ชีวิตใหม่ของนายซุปเปอร์สตาร์
ข้อมูลเบื้องต้น
วี ดาราดังมากพรสวรรค์ที่กำลังจะได้ร่วมงานกับดาราระดับโลกได้ประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์และเสียชีวิตลงด้วยวัยเพียง 39 ปีการจากไปของเขาได้สร้างความเศร้าเสียใจให้กับเหล่าแฟนคลับทั่วโลกอย่างมากแต่เมื่อวีลืมตาขึ้นเขาก็พบว่าตัวเองนั้นได้ย้อนเวลากลับมาในช่วงที่อายุ 16 ปีอีกครั้ง
"ฉันย้อนเวลากลับมางั้นเหรอ ?"
ทวียิ้มออกมาก่อนจะชูมือแสดงท่าทีดีใจ
"ฉันจะได้โอกาสในการใช้ชีวิตใหม่อีกครั้งแล้ว ครั้งนี้แหละฉันจะต้องทำให้ได้ ชีวิตอิสระของฉัน !!"
เขาจะดำเนินชีวิตใหม่ครั้งนี้อย่างไร โปรดติดตามได้ใน 'ชีวิตใหม่ของนายซุปเปอร์สตาร์'
-เวลาลงไม่แน่นอนเนื่องจากมีโปรเจคหลักอยู่สองเรื่อง-(เรื่องนี้ไม่วายนะครับ)(เปิดอ่านฟรี 80 ตอน)
ตอนที่ 1 : ย้อนกลับมา
วี สะดุ้งตัวขึ้นจากเตียงพร้อมกับมองไปรอบๆตัว
“ที่นี้ที่ไหน ?”
วีสงสัยก่อนจะจับไปที่ร่างกายของตัวเอง
“ฉันยังไม่ตาย ?”
วีสับสนเล็กน้อยก่อนจะตั้งสติและมองไปรอบๆตัวเอง ดูเหมือนเขาจะอยู่ในห้องของใครสักคนแต่ไม่รู้ว่าทำไมบรรยากาศรอบๆห้องนั้นถึงดูน่าคิดถึงแปลกๆ
วีลุกขึ้นจากเตียงและเดินสำรวจห้อง เขาพบเจอกับข้าวของเครื่องใช้มากมาย และดูเหมือนว่าห้องนี้จะเป็นห้องของเด็กคนหนึ่งที่น่าจะอายุไม่เกิน 20
ดูจากหนังสือเรียนที่วางอยู่บนโต๊ะซึ่งเป็น หนังสือคณิตของนักเรียนมัธยมปลาย เสื้อผ้านักเรียนชายที่ถูกแขวนไว้บนผนังซึ่งตรงอกถูกปักด้วยตัวอักษรย่อ ด.ค.ต
“อืม… ด.ค.ต ใช่โรงเรียนที่เราเคยเรียนตอนเด็กหรือเปล่านะ”
วีคิด ก่อนจะสังเกตุเห็นสมุดจดที่วางอยู่บนโต๊ะ ซึ่งเป็นสมุดของโรงเรียนดังกล่าว วีจึงหยิบมันขึ้นมาดู
“หืม…ดรุณคริสเตียนวิทยาคม ว้าว ~ นี่มันโรงเรียนเก่าของฉันจริงๆด้วยแหะ สงสัยเจ้าหนูนี่คงเป็นรุ่นน้องที่โรงเรียนของเรา”
“แหม ~ มีรุ่นน้องจิตใจดีแบบนี้ฉันคงต้องไปขอบคุณเสียหน่อย ว่าแต่เจ้าหนูนั่นไปอยู่ไหนกันนะ”
วียิ้มพร้อมกับจะเดินออกไปจากห้องแต่ในขณะนั้นเองที่วีกำลังเดินผ่านกระจกบานใหญ่ เขาก็ถึงกับหยุดชะงักและถอยหลังกลับมาทันที
วียืนอยู่หน้ากระจกด้วยท่าทีอึ้งๆก่อนจะจับไปที่หน้าของตัวเอง
“นะ… หน้าฉัน !!!”
วีร้องออกมา จากนั้นก็ได้มีเสียงหนึ่งตะโกนขึ้น
“เกิดอะไรขึ้นลูก !!”
วีลุกลี้ลุกลนก่อนจะตะโกนกลับไปว่า
“ไม่มีอะไรครับ !”
วีหันกลับมาดูตัวเองในกระจกอีกครั้ง เขาจับไปที่ร่างกายอันอวบอ้วนและใบหน้ากลมๆของตัวเองด้วยท่าทีที่แปลกประหลาด
“ไม่จริงๆ ฉันต้องฝันอยู่แน่ๆ ทำไมร่างกายของฉันถึงกลายเป็นเด็กอ้วนได้กันล่ะ ?”
วีเดินวนรอบห้องอย่างสับสนพร้อมกับคิดถึงเรื่องต่างๆและทฤษฏีมากมายที่สามารถยกมาอ้างอิงได้ แต่เขาเป็นเพียงแค่ดารานักแสดงเท่านั้น จะไปรู้เรื่องพวกนั้นได้ยังไงกัน
หลังจากคิดสักพักเขาก็คิดว่าตัวเองจะต้องกำลังฝันอยู่แน่ๆ เขาจึงลองหยิกแขนตัวเองดูเผื่อจะสามารถตื่นจากฝันได้ แต่ผลปรากฏว่า
“โอ๊ย !! เจ็บจริงแหะ”
“ไม่จริงน่าาาาาา ~”
วีกรีดร้องก่อนจะทรุดตัวลงไปกับพื้นก่อนจะบ่นพึมพำออกมา
“ฉันพึ่งจะเซ็นสัญญาแสดงหนังกับทางฮอลลีวู๊ดเมื่อคืนเองนะ แล้วทีนี้ฉันจะทำยังไงดีเนี้ย ฉันต้องโดนฟ้องแน่ๆเลย”
“เอาไงดีๆ”
วีเดินวนอยู่ในห้องขณะนั้นสายตาของเขาก็หันไปสังเกตุเห็นกรอบรูปที่ตั้งอยู่บนโต๊ะคอมฯ วีเดินเข้าไปดูใกล้ๆ และเห็นว่ารูปนั้นเป็นรูปถ่ายครอบครัวของเด็กคนนี้
สมาชิกในครอบครัวมีด้วยกันทั้งหมด 4 คนนอกจากเขาแล้วก็จะมีพ่อแม่และก็น้องสาวซึ่งอายุน่าจะห่างกันไม่เท่าไหร่ซึ่งทุกคนนั้นเต็มไปด้วยรอยยิ้ม วีที่เห็นก็อดไม่ได้ที่จะยิ้มตามก่อนจะสังเกตุเห็นอะไรบางอย่างภายในรูป
“หือ เดียวก่อนนะ !!”
วีจ้องมองที่รูปอย่างละเอียด ก่อนจะทำตาโตเท่าไข่ห่านนั่นก็เพราะในรูปนั่นชายหญิงที่วีเคยบอกว่าเป็นพ่อกับแม่ของเด็กคนนี้ก็คือพ่อกับแม่ของเขา
วีวางกรอบรูปลงทันทีก่อนจะวิ่งออกจากห้องและลงไปที่ชั้นล่าง เนื่องจากที่วีรีบวิ่งลงมาจึงทำให้เกิดเสียงดัง จนทำให้คนในครัวที่กำลังทำอาหารอยู่อดไม่ได้ที่จะบ่นออกมา
“ทำไมถึงทำเสียงดังขนาดนั้นกันลูก”
วีได้ยินก็ถึงกับหยุดชะงัก เขาหยุดอยู่ตรงหน้าห้องครัวก่อนจะค่อยๆเดินเข้าไปด้านใน เมื่อเข้ามาวีก็พบกับหญิงวัยกลางคนคนหนึ่งกำลังยืนทำอาหารอยู่หน้าเตา
แม้ผู้หญิงคนนั้นกำลังหันหลังอยู่ก็ตามแต่วีก็สามารถจดจำแผ่นหลังนั้นได้ไม่เคยลืม วีเดินเข้าไปในครัวช้าๆก่อนจะสวมกอดไปที่ผู้หญิงคนนั้น
เธอตกใจเล็กน้อยก่อนจะหันกลับมาถามกับวี
“เป็นอะไร จะอ้อนเอาอะไรอีกงั้นเหรอลูก ?”
วีมองไปที่ใบหน้าที่แสนคิดถึงนั้นก่อนที่น้ำตาจะค่อนๆไหลออกมา เขาก้มหน้าลงก่อนจะส่ายหน้าเบาๆ
“ไม่มีอะไรครับ”
ผู้หญิงคนนั้นยิ้มออกมาก่อนจะพูดขึ้นว่า
“พึ่งตื่นละสิ ไปอาบน้ำแต่งตัวให้ดีก่อนแล้วค่อยมากินข้าวเข้าใจไหม”
“ครับแม่”
วีก้มหน้าตอบรับอย่างว่าง่ายก่อนจะปล่อยมือและเดินออกจากห้องครัวไปพร้อมกับรอยยิ้ม เมื่อเขากลับมาถึงห้องของตัวเองเขาก็รีบตั้งสติอย่างรวดเร็วกับสิ่งที่เกิดขึ้น เพราะมันเหลือเชื่อเกินไป
เขาย้อนเวลากลับมาในช่วงวัยเด็กงั้นเหรอ ? วีคิดกับตัวเองเขานั้นไม่อยากจะเชื่อ หลังจากนั่งคิดนอนคิดอยู่นานในที่สุดวีก็ยอมรับว่าตัวเขานั้นย้อนเวลากลับมาในช่วงวัยเด็กอีกครั้ง วียิ้มออกมาก่อนจะพูดกับตัวว่า
“ถ้าหากนี่ไม่ใช่ฝันจริงๆ ฉันก็จะสามารถเริ่มต้นชีวิตของฉันได้ใหม่อีกครั้ง ในครั้งนี้แหละฉันจะได้ใช้ชีวิตอย่างอิสระซักที”
“ไม่ต้องทนกับผู้จัดการห่วยๆ บริษัทแย่ๆ ได้เลือกงานที่ต้องการ นี้แหละชีวิตอิสระเสรี ฮ่าๆๆๆ”
วีหัวเราะอย่างบ้าคลั่งก่อนจะนึกอะไรขึ้นมาได้
“เดียวก่อนนะ ถ้าหากฉันย้อนมาตอนวัยรุ่นจริงๆงั้นก็แปลว่า…”
วีมองไปที่โต๊ะหนังสือที่มีหนังสือเรียนกองอยู่เต็มไปหมด
“ไม่ ไม่ ไม่ ไม่จริงน่า ฉันต้องกลับมาเรียนหนังสือใหม่งั้นเหรอ !? โอ้พระเจ้า หนังสือเรียน… การสอบ… ฉันเกลียดการสอบที่สุด”
“ฉันต้องกลับไปเรียน รด. ใหม่ !? #$%@ !!”
“ต้องเรียนมหาลัยอีกครั้ง ~”
วีกรีดร้องก่อนจะล้มตัวลงไปซุกหมอน น้ำตาของเขากลับมาไหลอีกครั้งแต่ครั้งนี้ไม่ใช่น้ำตาจากความปลื้มปิติ
‘ได้โปรดดดด พระเจ้าเอาฉันกลับไป ฉันไม่อยากเรียนนนนนน !!’
วีกรีดร้องออกมาในใจด้วยความหม่นหมอง
ตอนที่ 2 : วางแผนชีวิต
หลังจากทำใจอยู่พักใหญ่วีก็ถอนหายใจออกมา
“เอาเถอะ ถึงยังไงก็เป็นไปแล้ว คงต้องยอมรับสภาพนี้ไปแล้วกัน”
วีลุกขึ้นไปถอดเสื้อผ้าและอาบน้ำแต่งตัว ดูเหมือนตอนนี้จะใกล้เที่ยงแล้วนี่่เขานอนเกือบทั้งวันเลยงั้นเหรอ ? ตอนเด็กๆฉันขี้เกียจขนาดนั้นเชียว ? วีคิดในระหว่างที่อาบน้ำ
หลังจากอาบน้ำแต่งตัวเสร็จ วีก็ลงมาทานข้าวซึ่งพ่อกับแม่และน้องของเขากำลังนั่งทานกันอยู่ เมื่อเห็นวีลงมาแม่ก็เรียกเขามานั่งทันที
“มาทานข้าวเร็วลูก”
“ครับแม่”
วีพยักหน้า เมื่อเขานั่งลงที่โต๊ะพ่อของวีก็พูดขึ้นมาทันที
“พ่อรู้นะว่าลูกพึ่งจะปิดเทอมแต่ก็อย่านอนเยอะเกินไปล่ะ ออกไปเที่ยวเล่นสะบ้าง”
วีได้ยินแบบนั้นก็รู้สึกแปลกใจเล็กน้อยที่พ่อของเขายุให้เขาออกไปเล่นข้างนอก เพราะปกติพ่อของวีมักจะชอบให้วีอ่านหนังสือมากกว่า แต่ก็พอจะเข้าใจได้ ช่วงนี้ปิดเทอมนี่นะ เป็นช่วงเวลาที่เด็กๆจะมีเวลาเป็นของตัวเอง การไปบังคับเด็กๆให้อ่านหนังสือตลอดทั้งปีคงเป็นอะไรที่โหดร้ายเกินไปสักหน่อย
วีกินข้าวไปพร้อมกับคิดอะไรไปด้วย เนื่องจากตอนนี้เขาได้มีโอกาสในการใช้ชีวิตใหม่อีกครั้งและตัวของวีเองก็มีหลายอย่างเลยที่เคยตัดสินใจพลาดไปและอยากจะแก้ไขมัน
ตัวอย่างเช่นการเซ็นสัญญาเป็นดาราในสังกัดของบริษัทหน้าเลือดนั่น มันทำให้เขาต้องทำงานทุกวันจนแทบไม่ได้มีเวลาพักผ่อน และไหนการตกลงยอมรับให้ยัยบ้านั่นมาเป็นผู้จัดการส่วนตัวของเขาอีก และยังมีอีกมากมายที่วีตัดสินใจพลาดไปหลายครั้ง และต้องมานั่งเสียใจทีหลัง
วีจึงคิดว่าโอกาสครั้งนี้เขาอยากจะวางแผนให้มันดีเสียหน่อยเพื่อที่จะได้ไม่มานั่งเสียใจทีหลัง วีคิดพร้อมกับเคาะจานไปมา
‘ฉันจะเริ่มจากตรงไหนดีนะ เรื่องเลือกคณะที่เรียนก่อนดีไหม ? ในชีวิตที่แล้วฉันดันไปเรียนด้านบริหารเสียนี่ พอจบมาก็ดันไปเป็นนักแสดงกลายเป็นว่าความรู้เรื่องบริหารไม่ได้เอาไปใช้เลย’
แกร้ง แกร้ง
เสียงเคาะจานของวีทำเอาทุกคนถึงกับเงยหน้าขึ้นมามองเป็นตาเดียวกัน แต่เนื่องจากวีกำลังตกอยู่ในห้วงความคิดของตัวเองทำให้เขาไม่ได้รู้สึกถึงบรรยากาศรอบๆเลย จนกระทั้งพ่อของวีได้ทักขึ้นมา
“อย่าเคาะจานแบบนั้นวี”
“อ๊ะ ! ขอโทษครับ”
วีได้สติพร้อมกับกล่าวขอโทษทันที เมื่อพ่อของวีเห็นแบบนั้นก็อดไม่ได้ที่จะสงสัยก่อนจะเอ่ยถาม
“กำลังคิดอะไรอยู่งั้นเหรอ ?”
วีได้ยินแบบนั้นก็ตอบกลับ
“อืม… กำลังคิดถึงเรื่องอนาคตนะครับ”
“อนาคตงั้นเหรอ ?”
พ่อของวีพูดออกมาพร้อมกับจ้องมองวีผู้เป็นลูกชายของตัวเองอย่างจริงจัง วีที่เห็นแบบนั้นก็ชะงักเล็กน้อยก่อนจะถามกลับไปว่า
“ทำไมพ่อมองผมแบบนั้นหล่ะ ?”
พ่อกับแม่ของวีมองหน้ากันเล็กน้อยก่อนที่พ่อของวีจะแสดงสีหน้าซาบซึ้งออกมา
“ดูสิแม่ ตอนนี้ลูกของเราเริ่มคิดถึงอนาคตของตัวเองแล้ว ลูกของเราโตแล้วจริงๆ”
แม่ของวีหยิบผ้าเช็ดหน้าขึ้นมาเช็ดน้ำตาเล็กน้อยก่อนจะพูดตอบโต้กับพ่อ
“นั่นสิพ่อ ลูกของเราโตแล้วจริงๆ”
วีที่ได้เห็นแบบนั้นก็ถึงกับตกตะลึงฉากตรงหน้านี่มันอะไรกัน ? ทำไมพ่อกับแม่ต้องซาบซึ้งขนาดนั้นแค่ฉันคิดเรื่องอนาคตของตัวเองเท่านั้นเองนะ
นี้ตอนเด็กฉันกลายเป็นคนไม่ได้เรื่องขนาดนี้เลยงั้นเหรอ ? วีเริ่มรู้สึกไม่ดีกับตัวเอง เพราะความทรงจำในช่วงวัยรุ่นของเขานั้นค่อนข้างจะเลือนลางนิดหน่อย ฉะนั้นเขาจึงจำไม่ค่อยได้เลยว่าในตอนนั้นนิสัยของเขาเป็นยังไง
จำเพียงแค่ว่าเขาเป็นเด็กที่ค่อนข้างซนเล็กน้อยเท่านั้น แต่มันก็ไม่น่าจะทำให้พ่อกับแม่ของเขาซาบซึ้งได้ขนาดนี้นี่หน่า ?
วีลูบคางพร้อมกับมองพ่อกับแม่ของตัวเองกำลังแสดงท่าทีราวกับว่าได้ถ้วยรางวัลงั้นแหละ จนทำเอาเขารู้สึกประหลาดใจ และเมื่อหันมามองที่น้องสาวของตัวเองก็พบว่า น้องของเขานั้นกำลังนั่งดูโทรศัพโดยที่ไม่สนใจอะไรเลย
วีที่เห็นแบบนั้นก็อดไม่ได้ที่จะถามออกมา
“กำลังดูอะไรอยู่ ?”
น้องสาวของวีก็พูดขึ้นโดยไม่หันมามองว่า
“จี้ฟางหยุนน่ะ”
“จี้ฟางหยุน ?”
“นักแสดงซีรี่ย์ สมุดพกของยมฑูต ที่กำลังดังอยู่ในตอนนี้ไงล่ะ”
วีที่ได้ยินแบบนั้นก็คิดเล็กน้อย จี้ฟางหยุน… จี้ฟางหยุน อืม… วีคิดเล็กน้อยเพราะเหมือนเคยได้ยินชื่อที่นี้ไหน
‘อ๊ะ ! จำได้แล้ว จี้ฟางหยุนดาราหน้าใหม่ของจีนในช่วงปี 2015 โด่งดังมากจากการเล่นทีวีซีรี่ย์แต่ไม่นานนักเขาก็ต้องมีข่าวฉาวเรื่องในอดีตจากนั้นอนาคตในวงการของจี้ฟางหยุนก็ดับลง เขาถอนตัวออกจากวงการอย่าเงียบๆในไม่กี่เดือนต่อมา’
‘อา ~ ช่างน่าเศร้า’
วีพูดกับตัวเองเมื่อเห็นดวงดาวที่กำลังเจิดจรัสกำลังจะดับแสงในไม่ช้า บางครั้งการรู้อนาคตก็เป็นสิ่งที่ลำบากใจเหมือนกัน
วีถอนหายใจออกมาก่อนจะลุกจากโต๊ะ
“อิ่มแล้วครับ”
เขาถือจานเข้าไปในครัวและจัดการล้างมัน ในระหว่างนั้นเองเขาก็เริ่มคิดถึงเรื่องต่างๆ
ตอนที่ 3 : ให้ผมช่วยไหม ?
เมื่อออกมาจากครัววีก็เห็นแม่กำลังเก็บจาน และพ่อกำลังถือกล่องลังอะไรบางอย่างออกจากบ้าน วีจึงอดไม่ได้ที่จะถาม
“กล่องนั่นมันอะไรเหรอครับ ?”
“อ๋อ วัตดุดิบของเมนูพิเศษในคืนนี้น่ะ พอดีว่าเพื่อนของพ่อเขาจะมาจัดงานเลี้ยงกันคืนนี้”
พ่อของวีตอบกลับ วีที่ได้ยินแบบนั้นก็แสดงสีหน้างุนงงออกมา พ่อของเขาที่เห็นก็อดไม่ได้ที่จะถามกลับ
“นี่ลูกลืมแล้วเหรอ ว่าบ้านเราเปิดร้านอาหารน่ะ ?”
วีที่ได้ยินแบบนั้นก็ทำตาโตทันที เขาจะจำได้แล้วว่าเมื่อก่อนพ่อกับแม่ของเขานั้นทำธุรกิจร้านอาหาร เนื่องจากพ่อของวีเคยเป็นเชฟอาหารตะวันตกของโรงแรมในต่างประเทศมาก่อน หลังจากกลับมาเพราะคุณปู่ป่วย
ส่วนแม่ของวีนั้นก็ได้รับสืบทอดสูตรอาหารเอเชียจากคุณยายมาทำให้แม่นั้นค่อนข้างจะเชี่ยวชาญอาหารเอเชีย วีไม่รู้ว่าพ่อกับแม่เจอกันได้ยังไงเนื่องจากทั้งคู่ไม่ค่อยได้พูดถึงเรื่องนี้มากนัก หรืออาจเป็นเขาที่ลืมมันไปเอง
แต่ที่แน่นอนเลยก็คือพ่อกับแม่ของวีนั้นมักจะทะเลาะกันเสมอเมื่อพูดถึงเรื่องอาหาร เนื่องจากทั้งคู่ถนัดอาหารคนละแบบกันเป็นเรื่องปกติที่จะมีทะเลาะกันบ้าง แต่หลังจากทั้งคู่ทะเลาะกันเสร็จก็กลายเป็นว่าคิดเมนูใหม่ๆของร้านออกมาได้เสมอ
เรื่องนี้ทำเอาวีรู้สึกสับสนเล็กๆว่าทั้งคู่ทำมันได้ยังไงกันนะ ?
วีที่เห็นว่ามีกล่องวัตถุดิบอยู่หลายใบจึงรีบเดินไปช่วยยกขึ้นรถ หลังจากนั้นพ่อก็ถามเข้ามาในบ้านว่า
“แม่จะให้พ่อไปก่อนไหม หรือว่าไปพร้อมกัน ?”
วีที่ได้ยินแบบนั้นก็พูดว่า
“แม่ไปพร้อมกับพ่อเถอะครับ เดียวเรื่องจานผมจัดการเอง”
แม่ของวีที่ได้ยินแบบนั้นก็ยิ้มออกมาก่อนจะกล่าวขอบคุณวีและรีบออกไปกับพ่อเพื่อเปิดร้าน หลังจากทั้งคู่ออกไปวีก็จัดการล้างจานที่อยู่ในครัวก่อนจะขึ้นไปบนห้องเพื่อเปลี่ยนเสื้อผ้า เป็นชุดวอร์มและเดินลงมาข้างล่าง ก่อนจะเอ่ยถามกับน้องสาวที่นั่งอยู่ตรงโซฟา
“เราอยู่คนเดียวได้ใช่ไหม พี่จะออกไปวิ่งหน่อย”
น้องสาวของวีที่ได้ยินแบบนั้นก็ถึงเด้งตัวขึ้นมาทันที และรีบเดินตรงมาหาเขาและจีบหน้าผากวีทันที
“พี่ป่วยใช่ไหม ? ทำไมจู่ๆถึงอยากออกกำลังกายได้ ?”
วีได้ยินแบบนั้นก็ถามกลับทันที
“พี่จะออกกำลังกายบ้างผิดหรือไง ?”
“เปล่า ก็แค่แปลก”
น้องสาวของวีพูดพร้อมกับเดินกลับไปที่โชฟาและนั่งดูทีวีต่อ ก่อนจะบอกว่า
“ออกไปก็ล็อคประตูด้วยนะพี่”
“จ้าๆ”
วีตอบก่อนจะเดินไปเปลี่ยนรองเท้าและออกจากบ้านไป เขาวิ่งตรงไปที่สวนสาธารณะของหมู่บ้าน เหตุผลที่วีมาออกกำลังกายแบบนี้ก็ง่ายมากหากเขาจะกลับไปในเส้นทางของการเป็นนักแสดงอีกครั้งด้วยหุ่นกลมเป็นถังไม้โอ๊คแบบนี้ แค่เดินเข้าไปที่โซนคัดตัวนักแสดงยังไม่ได้เลย ไม่ต้องพูดถึงเรื่องรับบทเป็นตัวประกอบเลย
ก่อนที่เขาจะทำอะไรต่อ วีจำเป็นจะต้องเปลี่ยนหุ่นกลมๆของเขาเสียก่อน วีวิ่งจนถึงช่วงเย็นก่อนจะกลับมาที่บ้านก็พบว่าน้องสาวของเขากำลังจะเข้าครัวทำอาหารเย็น
วีที่เห็นแบบนั้นก็รีบขัดทันทีเลย
“หยุดเลยเรา วันนี้ไปกินข้าวที่ร้านของพ่อกับแม่ดีกว่า”
น้องสาวที่ได้ยินแบบนั้นก็คิดสักพักก่อนจะพยักหน้า วีจึงบอกว่า
“เดียวพี่ไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อน เราก็โทรไปพ่อด้วยล่ะ”
“รับทราบ !”
น้องสาวของวีตอบรับอย่างรวดเร็ว วีจึงขึ้นไปบนบ้านเพื่ออาบน้ำและเปลี่ยนเสื้อผ้า เมื่อลงมาก็เห็นว่าน้องสาวของเขากำลังนั่งรออยู่แล้ว วีต้องหยิบกุญแจรถมอเตอร์ไซต์ออกมา โชคดีที่ร้านของพ่อกับแม่นั้นอยู่ไม่ไกลมากนักไม่งั้นวีคงไม่สามารถขับมอเตอร์ไซไปได้
วีและน้องสาวล็อคประตูบ้านก่อนจะขับรถออกไปที่ร้านอาหารของพ่อกับแม่ เมื่อมาถึงทั้งคู่ก็ตรงไปยังประจำของครอบครัวทันทีที่อยู่ติดริมน้ำ
วีและวาน้องสาวไปนั่งยังโต๊ะประจำของครอบครัวที่อยู่ริมน้ำทันที ก่อนจะมีพนักงานสาวเดินเข้ามาและกล่าวทักทายทั้งคู่อย่างสนิทสนม
“ว่าไงจ้ะวี วา มาทานข้าวงั้นเหรอ ?”
“ใช่ครับ”
วีพยักหน้าตอบรับก่อนจะได้ยินเสียงเถียงกันออกจากห้องด้านหลังเคาน์เตอร์ เนื่องจากอยู่ไกลเกินจึงไม่ได้ยินบทสนทนาแต่วีก็อดไม่ได้ที่จะถามกับพนักงานสาว
“พี่น้อย ข้างในมีเรื่องอะไรกันงั้นเหรอครับ ?”
พี่น้อยก็ถอนหายใจออกมาเล็กน้อยก่อนจะตอบกลับมาว่า
“พอดีว่านักร้องที่จ้างเอาไว้คืนนี้เกิดอุบัติเหตุนะสิก็เลยมาร้องให้ที่ร้านไม่ได้ และจะมาหานักร้องตอนนี้ก็ไม่ทันแล้วด้วย”
วีที่ได้ยินแบบนั้นก็พยักหน้าเล็กน้อยก่อนจะคิดอะไรบางอย่างพลางสั่งอาหารไปด้วย จากนั้นเขาก็หันไปพูดกับน้องสาวว่า
“เดียวพี่ไปคุยกับพ่อแม่แป๊ปนึงนะ”
“อื้อ”
น้องสาวตอบกลับสั้นๆ วีจึงเดินไปที่ห้องด้านหลังก็พบว่าแม่เขากำลังนั่งคุยโทรศัพเพื่อติดต่อหานักร้องมาร้องให้กับร้านคืนนี้อยู่ เมื่อแม่ของวีเห็นก็ทักเขาทันที
“อ้าววีมาทานข้าวหรือลูก ?”
“ครับ”
วีเดินเข้าไปใกล้ๆแม่ก่อนจะพูดว่า
“เอ่อ… แม่เรื่องนักร้องนั่นน่ะ ให้ผมช่วยไหม ?”