TSMC หารือลูกค้าเตรียมขึ้นราคาชิปสูงสุด 10% ปี 2570 รับต้นทุนผลิตพุ่ง-ดีมานด์ AI
TSMC ผู้ผลิตชิปรายใหญ่ของโลก เตรียมหารือลูกค้าปรับขึ้นราคาชิป 5-10% ในปี 2570 หลังต้นทุนวัตถุดิบ อุปกรณ์ และพลังงานเพิ่มขึ้น ท่ามกลางความต้องการชิป AI ที่พุ่งแรง
วันที่ 21 กรกฎาคม 2569 เวลา 16.19 น. สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า บริษัท Taiwan Semiconductor Manufacturing Co. (TSMC) ผู้ผลิตชิปรายใหญ่ที่สุดของโลก กำลังหารือกับลูกค้าเกี่ยวกับการปรับขึ้นราคาค่าผลิตชิปสูงสุด 10% ในปี 2570 เพื่อรองรับต้นทุนการผลิตที่เพิ่มสูงขึ้น ตามรายงานของสำนักข่าว Nikkei โดยอ้างแหล่งข่าวที่เกี่ยวข้อง
รายงานระบุว่า TSMCเริ่มเจรจากับลูกค้าตั้งแต่เดือนมิถุนายนที่ผ่านมา และได้กำหนดกรอบการปรับขึ้นราคาพื้นฐานไว้ที่ประมาณ 5-10% โดยจะเริ่มมีผลในปีหน้า ครอบคลุมทั้งชิปเซมิคอนดักเตอร์รุ่นล้ำสมัย (Advanced Chips) และชิปรุ่นเก่า (Mature Chips)
TSMCซึ่งเป็นผู้ผลิตชิปให้กับบริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่ เช่น Nvidia และ Apple ต้องเผชิญกับต้นทุนการผลิตที่เพิ่มขึ้นจากราคาวัตถุดิบ อุปกรณ์การผลิต และค่าไฟฟ้า รวมถึงแรงกดดันจากความต้องการชิป AI ที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว
ในเดือนนี้ TSMCได้ปรับเพิ่มประมาณการงบลงทุนปี 2569 หลังประเมินว่าความต้องการ AI จะยังคงเติบโตต่อเนื่อง ขณะที่การขยายกำลังการผลิต โดยเฉพาะโครงการโรงงานในรัฐแอริโซนา สหรัฐ มูลค่ารวมประมาณ 2.65 แสนล้านดอลลาร์ ส่งผลให้ต้นทุนการลงทุนเพิ่มขึ้น
ที่ผ่านมา TSMCมีนโยบายหลีกเลี่ยงการปรับราคาครั้งใหญ่ และให้ความสำคัญกับความสัมพันธ์ระยะยาวกับลูกค้า โดยบริษัทมักรักษาเสถียรภาพด้านราคา แม้ตลาดชิปหน่วยความจำจะมีความผันผวนสูงก็ตาม
อย่างไรก็ตาม ความต้องการชิปสำหรับปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่พุ่งขึ้น รวมถึงปัญหาห่วงโซ่อุปทานจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง กำลังเพิ่มแรงกดดันให้ TSMCต้องเร่งขยายกำลังผลิตทั่วโลก และปรับราคาสินค้าให้สอดคล้องกับต้นทุนที่สูงขึ้น
TSMC ระบุว่า บริษัทเลือกเลื่อนการปรับขึ้นราคาไปเป็นปี 2570 เพื่อให้ลูกค้ามีเวลาปรับตัว โดยซี.ซี. เว่ย (C.C. Wei) ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กล่าวว่า กลยุทธ์ด้านราคาของบริษัทเป็นการกำหนดเชิงกลยุทธ์ ไม่ใช่การฉวยโอกาสจากสถานการณ์ตลาด พร้อมยืนยันว่าจะทำงานร่วมกับลูกค้าและสะท้อนคุณค่าของเทคโนโลยีที่บริษัทนำเสนอ
ด้านลูกค้ารายใหญ่อย่าง Nvidia เคยเรียกร้องให้ TSMCเร่งขยายกำลังการผลิต เนื่องจากกังวลปัญหาคอขวดด้านอุปทานชิป AI สำหรับศูนย์ข้อมูล ส่งผลให้ TSMCเดินหน้าลงทุนโครงการขนาดใหญ่ เช่น โรงงานในแอริโซนา ซึ่งถือเป็นหนึ่งในการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศครั้งใหญ่ที่สุดในสหรัฐ
แม้ TSMCเพิ่งรายงานยอดขายและกำไรไตรมาสล่าสุดสูงกว่าคาด พร้อมปรับเพิ่มแนวโน้มการเติบโต แต่บริษัทยังคงเผชิญความท้าทายในการรองรับคำสั่งซื้อทั้งหมด เนื่องจากกระแส AI ยังคงเป็นแรงขับเคลื่อนหลักของการเติบโตในช่วงหลายปีข้างหน้า
อ้างอิง : www.bloomberg.com