โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เรื่องสั้น

ชีวิตใหม่ของนายซุปเปอร์สตาร์

นิยาย Dek-D

อัพเดต 08 พ.ค. 2567 เวลา 19.48 น. • เผยแพร่ 08 พ.ค. 2567 เวลา 19.48 น. • Mkc

ข้อมูลเบื้องต้น

วี ดาราดังมากพรสวรรค์ที่กำลังจะได้ร่วมงานกับดาราระดับโลกได้ประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์และเสียชีวิตลงด้วยวัยเพียง 39 ปีการจากไปของเขาได้สร้างความเศร้าเสียใจให้กับเหล่าแฟนคลับทั่วโลกอย่างมากแต่เมื่อวีลืมตาขึ้นเขาก็พบว่าตัวเองนั้นได้ย้อนเวลากลับมาในช่วงที่อายุ 16 ปีอีกครั้ง
"ฉันย้อนเวลากลับมางั้นเหรอ ?"
ทวียิ้มออกมาก่อนจะชูมือแสดงท่าทีดีใจ
"ฉันจะได้โอกาสในการใช้ชีวิตใหม่อีกครั้งแล้ว ครั้งนี้แหละฉันจะต้องทำให้ได้ ชีวิตอิสระของฉัน !!"
เขาจะดำเนินชีวิตใหม่ครั้งนี้อย่างไร โปรดติดตามได้ใน 'ชีวิตใหม่ของนายซุปเปอร์สตาร์'
-เวลาลงไม่แน่นอนเนื่องจากมีโปรเจคหลักอยู่สองเรื่อง-(เรื่องนี้ไม่วายนะครับ)(เปิดอ่านฟรี 80 ตอน)

ตอนที่ 1 : ย้อนกลับมา

วี สะดุ้งตัวขึ้นจากเตียงพร้อมกับมองไปรอบๆตัว

“ที่นี้ที่ไหน ?”

วีสงสัยก่อนจะจับไปที่ร่างกายของตัวเอง

“ฉันยังไม่ตาย ?”

วีสับสนเล็กน้อยก่อนจะตั้งสติและมองไปรอบๆตัวเอง ดูเหมือนเขาจะอยู่ในห้องของใครสักคนแต่ไม่รู้ว่าทำไมบรรยากาศรอบๆห้องนั้นถึงดูน่าคิดถึงแปลกๆ

วีลุกขึ้นจากเตียงและเดินสำรวจห้อง เขาพบเจอกับข้าวของเครื่องใช้มากมาย และดูเหมือนว่าห้องนี้จะเป็นห้องของเด็กคนหนึ่งที่น่าจะอายุไม่เกิน 20

ดูจากหนังสือเรียนที่วางอยู่บนโต๊ะซึ่งเป็น หนังสือคณิตของนักเรียนมัธยมปลาย เสื้อผ้านักเรียนชายที่ถูกแขวนไว้บนผนังซึ่งตรงอกถูกปักด้วยตัวอักษรย่อ ด.ค.ต

“อืม… ด.ค.ต ใช่โรงเรียนที่เราเคยเรียนตอนเด็กหรือเปล่านะ”

วีคิด ก่อนจะสังเกตุเห็นสมุดจดที่วางอยู่บนโต๊ะ ซึ่งเป็นสมุดของโรงเรียนดังกล่าว วีจึงหยิบมันขึ้นมาดู

“หืม…ดรุณคริสเตียนวิทยาคม ว้าว ~ นี่มันโรงเรียนเก่าของฉันจริงๆด้วยแหะ สงสัยเจ้าหนูนี่คงเป็นรุ่นน้องที่โรงเรียนของเรา”

“แหม ~ มีรุ่นน้องจิตใจดีแบบนี้ฉันคงต้องไปขอบคุณเสียหน่อย ว่าแต่เจ้าหนูนั่นไปอยู่ไหนกันนะ”

วียิ้มพร้อมกับจะเดินออกไปจากห้องแต่ในขณะนั้นเองที่วีกำลังเดินผ่านกระจกบานใหญ่ เขาก็ถึงกับหยุดชะงักและถอยหลังกลับมาทันที

วียืนอยู่หน้ากระจกด้วยท่าทีอึ้งๆก่อนจะจับไปที่หน้าของตัวเอง

“นะ… หน้าฉัน !!!”

วีร้องออกมา จากนั้นก็ได้มีเสียงหนึ่งตะโกนขึ้น

“เกิดอะไรขึ้นลูก !!”

วีลุกลี้ลุกลนก่อนจะตะโกนกลับไปว่า

“ไม่มีอะไรครับ !”

วีหันกลับมาดูตัวเองในกระจกอีกครั้ง เขาจับไปที่ร่างกายอันอวบอ้วนและใบหน้ากลมๆของตัวเองด้วยท่าทีที่แปลกประหลาด

“ไม่จริงๆ ฉันต้องฝันอยู่แน่ๆ ทำไมร่างกายของฉันถึงกลายเป็นเด็กอ้วนได้กันล่ะ ?”

วีเดินวนรอบห้องอย่างสับสนพร้อมกับคิดถึงเรื่องต่างๆและทฤษฏีมากมายที่สามารถยกมาอ้างอิงได้ แต่เขาเป็นเพียงแค่ดารานักแสดงเท่านั้น จะไปรู้เรื่องพวกนั้นได้ยังไงกัน

หลังจากคิดสักพักเขาก็คิดว่าตัวเองจะต้องกำลังฝันอยู่แน่ๆ เขาจึงลองหยิกแขนตัวเองดูเผื่อจะสามารถตื่นจากฝันได้ แต่ผลปรากฏว่า

“โอ๊ย !! เจ็บจริงแหะ”

“ไม่จริงน่าาาาาา ~”

วีกรีดร้องก่อนจะทรุดตัวลงไปกับพื้นก่อนจะบ่นพึมพำออกมา

“ฉันพึ่งจะเซ็นสัญญาแสดงหนังกับทางฮอลลีวู๊ดเมื่อคืนเองนะ แล้วทีนี้ฉันจะทำยังไงดีเนี้ย ฉันต้องโดนฟ้องแน่ๆเลย”

“เอาไงดีๆ”

วีเดินวนอยู่ในห้องขณะนั้นสายตาของเขาก็หันไปสังเกตุเห็นกรอบรูปที่ตั้งอยู่บนโต๊ะคอมฯ วีเดินเข้าไปดูใกล้ๆ และเห็นว่ารูปนั้นเป็นรูปถ่ายครอบครัวของเด็กคนนี้

สมาชิกในครอบครัวมีด้วยกันทั้งหมด 4 คนนอกจากเขาแล้วก็จะมีพ่อแม่และก็น้องสาวซึ่งอายุน่าจะห่างกันไม่เท่าไหร่ซึ่งทุกคนนั้นเต็มไปด้วยรอยยิ้ม วีที่เห็นก็อดไม่ได้ที่จะยิ้มตามก่อนจะสังเกตุเห็นอะไรบางอย่างภายในรูป

“หือ เดียวก่อนนะ !!”

วีจ้องมองที่รูปอย่างละเอียด ก่อนจะทำตาโตเท่าไข่ห่านนั่นก็เพราะในรูปนั่นชายหญิงที่วีเคยบอกว่าเป็นพ่อกับแม่ของเด็กคนนี้ก็คือพ่อกับแม่ของเขา

วีวางกรอบรูปลงทันทีก่อนจะวิ่งออกจากห้องและลงไปที่ชั้นล่าง เนื่องจากที่วีรีบวิ่งลงมาจึงทำให้เกิดเสียงดัง จนทำให้คนในครัวที่กำลังทำอาหารอยู่อดไม่ได้ที่จะบ่นออกมา

“ทำไมถึงทำเสียงดังขนาดนั้นกันลูก”

วีได้ยินก็ถึงกับหยุดชะงัก เขาหยุดอยู่ตรงหน้าห้องครัวก่อนจะค่อยๆเดินเข้าไปด้านใน เมื่อเข้ามาวีก็พบกับหญิงวัยกลางคนคนหนึ่งกำลังยืนทำอาหารอยู่หน้าเตา

แม้ผู้หญิงคนนั้นกำลังหันหลังอยู่ก็ตามแต่วีก็สามารถจดจำแผ่นหลังนั้นได้ไม่เคยลืม วีเดินเข้าไปในครัวช้าๆก่อนจะสวมกอดไปที่ผู้หญิงคนนั้น

เธอตกใจเล็กน้อยก่อนจะหันกลับมาถามกับวี

“เป็นอะไร จะอ้อนเอาอะไรอีกงั้นเหรอลูก ?”

วีมองไปที่ใบหน้าที่แสนคิดถึงนั้นก่อนที่น้ำตาจะค่อนๆไหลออกมา เขาก้มหน้าลงก่อนจะส่ายหน้าเบาๆ

“ไม่มีอะไรครับ”

ผู้หญิงคนนั้นยิ้มออกมาก่อนจะพูดขึ้นว่า

“พึ่งตื่นละสิ ไปอาบน้ำแต่งตัวให้ดีก่อนแล้วค่อยมากินข้าวเข้าใจไหม”

“ครับแม่”

วีก้มหน้าตอบรับอย่างว่าง่ายก่อนจะปล่อยมือและเดินออกจากห้องครัวไปพร้อมกับรอยยิ้ม เมื่อเขากลับมาถึงห้องของตัวเองเขาก็รีบตั้งสติอย่างรวดเร็วกับสิ่งที่เกิดขึ้น เพราะมันเหลือเชื่อเกินไป

เขาย้อนเวลากลับมาในช่วงวัยเด็กงั้นเหรอ ? วีคิดกับตัวเองเขานั้นไม่อยากจะเชื่อ หลังจากนั่งคิดนอนคิดอยู่นานในที่สุดวีก็ยอมรับว่าตัวเขานั้นย้อนเวลากลับมาในช่วงวัยเด็กอีกครั้ง วียิ้มออกมาก่อนจะพูดกับตัวว่า

“ถ้าหากนี่ไม่ใช่ฝันจริงๆ ฉันก็จะสามารถเริ่มต้นชีวิตของฉันได้ใหม่อีกครั้ง ในครั้งนี้แหละฉันจะได้ใช้ชีวิตอย่างอิสระซักที”

“ไม่ต้องทนกับผู้จัดการห่วยๆ บริษัทแย่ๆ ได้เลือกงานที่ต้องการ นี้แหละชีวิตอิสระเสรี ฮ่าๆๆๆ”

วีหัวเราะอย่างบ้าคลั่งก่อนจะนึกอะไรขึ้นมาได้

“เดียวก่อนนะ ถ้าหากฉันย้อนมาตอนวัยรุ่นจริงๆงั้นก็แปลว่า…”

วีมองไปที่โต๊ะหนังสือที่มีหนังสือเรียนกองอยู่เต็มไปหมด

“ไม่ ไม่ ไม่ ไม่จริงน่า ฉันต้องกลับมาเรียนหนังสือใหม่งั้นเหรอ !? โอ้พระเจ้า หนังสือเรียน… การสอบ… ฉันเกลียดการสอบที่สุด”

“ฉันต้องกลับไปเรียน รด. ใหม่ !? #$%@ !!”

“ต้องเรียนมหาลัยอีกครั้ง ~”

วีกรีดร้องก่อนจะล้มตัวลงไปซุกหมอน น้ำตาของเขากลับมาไหลอีกครั้งแต่ครั้งนี้ไม่ใช่น้ำตาจากความปลื้มปิติ

‘ได้โปรดดดด พระเจ้าเอาฉันกลับไป ฉันไม่อยากเรียนนนนนน !!’

วีกรีดร้องออกมาในใจด้วยความหม่นหมอง

ตอนที่ 2 : วางแผนชีวิต

หลังจากทำใจอยู่พักใหญ่วีก็ถอนหายใจออกมา

“เอาเถอะ ถึงยังไงก็เป็นไปแล้ว คงต้องยอมรับสภาพนี้ไปแล้วกัน”

วีลุกขึ้นไปถอดเสื้อผ้าและอาบน้ำแต่งตัว ดูเหมือนตอนนี้จะใกล้เที่ยงแล้วนี่่เขานอนเกือบทั้งวันเลยงั้นเหรอ ? ตอนเด็กๆฉันขี้เกียจขนาดนั้นเชียว ? วีคิดในระหว่างที่อาบน้ำ

หลังจากอาบน้ำแต่งตัวเสร็จ วีก็ลงมาทานข้าวซึ่งพ่อกับแม่และน้องของเขากำลังนั่งทานกันอยู่ เมื่อเห็นวีลงมาแม่ก็เรียกเขามานั่งทันที

“มาทานข้าวเร็วลูก”

“ครับแม่”

วีพยักหน้า เมื่อเขานั่งลงที่โต๊ะพ่อของวีก็พูดขึ้นมาทันที

“พ่อรู้นะว่าลูกพึ่งจะปิดเทอมแต่ก็อย่านอนเยอะเกินไปล่ะ ออกไปเที่ยวเล่นสะบ้าง”

วีได้ยินแบบนั้นก็รู้สึกแปลกใจเล็กน้อยที่พ่อของเขายุให้เขาออกไปเล่นข้างนอก เพราะปกติพ่อของวีมักจะชอบให้วีอ่านหนังสือมากกว่า แต่ก็พอจะเข้าใจได้ ช่วงนี้ปิดเทอมนี่นะ เป็นช่วงเวลาที่เด็กๆจะมีเวลาเป็นของตัวเอง การไปบังคับเด็กๆให้อ่านหนังสือตลอดทั้งปีคงเป็นอะไรที่โหดร้ายเกินไปสักหน่อย

วีกินข้าวไปพร้อมกับคิดอะไรไปด้วย เนื่องจากตอนนี้เขาได้มีโอกาสในการใช้ชีวิตใหม่อีกครั้งและตัวของวีเองก็มีหลายอย่างเลยที่เคยตัดสินใจพลาดไปและอยากจะแก้ไขมัน

ตัวอย่างเช่นการเซ็นสัญญาเป็นดาราในสังกัดของบริษัทหน้าเลือดนั่น มันทำให้เขาต้องทำงานทุกวันจนแทบไม่ได้มีเวลาพักผ่อน และไหนการตกลงยอมรับให้ยัยบ้านั่นมาเป็นผู้จัดการส่วนตัวของเขาอีก และยังมีอีกมากมายที่วีตัดสินใจพลาดไปหลายครั้ง และต้องมานั่งเสียใจทีหลัง

วีจึงคิดว่าโอกาสครั้งนี้เขาอยากจะวางแผนให้มันดีเสียหน่อยเพื่อที่จะได้ไม่มานั่งเสียใจทีหลัง วีคิดพร้อมกับเคาะจานไปมา

‘ฉันจะเริ่มจากตรงไหนดีนะ เรื่องเลือกคณะที่เรียนก่อนดีไหม ? ในชีวิตที่แล้วฉันดันไปเรียนด้านบริหารเสียนี่ พอจบมาก็ดันไปเป็นนักแสดงกลายเป็นว่าความรู้เรื่องบริหารไม่ได้เอาไปใช้เลย’

แกร้ง แกร้ง

เสียงเคาะจานของวีทำเอาทุกคนถึงกับเงยหน้าขึ้นมามองเป็นตาเดียวกัน แต่เนื่องจากวีกำลังตกอยู่ในห้วงความคิดของตัวเองทำให้เขาไม่ได้รู้สึกถึงบรรยากาศรอบๆเลย จนกระทั้งพ่อของวีได้ทักขึ้นมา

“อย่าเคาะจานแบบนั้นวี”

“อ๊ะ ! ขอโทษครับ”

วีได้สติพร้อมกับกล่าวขอโทษทันที เมื่อพ่อของวีเห็นแบบนั้นก็อดไม่ได้ที่จะสงสัยก่อนจะเอ่ยถาม

“กำลังคิดอะไรอยู่งั้นเหรอ ?”

วีได้ยินแบบนั้นก็ตอบกลับ

“อืม… กำลังคิดถึงเรื่องอนาคตนะครับ”

“อนาคตงั้นเหรอ ?”

พ่อของวีพูดออกมาพร้อมกับจ้องมองวีผู้เป็นลูกชายของตัวเองอย่างจริงจัง วีที่เห็นแบบนั้นก็ชะงักเล็กน้อยก่อนจะถามกลับไปว่า

“ทำไมพ่อมองผมแบบนั้นหล่ะ ?”

พ่อกับแม่ของวีมองหน้ากันเล็กน้อยก่อนที่พ่อของวีจะแสดงสีหน้าซาบซึ้งออกมา

“ดูสิแม่ ตอนนี้ลูกของเราเริ่มคิดถึงอนาคตของตัวเองแล้ว ลูกของเราโตแล้วจริงๆ”

แม่ของวีหยิบผ้าเช็ดหน้าขึ้นมาเช็ดน้ำตาเล็กน้อยก่อนจะพูดตอบโต้กับพ่อ

“นั่นสิพ่อ ลูกของเราโตแล้วจริงๆ”

วีที่ได้เห็นแบบนั้นก็ถึงกับตกตะลึงฉากตรงหน้านี่มันอะไรกัน ? ทำไมพ่อกับแม่ต้องซาบซึ้งขนาดนั้นแค่ฉันคิดเรื่องอนาคตของตัวเองเท่านั้นเองนะ

นี้ตอนเด็กฉันกลายเป็นคนไม่ได้เรื่องขนาดนี้เลยงั้นเหรอ ? วีเริ่มรู้สึกไม่ดีกับตัวเอง เพราะความทรงจำในช่วงวัยรุ่นของเขานั้นค่อนข้างจะเลือนลางนิดหน่อย ฉะนั้นเขาจึงจำไม่ค่อยได้เลยว่าในตอนนั้นนิสัยของเขาเป็นยังไง

จำเพียงแค่ว่าเขาเป็นเด็กที่ค่อนข้างซนเล็กน้อยเท่านั้น แต่มันก็ไม่น่าจะทำให้พ่อกับแม่ของเขาซาบซึ้งได้ขนาดนี้นี่หน่า ?

วีลูบคางพร้อมกับมองพ่อกับแม่ของตัวเองกำลังแสดงท่าทีราวกับว่าได้ถ้วยรางวัลงั้นแหละ จนทำเอาเขารู้สึกประหลาดใจ และเมื่อหันมามองที่น้องสาวของตัวเองก็พบว่า น้องของเขานั้นกำลังนั่งดูโทรศัพโดยที่ไม่สนใจอะไรเลย

วีที่เห็นแบบนั้นก็อดไม่ได้ที่จะถามออกมา

“กำลังดูอะไรอยู่ ?”

น้องสาวของวีก็พูดขึ้นโดยไม่หันมามองว่า

“จี้ฟางหยุนน่ะ”

“จี้ฟางหยุน ?”

“นักแสดงซีรี่ย์ สมุดพกของยมฑูต ที่กำลังดังอยู่ในตอนนี้ไงล่ะ”

วีที่ได้ยินแบบนั้นก็คิดเล็กน้อย จี้ฟางหยุน… จี้ฟางหยุน อืม… วีคิดเล็กน้อยเพราะเหมือนเคยได้ยินชื่อที่นี้ไหน

‘อ๊ะ ! จำได้แล้ว จี้ฟางหยุนดาราหน้าใหม่ของจีนในช่วงปี 2015 โด่งดังมากจากการเล่นทีวีซีรี่ย์แต่ไม่นานนักเขาก็ต้องมีข่าวฉาวเรื่องในอดีตจากนั้นอนาคตในวงการของจี้ฟางหยุนก็ดับลง เขาถอนตัวออกจากวงการอย่าเงียบๆในไม่กี่เดือนต่อมา’

‘อา ~ ช่างน่าเศร้า’

วีพูดกับตัวเองเมื่อเห็นดวงดาวที่กำลังเจิดจรัสกำลังจะดับแสงในไม่ช้า บางครั้งการรู้อนาคตก็เป็นสิ่งที่ลำบากใจเหมือนกัน

วีถอนหายใจออกมาก่อนจะลุกจากโต๊ะ

“อิ่มแล้วครับ”

เขาถือจานเข้าไปในครัวและจัดการล้างมัน ในระหว่างนั้นเองเขาก็เริ่มคิดถึงเรื่องต่างๆ

ตอนที่ 3 : ให้ผมช่วยไหม ?

เมื่อออกมาจากครัววีก็เห็นแม่กำลังเก็บจาน และพ่อกำลังถือกล่องลังอะไรบางอย่างออกจากบ้าน วีจึงอดไม่ได้ที่จะถาม

“กล่องนั่นมันอะไรเหรอครับ ?”

“อ๋อ วัตดุดิบของเมนูพิเศษในคืนนี้น่ะ พอดีว่าเพื่อนของพ่อเขาจะมาจัดงานเลี้ยงกันคืนนี้”

พ่อของวีตอบกลับ วีที่ได้ยินแบบนั้นก็แสดงสีหน้างุนงงออกมา พ่อของเขาที่เห็นก็อดไม่ได้ที่จะถามกลับ

“นี่ลูกลืมแล้วเหรอ ว่าบ้านเราเปิดร้านอาหารน่ะ ?”

วีที่ได้ยินแบบนั้นก็ทำตาโตทันที เขาจะจำได้แล้วว่าเมื่อก่อนพ่อกับแม่ของเขานั้นทำธุรกิจร้านอาหาร เนื่องจากพ่อของวีเคยเป็นเชฟอาหารตะวันตกของโรงแรมในต่างประเทศมาก่อน หลังจากกลับมาเพราะคุณปู่ป่วย

ส่วนแม่ของวีนั้นก็ได้รับสืบทอดสูตรอาหารเอเชียจากคุณยายมาทำให้แม่นั้นค่อนข้างจะเชี่ยวชาญอาหารเอเชีย วีไม่รู้ว่าพ่อกับแม่เจอกันได้ยังไงเนื่องจากทั้งคู่ไม่ค่อยได้พูดถึงเรื่องนี้มากนัก หรืออาจเป็นเขาที่ลืมมันไปเอง

แต่ที่แน่นอนเลยก็คือพ่อกับแม่ของวีนั้นมักจะทะเลาะกันเสมอเมื่อพูดถึงเรื่องอาหาร เนื่องจากทั้งคู่ถนัดอาหารคนละแบบกันเป็นเรื่องปกติที่จะมีทะเลาะกันบ้าง แต่หลังจากทั้งคู่ทะเลาะกันเสร็จก็กลายเป็นว่าคิดเมนูใหม่ๆของร้านออกมาได้เสมอ

เรื่องนี้ทำเอาวีรู้สึกสับสนเล็กๆว่าทั้งคู่ทำมันได้ยังไงกันนะ ?

วีที่เห็นว่ามีกล่องวัตถุดิบอยู่หลายใบจึงรีบเดินไปช่วยยกขึ้นรถ หลังจากนั้นพ่อก็ถามเข้ามาในบ้านว่า

“แม่จะให้พ่อไปก่อนไหม หรือว่าไปพร้อมกัน ?”

วีที่ได้ยินแบบนั้นก็พูดว่า

“แม่ไปพร้อมกับพ่อเถอะครับ เดียวเรื่องจานผมจัดการเอง”

แม่ของวีที่ได้ยินแบบนั้นก็ยิ้มออกมาก่อนจะกล่าวขอบคุณวีและรีบออกไปกับพ่อเพื่อเปิดร้าน หลังจากทั้งคู่ออกไปวีก็จัดการล้างจานที่อยู่ในครัวก่อนจะขึ้นไปบนห้องเพื่อเปลี่ยนเสื้อผ้า เป็นชุดวอร์มและเดินลงมาข้างล่าง ก่อนจะเอ่ยถามกับน้องสาวที่นั่งอยู่ตรงโซฟา

“เราอยู่คนเดียวได้ใช่ไหม พี่จะออกไปวิ่งหน่อย”

น้องสาวของวีที่ได้ยินแบบนั้นก็ถึงเด้งตัวขึ้นมาทันที และรีบเดินตรงมาหาเขาและจีบหน้าผากวีทันที

“พี่ป่วยใช่ไหม ? ทำไมจู่ๆถึงอยากออกกำลังกายได้ ?”

วีได้ยินแบบนั้นก็ถามกลับทันที

“พี่จะออกกำลังกายบ้างผิดหรือไง ?”

“เปล่า ก็แค่แปลก”

น้องสาวของวีพูดพร้อมกับเดินกลับไปที่โชฟาและนั่งดูทีวีต่อ ก่อนจะบอกว่า

“ออกไปก็ล็อคประตูด้วยนะพี่”

“จ้าๆ”

วีตอบก่อนจะเดินไปเปลี่ยนรองเท้าและออกจากบ้านไป เขาวิ่งตรงไปที่สวนสาธารณะของหมู่บ้าน เหตุผลที่วีมาออกกำลังกายแบบนี้ก็ง่ายมากหากเขาจะกลับไปในเส้นทางของการเป็นนักแสดงอีกครั้งด้วยหุ่นกลมเป็นถังไม้โอ๊คแบบนี้ แค่เดินเข้าไปที่โซนคัดตัวนักแสดงยังไม่ได้เลย ไม่ต้องพูดถึงเรื่องรับบทเป็นตัวประกอบเลย

ก่อนที่เขาจะทำอะไรต่อ วีจำเป็นจะต้องเปลี่ยนหุ่นกลมๆของเขาเสียก่อน วีวิ่งจนถึงช่วงเย็นก่อนจะกลับมาที่บ้านก็พบว่าน้องสาวของเขากำลังจะเข้าครัวทำอาหารเย็น

วีที่เห็นแบบนั้นก็รีบขัดทันทีเลย

“หยุดเลยเรา วันนี้ไปกินข้าวที่ร้านของพ่อกับแม่ดีกว่า”

น้องสาวที่ได้ยินแบบนั้นก็คิดสักพักก่อนจะพยักหน้า วีจึงบอกว่า

“เดียวพี่ไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อน เราก็โทรไปพ่อด้วยล่ะ”

“รับทราบ !”

น้องสาวของวีตอบรับอย่างรวดเร็ว วีจึงขึ้นไปบนบ้านเพื่ออาบน้ำและเปลี่ยนเสื้อผ้า เมื่อลงมาก็เห็นว่าน้องสาวของเขากำลังนั่งรออยู่แล้ว วีต้องหยิบกุญแจรถมอเตอร์ไซต์ออกมา โชคดีที่ร้านของพ่อกับแม่นั้นอยู่ไม่ไกลมากนักไม่งั้นวีคงไม่สามารถขับมอเตอร์ไซไปได้

วีและน้องสาวล็อคประตูบ้านก่อนจะขับรถออกไปที่ร้านอาหารของพ่อกับแม่ เมื่อมาถึงทั้งคู่ก็ตรงไปยังประจำของครอบครัวทันทีที่อยู่ติดริมน้ำ

วีและวาน้องสาวไปนั่งยังโต๊ะประจำของครอบครัวที่อยู่ริมน้ำทันที ก่อนจะมีพนักงานสาวเดินเข้ามาและกล่าวทักทายทั้งคู่อย่างสนิทสนม

“ว่าไงจ้ะวี วา มาทานข้าวงั้นเหรอ ?”

“ใช่ครับ”

วีพยักหน้าตอบรับก่อนจะได้ยินเสียงเถียงกันออกจากห้องด้านหลังเคาน์เตอร์ เนื่องจากอยู่ไกลเกินจึงไม่ได้ยินบทสนทนาแต่วีก็อดไม่ได้ที่จะถามกับพนักงานสาว

“พี่น้อย ข้างในมีเรื่องอะไรกันงั้นเหรอครับ ?”

พี่น้อยก็ถอนหายใจออกมาเล็กน้อยก่อนจะตอบกลับมาว่า

“พอดีว่านักร้องที่จ้างเอาไว้คืนนี้เกิดอุบัติเหตุนะสิก็เลยมาร้องให้ที่ร้านไม่ได้ และจะมาหานักร้องตอนนี้ก็ไม่ทันแล้วด้วย”

วีที่ได้ยินแบบนั้นก็พยักหน้าเล็กน้อยก่อนจะคิดอะไรบางอย่างพลางสั่งอาหารไปด้วย จากนั้นเขาก็หันไปพูดกับน้องสาวว่า

“เดียวพี่ไปคุยกับพ่อแม่แป๊ปนึงนะ”

“อื้อ”

น้องสาวตอบกลับสั้นๆ วีจึงเดินไปที่ห้องด้านหลังก็พบว่าแม่เขากำลังนั่งคุยโทรศัพเพื่อติดต่อหานักร้องมาร้องให้กับร้านคืนนี้อยู่ เมื่อแม่ของวีเห็นก็ทักเขาทันที

“อ้าววีมาทานข้าวหรือลูก ?”

“ครับ”

วีเดินเข้าไปใกล้ๆแม่ก่อนจะพูดว่า

“เอ่อ… แม่เรื่องนักร้องนั่นน่ะ ให้ผมช่วยไหม ?”

อ่านต่อนิยายเรื่องนี้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...