กรมการแพทย์ แนะหญิง 11-20 ปี เข้ารับวัคซีนเอชพีวี ป้องกันมะเร็งปากมดลูก
กรมการแพทย์ แนะหญิง 11-20 ปี เข้ารับวัคซีนเอชพีวี ป้องกันมะเร็งปากมดลูก เผยวิธีลดปัจจัยเสี่ยง รับประทานอาหารต้านอนุมูลอิสระ
วันที่ 16 ธ.ค. 2566 พญ.อัมพร เบญจพลพิทักษ์ รักษาราชการแทนอธิบดีกรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เปิดเผยว่า เชื้อไวรัสเอชพีวี หรือ HPV (Human papilloma virus) เป็นเชื้อไวรัสที่มีมากกว่า 100 สายพันธุ์ มีราว 40 สายพันธุ์ที่ก่อให้เกิดโรค โดยที่รู้จักกันคือสายพันธุ์ 16 และ 18 ที่เป็นสาเหตุของโรคมะเร็งปากมดลูกและทวารหนัก และสายพันธุ์ 6 และ 11 ที่ทำให้เกิดหูดหงอนไก่ ซึ่งปัจจุบันยังไม่มียารักษา แต่สามารถป้องกันได้ด้วยการฉีดวัคซีนป้องกันการติดเชื้อเอชพีวี โดยเฉพาะอายุกลุ่มเป้าหมาย แนะนำให้ฉีดในช่วงอายุ 11- 20 ปี ซึ่งเป็นอายุช่วงวัยรุ่น ก่อนที่จะมีเพศสัมพันธ์ครั้งแรก ซึ่งเป็นช่วงอายุที่ตอบสนองกับภูมิคุ้มกันได้ดี
พ.ญ.อัมพร กล่าวต่อว่า ในเด็กอายุต่ำกว่า 15 ปี ให้ฉีด 2 เข็ม และอายุ15 ปีขึ้น ไปควรฉีด 3 เข็ม นอกจากนี้ยังพบว่าสามารถป้องกันการติดเชื้อ HPV ที่เป็นสาเหตุของมะเร็งอวัยวะสืบพันธุ์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งมะเร็งปากมดลูก และมะเร็งในส่วนอื่น ๆ ของร่างกาย เช่น ช่องปาก ลำคอ นอกจากนั้นยังสามารถป้องกันภาวะการเกิดหูดหงอนไก่ของอวัยวะสืบพันธุ์
ด้านนพ.อัครฐาน จิตนุยานนท์ ผู้อำนวยการสถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี กรมการแพทย์ กล่าวว่า สำหรับผู้ที่ไม่ได้รับวัคซีน สามารถป้องกันและดูแลตัวเองได้ เช่น การดูแลป้องกันตัวเอง โดยการลดปัจจัยเสี่ยงต่างๆ ที่จะกระตุ้นสำหรับการเกิดมะเร็ง เช่น การมีเพศสัมพันธ์โดยไม่ป้องกัน การมีคู่นอนหลายคน การสูบบุหรี่ การดื่มสุรา และพฤติกรรมสุขภาพโดยรวม เช่น การรับประทานอาหารที่มีสารต้านอนุมูลอิสระ เช่น ผัก ผลไม้เส้นใยต่างๆ การควบคุมน้ำหนักตัวให้เหมาะสม
นพ.อัครฐาน กล่าวอีกว่า ในกรณีที่การป้องกันในระดับทุติยภูมิคือในกลุ่มที่มีเพศสัมพันธ์ เช่น ในผู้ใหญ่หรือผู้สูงอายุ ที่อาจจะติดเชื้อไปแล้ว สามารถทำได้โดยการการคัดกรองโรค เพื่อให้สามารถวินิจฉัยได้ตั้งแต่ระยะเริ่มต้น และได้รับการรักษาอย่างรวดเร็ว และควรตรวจสุขภาพประจำปี ตรวจหาเชื้อมะเร็งปากมดลูก(Pap smear) อย่างสม่ำเสมออย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง
ขณะที่ รศ.พิเศษ.พญ.วารุณี พรรณพาณิช วานเดอพิทท์ กุมารแพทย์โรคติดเชื้อ กล่าวว่า การเลือกฉีดวัคซีนป้องกันการติดเชื้อเอชพีวี ชนิด 2, 4, หรือ 9 สายพันธุ์ ขึ้นอยู่กับความเสี่ยงของแต่ละบุคคล และความพร้อมของแต่ละครอบครัว ตลอดจนนโยบายของแต่ละประเทศ วัคซีนทุกประเภทมีประสิทธิภาพในการป้องกันการเกิดภาวะแทรกซ้อนในระยะยาวจากการติดเชื้อเอชพีวีไม่ว่าจะเป็นมะเร็งอวัยวะสืบพันธุ์ หรือหูดหงอนไก่บริเวณอวัยวะเพศ
รศ.พิเศษ.พญ.วารุณี กล่าวต่อว่า วัคซีน 2 สายพันธุ์ สามารถป้องกันการเกิดมะเร็งอวัยวะสืบพันธุ์ที่เกิดจากการติดเชื้อจากสายพันธุ์ 16 และ 18 ได้ แต่ไม่ครอบคลุมสายพันธุ์ที่ทำให้เกิดหูดหงอนไก่ ในชนิด 4 และ 9 สายพันธุ์ที่นอกเหนือจากการป้องกันมะเร็งของอวัยวะสืบพันธุ์ ช่องปากและลำคอ จากสายพันธุ์อื่นๆ อย่างกว้างขวางมากขึ้น ยังช่วยป้องกันการเกิดหูดหงอนไก่
รศ.พิเศษ.พญ.วารุณี กล่าวอีกว่า ขณะที่วัคซีน 4 สายพันธุ์ ช่วยป้องกันเชื้อไวรัส HPV ในสายพันธุ์ 6 และ 11 ที่ทำให้เกิดหูดหงอนไก่ และสายพันธุ์ 16 และ 18 ที่ทำให้เกิดมะเร็งปากมดลูก วัคซีน 9 สายพันธุ์ สามารถป้องกันสายพันธุ์ 31, 33, 45, 52, และ 58 เพิ่มเติมขึ้นจาก 4 สายพันธุ์ ยิ่งมีความครอบคลุมและช่วยป้องกันเพิ่มมากขึ้น