โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สุขภาพ

ใครยังไม่รู้ กล้วย แต่ละชนิดมีประโยชน์และโทษต่าง มากน้อยแค่ไหน?

News In Thailand

เผยแพร่ 19 ก.ย 2566 เวลา 09.13 น. • ทีมข่าวสยามนิวส์
ใครยังไม่รู้ กล้วย แต่ละชนิดมีประโยชน์และโทษต่าง มากน้อยแค่ไหน?

เรียกได้ว่า ยังมีใครหลายๆคน ที่ชอบกินกล้วยมาก และยังไม่รู้ว่า ประโยชน์ของกล้วยแต่ละชนิดนั้นมีความแตกต่างกันนั่นเอง

กล้วย แต่ละชนิด มีประโยชน์และโทษต่างกันอย่างไร

1.กล้วยหอม กล้วยหอม เป็นหนึ่งในกล้วยที่ให้ปริมาณมากที่สุดต่อ 1 ผล หลายคนจึงเลือกกินเป็นมื้ออาหารเช้า เพราะนอกจากจะอิ่มแล้ว กล้วยหอมยังให้พลังงานสูงด้วย เราจึงเห็นนักวิ่ง หรือนักกีฬากินกล้วยหอมก่อนหรือระหว่างการแข่งขัน เพื่อให้พลังงานแบบด่วนๆ นั่นเอง นอกจากนี้ กล้วยหอมยังช่วยให้คนเลิกบุหรี่ได้ง่ายขึ้นด้วย เพราะในกล้วยหอมมีวิตามินบี 6 บี 12 และโพแทสเซียม ที่ช่วยให้ร่างกายฟื้นตัว และลดอาการเหวี่ยงจากการขาดนิโคตินของบุหรี่ได้เป็นอย่างดี ถ้าอยากกินกล้วยหอมเพื่อช่วยลดอยากบุหรี่ ควรกินมื้ออาหาร ที่เป็นช่วงที่อยากบุหรี่มากที่สุด

2.กล้วยน้ำว้า หากเป็นกล้วยน้ำว้าที่มีความสุกไม่มาก ติดห่ามๆ เล็กน้อย จะมีธาตุเหล็กสูง ช่วยสร้างเม็ดเลือด ป้องกันโรคโลหิตจาง นอกจากนี้กล้วยน้ำว้ายังมีแคลเซียม ฟอสฟอรัส วิตามินซี แคโรทีน ไนอะซิน และมีกากใยอาหารที่เหมาะสมและช่วยในการทำงานของระบบย่อยอาหาร ขับถ่ายได้สะดวกยิ่งขึ้นอีกด้วย

3.กล้วยไข่ กล้วยไข่มีคุณสมบัติช่วยชะลอวัย เพราะมีวิตามินบี 1 บี 2 บี 6 บี 12 และสารต้านอนุมูลอิสระที่ชื่อว่า เบต้าแคโรทีน ที่ช่วยชะลอความเสื่อมของเซลล์ได้เป็นอย่างดี

4.กล้วยหักมุก กล้วยหักมุกมีผลใหญ่ ก้านยาว ปลายลีบแหลม มีสันเหลี่ยมและเปลือกหนากว่ากล้วยชนิดอื่นๆ กล้วยหักมุกมีสารที่ชื่อว่า ไซโตอินโดไซด์ ช่วยบรรเทาอาการท้องอืด ท้องเฟ้อ อันเนื่องจากแผลในกระเพาะอาหารได้ดี

ข้อควรระวังในการกินกล้วย

แม้ว่ากล้วยจะมีประโยชน์ต่อร่างกายมาก และแตกต่างกันออกไปในแต่ละชนิด แต่สำหรับคนที่ชอบกินกล้วยเป็นประจำอาจต้องทราบเอาไว้ว่า กล้วยเป็นผลไม้ที่ให้พลังงานสูงจากปริมาณน้ำตาลในกล้วย กล้วยหอม 1 ผลให้พลังงานราว 105 กิโลแคลอรี่ น้ำตาลราว 2.8 ช้อนชา ในขณะที่กล้วยลูกเล็กๆ อย่างกล้วยไข่ 2 ผล ให้พลังงาน 56 กิโลแคลอรี่ หรือน้ำตาลราว 2.2 ช้อนชา เช่นกัน ดังนั้นจึงควรจำกัดปริมาณของกล้วยที่กินต่อวันให้ดี อย่ากินมากเกินไป และกล้วยเหมาะกับการให้พลังงานก่อนออกกำลังกายได้ดีมาก นอกจากนี้ควรเลือกกินเฉพาะกล้วยสุก เพราะกล้วยดิบจะมีแป้งมาก ย่อยยาก ทำให้ท้องอืด และท้องผูก เพราะเส้นใยอาหาร (เพคติน) ในกล้วยที่อาจไปดูดซึมน้ำในลำไส้ เมื่อลำไส้ไม่มีน้ำไปหล่อเลี้ยงกากอาหาร อุจจาระจึงแข็งตัวจนเกิดอาการท้องผูก

ข้อมูล DID YOU KNOW? - คุณรู้หรือไม่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...