"แอนดี เบอร์แนม" นั่งแท่นผู้นำคนใหม่กับสัญญาณเปลี่ยนทิศการเมืองอังกฤษ
เมื่อวันที่ 20 ก.ค.2569 สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า การเข้ารับตำแหน่งนายกรัฐมนตรีของ แอนดี เบอร์แนม ไม่ได้เป็นเพียงการเปลี่ยนตัวผู้นำของสหราชอาณาจักร แต่ยังสะท้อนความพยายามของพรรคแรงงาน ในการปรับภาพลักษณ์ของรัฐบาล หลัง เซอร์ เคียร์ สตาร์เมอร์ ต้องพ้นจากตำแหน่งจากแรงกดดันทางการเมืองและความผิดหวังของประชาชนต่อการบริหารประเทศ แม้จะเคยชนะการเลือกตั้งอย่างถล่มทลายเมื่อ 2 ปีก่อน
สิ่งที่น่าสนใจคือ วันแรกของเบอร์แนมแทบไม่มีการประกาศนโยบายเชิงเทคนิค หรือรายละเอียดด้านเศรษฐกิจมากนัก แต่กลับเลือกส่ง "สัญญาณทางการเมือง" ผ่านท่าที คำพูด และการจัดลำดับความสำคัญของรัฐบาล ซึ่งสะท้อนแนวคิดการนำประเทศที่แตกต่างจากผู้นำคนก่อนอย่างชัดเจน
เป้าหมายใหญ่ แม้ยังไม่มีคำตอบว่าจะทำได้หรือไม่
นโยบายแรกที่เบอร์แนมประกาศคือ การยุติปัญหาคนไร้บ้าน หรือ คนนอนข้างถนน พร้อมจัดสรรงบประมาณเพิ่มเติม 340 ล้านปอนด์ ถือเป็นการเลือกประเด็นที่สะท้อนภาพของ "รัฐบาลที่ให้ความสำคัญกับประชาชนฐานราก" มากกว่าการเริ่มต้นด้วยมาตรการด้านการคลังหรือการต่างประเทศ
อย่างไรก็ตาม เป้าหมายดังกล่าวก็เต็มไปด้วยความท้าทาย เพราะองค์กร Shelter ระบุว่า ปัจจุบันมีผู้ที่ต้องนอนข้างถนนในอังกฤษอย่างน้อย 4,600 คนทุกคืน และจำนวนผู้ประสบปัญหาที่อยู่อาศัยจริงมีมากกว่านั้นหลายเท่า
ที่สำคัญ เบอร์แนมเองเคยให้คำมั่นลักษณะเดียวกัน เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งนายกเทศมนตรีเมืองแมนเชสเตอร์ในปี 2560 แม้ตัวเลขคนไร้บ้านจะลดลงเกือบครึ่งภายในปี 2567 แต่ปัญหาก็ไม่เคยหมดไป และกลับเพิ่มขึ้นอีกหลังปี 2564
จึงอาจกล่าวได้ว่า นโยบายนี้ไม่ใช่เรื่องใหม่สำหรับตัวเขา แต่เป็นการยกระดับคำมั่นจากระดับเมืองไปสู่ระดับประเทศ ซึ่งจะเป็นบทพิสูจน์สำคัญของรัฐบาลชุดใหม่
จาก "บริหารแบบระมัดระวัง" สู่ "การเมืองแห่งความหวัง"
หากเปรียบเทียบกับสตาร์เมอร์ ความแตกต่างที่เห็นได้ชัดคือวิธีการสื่อสาร "สตาร์เมอร์" มักเลือกตั้งเป้าหมายที่เป็นไปได้และระมัดระวังในการให้คำมั่น เพื่อหลีกเลี่ยงการถูกวิจารณ์หากทำไม่ได้ แต่ "เบอร์แนม" กลับเลือกแนวทางตรงกันข้าม เขาพูดถึงการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ การสร้างความเป็นหนึ่งเดียวกันของชาติ และการทำให้อังกฤษกลับมามีความมั่นคงอีกครั้ง แม้จะยังไม่กำหนดกรอบเวลาที่ชัดเจน
นักวิเคราะห์จำนวนมากมองว่า นี่คือการใช้ "การเมืองแห่งความหวัง" เพื่อสร้างแรงศรัทธาให้ประชาชน หลังจากสังคมอังกฤษเผชิญความผันผวนทางการเมืองต่อเนื่องหลายปี ทั้งผลกระทบจาก Brexit วิกฤตค่าครองชีพ และการเปลี่ยนตัวนายกรัฐมนตรีหลายครั้ง
แต่ในอีกด้านหนึ่ง การตั้งเป้าหมายที่สูงย่อมหมายถึงความเสี่ยง หากรัฐบาลไม่สามารถทำได้ตามที่ประกาศไว้ ความคาดหวังของประชาชนก็อาจกลายเป็นแรงกดดันที่ย้อนกลับมาทำลายรัฐบาลได้เช่นกัน
"กระจายอำนาจ" หัวใจของเบอร์แนม
อีกประเด็นสำคัญคือ การกระจายอำนาจ ตลอดเส้นทางการเมือง เบอร์แนมสร้างชื่อจากการเป็นนายกเทศมนตรีเมืองแมนเชสเตอร์ และมักวิจารณ์ว่าการบริหารประเทศของอังกฤษรวมศูนย์อยู่ที่กรุงลอนดอนมากเกินไป
แม้ในการกล่าวสุนทรพจน์วันแรก เขาจะไม่ได้กล่าวถึง "ภาคเหนือของอังกฤษ" โดยตรง แต่ประโยคที่ว่า
จะนำอำนาจออกจากที่นี่ และส่งต่อไปยังทุกพื้นที่ของประเทศ
สะท้อนชัดเจนว่า การกระจายอำนาจจะเป็นหนึ่งในนโยบายหลักของรัฐบาล
แนวคิดนี้สอดคล้องกับความเชื่อของเบอร์แนมที่มองว่า ความเหลื่อมล้ำระหว่างลอนดอนกับเมืองต่างจังหวัดเป็นหนึ่งในต้นตอของปัญหาเศรษฐกิจและสังคมของอังกฤษในช่วงหลายทศวรรษที่ผ่านมา
ปรับ ครม. สะท้อนการประนีประนอมภายในพรรค
เบอร์แนมไม่ได้เลือกใช้เฉพาะคนใกล้ชิด แต่ดึงบุคคลที่มีประสบการณ์และมีบทบาทในพรรคแรงงานกลับมาร่วมรัฐบาล ไม่ว่าจะเป็น จอห์น ฮีลีย์ เวส สตรีททิง เอ็ด มิลิแบนด์ ชาบานา มาห์มูด อีเวตต์ คูเปอร์ และ แองเจลา เรย์เนอร์
การจัดทีมลักษณะนี้สะท้อนความพยายามสร้างความสมดุลระหว่างกลุ่มอำนาจภายในพรรค ลดความขัดแย้ง และเพิ่มเสถียรภาพให้รัฐบาล มากกว่าการสร้างทีมงานที่ยึดโยงกับตัวผู้นำเพียงฝ่ายเดียว
สายตรงผู้นำโลก กระชับมิตร "ทรัมป์-เซเลนสกี"
ในวันแรกของการทำงาน เบอร์แนมได้ร่วมหารือทางโทรศัพท์กับผู้นำต่างประเทศคนสำคัญ โดยในการพูดคุยกับ โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ผู้นำอังกฤษคนใหม่ ได้เน้นย้ำถึงพันธกิจด้านความมั่นคงและการป้องกันประเทศ ซึ่งทรัมป์ได้โพสต์ข้อความผ่านทรูธโซเชียล ระบุว่า การพูดคุยเป็นไปด้วยดี และมีแผนจะนัดหารือร่วมกันในประเด็นน้ำมันในทะเลเหนือ การค้า พันธมิตรทางการทหาร และการเก็บกู้ทุ่นระเบิดในช่องแคบฮอร์มุซ
นอกจากนี้ เบอร์แนมยังได้สายตรงหา โวโลดิเมียร์ เซเลนสกี ประธานาธิบดียูเครน เพื่อยืนยันการสนับสนุนยูเครนอย่างมั่นคง ซึ่งผู้นำยูเครนได้กล่าวแสดงความขอบคุณสำหรับการสนับสนุนและความเสียใจต่อผู้สูญเสียจากการโจมตีของรัสเซีย
อีกสิ่งหนึ่งที่ถูกพูดถึงอย่างมากคือ "สไตล์" ของเบอร์แนม เขาเลือกกล่าวสุนทรพจน์โดยไม่ใช้เครื่องอ่านคำปราศรัย ไม่มีโพเดียม และไม่มีบันทึก ช่วยสร้างภาพลักษณ์ของผู้นำที่เป็นธรรมชาติและเข้าถึงประชาชน แม้จะยังคงแต่งกายด้วยชุดสูทตามธรรมเนียมของตำแหน่ง
ขณะที่ เซอร์ เคียร์ สตาร์เมอร์ อดีตนายกรัฐมนตรี ได้ย้ายออกจากดาวนิงสตรีทด้วยรอยยิ้ม พร้อมกล่าวอวยพรและแสดงความสนับสนุนต่อนายเบอร์แนมอย่างเต็มที่
อย่างไรก็ตาม บรรยากาศการเปลี่ยนผ่านอำนาจครั้งนี้ยังคงสะท้อนถึงความผันผวนทางการเมืองของสหราชอาณาจักร ซึ่งเบอร์แนมต้องเผชิญกับบททดสอบสำคัญในการสร้างเสถียรภาพและรับมือกับกระแสการเมืองฝั่งขวาจัดจากพรรค Reform UK ในอนาคต
แม้วันแรกของแอนดี เบอร์แนม จะสร้างความหวังและส่งสัญญาณถึงการเปลี่ยนแปลงหลายด้าน แต่สิ่งที่จะตัดสินความสำเร็จของเขาในท้ายที่สุด ไม่ใช่สุนทรพจน์หรือภาพลักษณ์ หากเป็นความสามารถในการผลักดันนโยบายให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม และรักษาความเชื่อมั่นของประชาชนไว้ได้ตลอดวาระการบริหารประเทศ
อ่านข่าว :
"สเปน" จัดขบวนแห่แชมป์โลก แฟนบอลเกือบ 2 ล้านคนต้อนรับฮีโร่กลับบ้าน
"ฮูตี" ประกาศปิดล้อมทางทะเลซาอุฯ ตอบโต้ปะทะเดือดในเยเมน
สภาพอากาศวันนี้ ภาคเหนือมีฝน 60% เตือน ปชช.ระวังน้ำป่าไหลหลาก