โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

“ดาวโจนส์” ปิดลบ 116 จุด หุ้นชิปร่วงหนัก–บอนด์ยีลด์พุ่ง ฉุดตลาด

ข่าวหุ้นธุรกิจ

อัพเดต 19 ส.ค. เวลา 02.09 น. • เผยแพร่ 19 ส.ค. เวลา 02.04 น. • ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปิดการซื้อขายเมื่อคืนวันอังคาร (18 ส.ค.69) ปรับตัวลงทั้ง 3 ดัชนีต่อเนื่องเป็นวันที่ 2 ของสัปดาห์นี้ โดยหุ้นกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์นำหุ้นเทคโนโลยีร่วงลง ท่ามกลางอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ที่ปรับตัวสูงขึ้น เพิ่มความกังวลเกี่ยวกับต้นทุนการกู้ยืมและเงินเฟ้อ

ทั้งนี้ ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ (.DJI) ปิดที่ 53,343.40 จุด ลดลง 116.38 จุด หรือ -0.22% ขณะที่ดัชนี S&P 500 (.SPX) ปิดที่ 7,691.76 จุด ลดลง 53.30 จุด หรือ -0.69% และดัชนี Nasdaq Composite (.IXIC) ปิดที่ 26,289.71 จุด ลดลง 355.20 จุด หรือ -1.33%

ด้านอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 30 ปี ปรับขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบ 19 ปี ยังคงกดดันหุ้นเทคโนโลยี โดยเฉพาะกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์ ซึ่งถูกขายหนักในวันดังกล่าว

ดัชนี PHLX Semiconductor (.SOX) ร่วงลง 5% หลังนักลงทุนขายหุ้นที่ก่อนหน้านี้ปรับขึ้นแรงจากความต้องการที่เกี่ยวข้องกับ AI ขณะที่ต้นทุนการกู้ยืมที่สูงขึ้นทำให้นักลงทุนลดระดับราคาที่พร้อมจ่ายเพื่อแลกกับโอกาสการเติบโตของกำไรในกลุ่มเทคโนโลยี

ในบรรดา 11 กลุ่มอุตสาหกรรมหลักของ S&P 500 กลุ่มเทคโนโลยีสารสนเทศเป็นกลุ่มที่กดดัชนีมากที่สุด โดยปรับตัวลดลง 1.9%

สำหรับหุ้นรายตัว Nvidia ผู้ผลิตชิป AI ชั้นนำ ลดลง 2.3% ขณะที่ Micron Technology ร่วงลง 7% หลังราคาหุ้นปรับขึ้นเกือบ 18% ในช่วง 5 วันทำการก่อนหน้า

ขณะเดียวกัน ตลาดยังจับตาผลประกอบการรายไตรมาสของ Nvidia ซึ่งนักลงทุนมองว่าเป็นบททดสอบสำคัญครั้งต่อไปสำหรับแรงขับเคลื่อนของตลาดจากกระแส AI

ส่วนหุ้นกลุ่มจัดเก็บข้อมูลถูกขายเช่นกัน โดย Sandisk ลดลง 9% และ Western Digital ลดลง 7.4% ขณะที่ Roundhill Memory ETF ร่วงลง 8.8% หลังปรับขึ้นติดต่อกัน 5 วัน

ด้านดัชนีความผันผวน Cboe Volatility Index (VIX) ซึ่งเป็นมาตรวัดความวิตกกังวลของวอลล์สตรีท ปิดเพิ่มขึ้น 0.65 จุด มาอยู่ที่ 15.84 จุด ซึ่งเป็นระดับปิดสูงสุดนับตั้งแต่วันที่ 4 สิงหาคม

ขณะที่กลุ่มพลังงานของ S&P 500 เพิ่มขึ้น 1.8% และเป็นกลุ่มที่ปรับตัวขึ้นมากที่สุดในวันดังกล่าว ตามทิศทางราคาน้ำมัน โดยสัญญาน้ำมันดิบสหรัฐฯ ลดช่วงบวกลงในช่วงท้ายตลาด แต่ยังปิดเพิ่มขึ้น 0.5% หลังอิหร่านขู่ว่าจะเปลี่ยนไปใช้ท่าทีทางทหารแบบ “เชิงรุกเต็มรูปแบบ” ขณะที่สหรัฐฯ ปฏิเสธการขยายระยะเวลาข้อตกลงหยุดยิง

ด้านหุ้น Home Depot ลดลง 0.1% แม้บริษัทค้าปลีกสินค้าตกแต่งบ้านรายดังกล่าวรายงานยอดขายไตรมาส 2 สูงกว่าที่ตลาดคาดการณ์

นอกจากนี้ นักลงทุนยังรอรายงานการประชุมของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ประจำเดือนกรกฎาคม ซึ่งมีกำหนดเปิดเผยในวันพุธนี้ (19 ส.ค.69) เพื่อหาสัญญาณเพิ่มเติมเกี่ยวกับการประเมินภาวะเศรษฐกิจและเงินเฟ้อของเฟด

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...