั้นตอนต่าง ๆ ปีที่ 3 ถึงเริ่มขายได้

ทั้งนี้ ตามกรอบโครงการบริหารจัดการคาร์บอนเครดิตสวนยางทั้งหมดของ กยท. จ.ระยอง จะต้องแล้วเสร็จและนำเสนอให้ อบก.อนุมัติภายในกลางปี 2567 เพื่อเสนอขายคาร์บอนเครดิต เพื่อให้ทันกับมาตรการที่สหภาพยุโรปเริ่มบังคับใช้มาตรการปรับคาร์บอนก่อนเข้าพรมแดน (Carbon Border Adjustment Mechanism : CBAM) 6 กลุ่มสินค้าคือ เหล็กและเหล็กกล้า อะลูมิเนียม ซีเมนต์ ปุ๋ย ไฟฟ้า และไฮโดรเจน

นายองค์กรกล่าวต่อไปว่า ปัจจุบันทั้งจังหวัดระยองมีพื้นที่ปลูกยางที่มีเอกสารสิทธิที่ขึ้นทะเบียนกับ กยท. ประมาณ 3.5 แสนกว่าไร่ และไม่มีเอกสารสิทธิประมาณ 7 หมื่นไร่ ที่ผ่านมาบริษัท วรุณา ได้เข้ามาสำรวจ และมีการประเมินพื้นที่ปลูกยางพาราเบื้องต้นในจังหวัดระยอง ด้วยการสุ่มตัวอย่างโดยใช้ภาพถ่ายทางอากาศประเมินค่าเฉลี่ยอายุการปลูกยาง 10-15 ปี พบว่ามีการกักเก็บคาร์บอนประมาณเกือบ 2 ตันคาร์บอนต่อไร่ต่อปี

หลังจากหักการใช้ปุ๋ยเคมีและสิ่งต่าง ๆ ในสวนยาง อย่างไรก็ตาม หลังจากนำร่องโครงการในระยองแล้ว จะขยายไปยังจังหวัดต่าง ๆ ในพื้นที่ภาคตะวันออก เช่น ชลบุรี ฉะเชิงเทรา สระแก้ว ต่อไป

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ดัน “สวนยางระยอง” ขายคาร์บอนเครดิต วรุณาเครือ ปตท.ดึง 2 หมื่นไร่รับมือ CBAM

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...