โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไขข้อข้องใจ กัญชง คืออะไร ต่างจากกัญชาตรงไหน

BRIGHTTV.CO.TH

อัพเดต 05 ต.ค. 2565 เวลา 17.43 น. • เผยแพร่ 05 ต.ค. 2565 เวลา 10.43 น. • Bright Today

เชื่อว่าหลายคนจะต้องเคยสับสนว่าระหว่าง กัญชา กับ กัญชง นั้นมีความเหมือนหรือต่างกันอย่างไร ทำไมชื่อถึงคล้ายกัน เป็นพืชสมุนไพรที่มีสรรพคุณคล้ายกันหรือไม่ และกัญชงนั้นจัดว่าเป็นยาเสพติดเหมือนกับกัญชาหรือเปล่า เพื่อตอบข้อข้องใจเหล่านี้ วันนี้เรามีข้อมูลเกี่ยวกับกัญชง พืชชนิดหนึ่งที่ว่ากันว่าจะกลายเป็น พืชเศรษฐกิจชนิดใหม่ เป็นความหวังให้กับเกษตรกรและผู้ที่สนใจ และยังสามารถทำเงินได้เป็นกอบเป็นกำอีกด้วย ซึ่งจะเป็นอย่างที่กล่าวมาหรือไม่ มาเรียนรู้เรื่องกัญชงที่กำลังเป็นที่จับตามองกันเลยดีกว่า

กัญชง คืออะไร

กัญชง หรือ ชื่อภาษาอังกฤษคือ Hemp มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Cannabis sativa L. Subsp. Sativa ซึ่งเป็นชื่อเดียวกับกัญชา เนื่องจากมีต้นกำเนิดมาจากที่เดียวกัน จึงทำให้หลาย ๆ คนมักจะเข้าใจผิดว่าเป็นพืชชนิดเดียวกัน โดยลักษณะของต้นกัญชงนั้นจะมีความสูงประมาณ 2 เมตรขึ้นไป มีปล้องและข้อที่ยาว กิ่งก้านที่แตกจะไม่เยอะมากแต่จะหันไปในทิศทางเดียวกัน เนื่องจากเป็นพืชที่มีเปลือกเหนียวและลอกง่าย จะทำให้มีเส้นใยยาวคุณภาพสูง จุดเด่นอยู่ที่ใบ คือ จะมีลักษณะเป็นแฉกประมาณ 7-9 แฉก มีสีเขียวอมเหลือง การเรียงตัวของใบค่อนข้างห่าง ที่ช่อดอกจะมียางแต่ไม่มาก เมล็ดของต้นกัญชงจะมีขนาดใหญ่และมีผิวเมล็ดที่หยาบ กัญชงนั้นมีสาร tetrahydrocannabinol หรือ THC เช่นเดียวกับกัญชา แต่มีอยู่ในปริมาณน้อยกว่า 0.3% ซึ่งถือว่าน้อย แต่ถ้าหากมีการนำมาเสพหรือรับประทานในปริมาณมากก็อาจจะมีอาการมึนเมาได้เช่นกัน

Hemp

กัญชง กับสรรพคุณทางยาที่มีประโยชน์กว่าที่คิด

สำหรับกัญชงนั้นก็ถือว่าเป็นพืชสมุนไพรชนิดหนึ่งเช่นกัน เพราะส่วนต่าง ๆ ของกัญชงนั้นสามารถนำมารักษาโรคได้มากกว่าที่คิด โดยในส่วนของใบนั้นมีสรรพคุณช่วยให้ผ่อนคลาย สำหรับคนที่มีอาการนอนไม่หรับนั้น สามารถใช้เป็นตัวช่วยในการทำให้หลับสบายมากขึ้น สารสกัดที่อยู่ในกัญชงจะทำให้คุณสามารถหลับได้นานขึ้น ลึกขึ้น และไม่สะดุ้งตื่นกลางดึก ทำให้ร่างกายเกิดการพักผ่อนได้อย่างเต็มที่ ไม่รู้สึกอ่อนล้าหรืออ่อนเพลีย นอกจากนี้ยังเป็นยาบำรุงโลหิต ช่วยรักษาอาการวิงเวียนศีรษะ บรรเทาอาการปวดไมเกรนได้เป็นอย่างดี แถมยังช่วยคลายกล้ามเนื้อ แก้อาการเจ็บปวดต่าง ๆ รวมไปถึงโรคเก๊าท์อีกด้วย ส่วนที่เป็นเมล็ดของกัญชงนั้น ในสมัยโบราณชาวบ้านเผ่าม้งมักจะนำมาใช้โดยการเคี้ยวเมล็ดสด ๆ เพื่อเป็นยาสลายนิ่วนั่นเอง ถือว่าเป็นอีกหนึ่งภูมิปัญญาของชาวบ้านอย่างแท้จริง

ในส่วนของเมล็ดกัญชงนั้น นอกจากที่จะนำมาใช้เป็นยาสลายนิ่วได้แล้ว ยังมีประโยชน์อื่น ๆ อีกเช่นกัน เนื่องจากในเมล็ดจะอุดมไปด้วยแร่ธาตุต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นวิตามิน โซเดียม แคลเซียม โพแทศเซียม ฟอสฟอรัส เหล็ก กำมะถัน และสังกะสี ล้วนแต่เป็นสารอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกายไม่น้อยเลย นอกจากแร่ธาตุเหล่านี้แล้ว ในเมล็ดกัญชงยังมีโอเมก้า 3 และ 6 ที่เป็นไขมันที่จำเป็นต่อร่างกายของมนุษย์อีกด้วย ซึ่งมีประโยชน์ในการควบคุมระดับคอเลสเตอรอลและสามารถช่วยเพิ่มภูมิคุ้มกันในร่างกายได้

กัญชงกับตำแหน่งพืชเศรษฐกิจหน้าใหม่ที่มาแรงในยุคนี้

เนื่องจากกระแสการปลดล็อกกัญชาทำให้ประเด็นกัญชาเสรีได้รับความสนใจจากคนกลุ่มต่าง ๆ อย่างมากมาย เมื่อเริ่มมีการอนุญาตให้สามารถปลูกได้อย่างไม่ผิดกฏหมายแล้ว ก็เริ่มมีคนพยายามหาช่องทางในการทำเงินจากพืชชนิดนี้เป็นอย่างมาก แม้ว่าจะยังมีข้อจำกัดในการปลูกอยู่ไม่น้อย แต่ถ้ามีการขออนุญาตอย่างถูกต้องแล้วก็ถือเป็นเรื่องที่น่าลงทุนเป็นอย่างมาก เพราะใคร ๆ ต่างก็รู้ว่ากัญชงและกัญชานั้นเป็นพืชสมุนไพรที่มีสรรพคุณทางยามากมาย และเทรนด์รักสุขภาพที่กำลังมาแรงอย่างไม่มีทีท่าว่าจะแผ่วลง ถ้าจับตลาดการใช้กัญชาได้ อย่างไรเสียก็มีโอกาสที่จะทำกำไรได้เป็นอย่างดี เมื่อลองดูจากความต้องการของตลาดโดลกแล้ว ในแต่ละปีจะเห็นได้ชัดว่ามีความต้องการของตลาดเพิ่มขึ้นและมีตลาดที่เปิดกว้างมากขึ้นอีกด้วย ถ้ารัฐมีการสนับสนุนที่ดี ก็มีแนวโน้มว่ากัญชงและกัญชานี้จะกลายมาเป็นพืชเศรษฐกิจใหม่ให้กับประเทศไทยอย่างแน่นอน เนื่องจากประเทศไทยนั้นโดยพื้นฐานเป็นประเทศเกษตรกรรมอยู่แล้ว มีกำลังและความสามารถในการเพาะปลูกสูง จึงถือว่าเป็นข้อได้เปรียบอย่างมาก

แต่สิ่งหนึ่งที่ผู้ที่สนใจอยากจะปลูกกัญชงเองหรือนำเอากัญชงมาเป็นส่วนประกอบของผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ จะต้องมีการศึกษาเรื่องกฏหมายที่เกี่ยวข้องให้ชัดเจน เนื่องจากเป็นกฏหมายที่มีการกำหนดขึ้นใหม่ และยังไม่ค่อยคุ้นเคยเท่าไหร่นัก จึงจำเป็นต้องศึกษาเรื่องรายละเอียดและข้อกำหนดในการนำมาใช้ให้ดี เพื่อป้องกันการกระทำที่ผิดกฎหมายไว้ก่อน เนื่องจากยังไม่สามารถปลดล็อกได้ทุกส่วน จึงต้องระมัดระวังให้ดี ส่วนการ ปลดล็อกกัญชา และกัญชงที่จะทำให้ประชาชนทั่วไปหรือหน่วยงานต่าง ๆ ได้ปลูกไว้ใช้ได้เองนั้นจะเริ่มตั้งแต่วันที่ 9 มิถุนายน 2565 เป็นต้นไป ซึ่งไม่ว่าใครที่ต้องการปลูกก็สามารถปลูกได้โดยไม่ต้องขออนุญาต แต่จะต้องมีการจดแจ้งการปลูกผ่านแอปพลิเคชัน ‘ปลูกกัญ’ ขององค์การอาหารและยา หรือ อย. เสียก่อน

Hemp-Oil

เราจะนำกัญชงไปทำอะไรได้บ้าง

กัญชงนั้นเรียกได้ว่าเป็นพืชสมุนไพรที่สามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้ทั้งต้นเลยก็ว่าได้ โดยส่วนต่าง ๆ ของกัญชงสามารถนำมาแปรรูปเป็นอาหารหรือผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ได้ดังนี้

  • ส่วนของเมล็ด : สามารถสกัดเอาน้ำมันเมล็ดกัญชงมาใช้ประโยชน์ได้หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นการนำไปทำเป็นเครื่องสำอางค์ เช่น ครีมกันแดด ลิปบาล์ม ลิปสติกแผ่นมาสก์หน้า หรือผลิตภัณฑ์บำรุงผิวต่างๆ เช่น โลชั่น สบู่ แชมพู ครีมน้ำมันที่ช่วยบำรุงผิวที่แห้งรักษาโรคผิวหนัง โรคสะเก็ดเงิน แถมยังลดอาการคันได้เป็นอย่างดี
  • โปรตีนในเมล็ดกัญชง : อีกหนึ่งประโยชน์จากเมล็ดกัญชงที่สามารถนำมาทำเป็นอาหารได้ก็คือการนำไปแปรรูปเป็นเนย นม ชีส ไอศครีม เต้าหู้ โปรตีนเกรษตร หรือแม้กระทั่งการนำไปแรรูปเป็นแป้งถั่วเหลืองก็ยังได้
  • เปลือกและลำต้น : เนื่องจากเป็นพืชที่มีลักษณะของเปลือกที่เหนียวและลอกง่าย เส้นใยของเปล็อกจึงมีคุณสมบัติที่ดี แข็งแรงทนทาน สามารถนำมาใช้เป็นเส้นด้ายเพื่อถักทอเป็นเสื้อผ้า เครื่องนุ่งห่มได้
  • ส่วนของใบ : เรียกได้ว่าเป็นส่วนที่มีสรรพคุณทางยาสูงมาก จึงนำมาใช้ประโยชน์และแปรรูปได้หลากหลาย โดยส่วนใหญ่จะนำมาทำเป็นชาใช้ดื่มเพื่อบำรุงสุขภาพ ใช้เป็นส่วนผสมของอาหารเสริมการทำอาหารหรือขนมต่าง ๆ เช่น การทำเส้นพาสต้า ขนมปัง คุกกี้ บราวนี่ ขนมอบต่าง ๆ การทำเบียร์หรือไวน์ เป็นต้น
  • สารสกัด CBD และ THC : ในกัญชงนั้นมีสารสกัดที่เป็นประโยชน์และออกฤทธิ์ต่อร่างกายเช่นเดียวกับที่มีในกัญชา แต่จะมีอยู่ในปริมาณที่น้อยกว่า โดยตามกฏหมายนั้นสามารถใช้สารสกัดเหล่านี้ในปริมาณที่น้อยกว่า 0.2% นำมาทำเป็นยารักษาโรคทำเวชสำอางค์ และผลิตภัณฑ์เสริมอาหารได้เช่นกัน

จากข้อมูลการเรียนรู้เรื่องกัญชงดังกล่าวนั้น กัญชง เป็นพืชเศรษฐกิจที่น่าจับตามองก็คงจะไม่แปลกนัก เพราะมีประโยชน์ที่มากมายมหาศาลจริง ๆ ยิ่งในประเทศไทยที่มีการประกาศปลดล็อกล็อกกัญชาและกัญชงเกิดขึ้นแล้ว จึงมีแนวโน้มที่ค่อนข้างชัดเจนว่า ในอนาคตข้างหน้าจะมีตลาดและกำลังซื้อของผู้คนที่มีความสนใจในกัญชาและกัญชงต้องเพิ่มขึ้นอย่างแน่นอน นอกจากตลาดในประเทศที่ใหญ่ขึ้น ตลาดการซื้อขายกัญชาและกัญชงนอกประเทศก็น่าสนใจไม่แพ้กัน แต่จะต้องรอดูกฏหมายของบ้านเราที่จะออกมารองรับในอนาคตต่อไป ซึ่งก็ได้แต่หวังว่าจะทางรัฐบาลจะให้การสนับสนุนและหาแนวทางที่ดีเพื่อเป็นการปูทางให้พืชเศรษฐกิจที่คาดว่าจะกลายมาเป็นความหวังใหม่ของเกษตรกรและผู้ที่สนใจนั่นเอง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...